ไลฟ์สไตล์

เผยวิธีสุดฮิตของนศ.ขายตัวใช้หนี้พนันบอล

เผยวิธีสุดฮิตของนศ.ขายตัวใช้หนี้พนันบอล

08 มิ.ย. 2553

เผยวิธีชำระหนี้พนันบอล สุดอิตของนศ. ขายตัวใช้หนี้ ขณะที่ นศ.เล่นพนันบอล เปิดใจ ล้างพนันบอลให้หมดไปได้ยาก เหตุสังคมยังเห็นคนมีเงินยิ่งใหญ่ ทำให้สะดวกสบาย แฉเด็กเล่นพนันบอลต่ำสุดอายุ 10 ขวบ แนะปลูกฝังค่านิยมรู้จักประมาณตน ฝากพ่อแม่ สังเกตุพฤติกรรมของลูก ถือ

 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ห้องประชุมลำพอง มหาวิทยาลัยราภัฎสวนดุสิต (มสด.) จัดเสวนากลุ่มเรื่อง “วัยรุ่นไทยกับการพนันฟุตบอลโลก 2010” โดยมี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมสด. กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องการพนันบอลกลุ่มนักศึกษามีมากขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ เพราะการที่ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนที่มสด.คงไม่อยากให้ต้องมาเสียอนาคต

  อีกทั้งรูปแบบในการพนันบอล การทวงหนี้มีมากขึ้น โดยเฉพาะการทวงหนี้ และการชำระหนี้คืน ขณะนี้ไม่ได้มีเพียงการข่มขู่ ทำร้ายร่างการ แต่ผู้ชายที่ติดพนันบอลมีการพาแฟนของตัวเองไปชำระหนี้แทน และนักศึกษาหญิงที่เล่นพนันบอล เมื่อเสียก็มีการขายตัวเพื่อชำระหนี้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการแก้ปัญหา แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันแก้ไข การเสวนาในครั้งนี้ จึงเป็นการระดมความคิดเห็น และความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมหาวิทยาลัย ชุมชน ตัวนักศึกษาเอง และรวมไปถึงฝ่ายเจ้านห้าที่ตำรวจ

 นายใหญ่ (นามสมมุติ)   อดีตนักเล่นพนันบอล กล่าวว่า พฤติกรรมการรับแทงพนันบอลปัจจุบันมีรูปแบบมากขึ้น ได้แก่ 1.เล่นที่โต๊ะแทงพนันด้วยตนเอง โดยจ่ายเงิน และรับเงินด้วยเงินสด 2. เล่นทางโทรศัพท์ ซึ่งคนที่จะเล่นทางโทรศัพท์ได้ต้องสนิทกับทางโต๊ะบอลพอสมควร มีเครดิต และแทงจากคนที่สนิท เพื่อน คนที่รู้จักในวงการเล่น โดยการจ่ายเงินและรับเงิน ขึ้นอยู่กับทางเจ้าของโต๊ะรับพนันกับผู้เล่นตกลงรายละเอียดในการจ่ายเงิน เช่น จ่ายวันต่อวัน จ่ายอาทิตย์ละ 2 ครั้ง อาจจ่ายเป็นเงินสด หรือจ่ายผ่านทางธนาคาร หรือดอนเงินผ่านทางมือถือ และสามารถแทงพนันบอลได้หลายช่องทาง

 3. เล่นทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของนักเล่นพนันบอลมากที่สุด เพราะสามารถเล่นได้ตลอด 90 นาที ได้ราคาส่วนต่างที่ดีกว่าแทงผ่านโต๊ะบอล มีรายละเอียดในการเล่นหลากหลาย ตั้งแต่เริ่มเขี่ยลูก ฝ่ายไหนได้ลูก ฝ่ายไหนเตะมุมก่อน ได้ทุ่มบอลก่อน ซึ่งแตกต่างจากเตะบอลทั่วไปไม่เปิดเล่น โดยการจ่ายเงินและรับเงิน จะโอนเงินสดผ่านบัญชีเข้าเลขบัญชีตามที่เว็บไซต์กำหนด และ4.เล่นผ่านนายหน้า หรือเด็กเดินโพย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเล่นพนันบอล เพราะก่อนที่จะเข้าไปถึงโต๊ะบอลได้ต้องผ่านเด็กเดินโพยก่อน กลุ่มนี้มีมากตามอพาร์ตเม้นท์ หรือแหล่งชุมชนทั่วไป โดยจะรับเงินสด และจ่ายเงินในวันถัดไป

 “กลุ่มคนที่เล่นมากที่สุด คือกลุ่มนักศึกษา และพนักงานเอกชน เนื่องจากการเล่นพนันบอลทำให้ได้เงินมาก อีกทั้งบริเวณรอบมหาวิทยาลัยทั่วประเทศล้วนมีโต๊ะบอลรับแทงบอล ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครอง คนในชุมชนต้องคอยสังเกตุลูกหลาน หากใครถือหนังสือพิมพ์กีฬา ที่มีราคาฟุตบอลในแต่ละคู่ เด็กคนนั้นมีโอกาสเล่นพนันบอลสูง ส่วนบ้านไหนรับแทงฟุตบอลจะมีโปสเตอร์นักฟุตบอล ทีมฟุตบอลติดอยู่ และบ้านนั้นมีคนเดินเข้าเดินออกมาก ส่วนลักษณะการทวงหนี้ของเจ้ามือรับพนันบอล มีตั้งแต่ทวงหนี้โดยการข่มขู่ ผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ยึดสิ่งของที่มีค่า หาผู้หญิงหรือแฟนของตนเองมาให้กับเจ้าของโต๊ะเพื่อเป็นการชดใช้หนี้แทน ส่วนกรณีผู้หญิงเล่นพนันจะใช้ร่างกายตัวเองแลกเป็นค่าพนันบอล ซึ่งปัจจุบันกรณีนี้มีมากที่สุดในกลุ่มนักศึกษา” นายยิ่งใหญ่กล่าว

 ด้านน.ส.ปา (นามสมมุติ)  นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มสด. กล่าวว่าจากประสบการณ์ของตนเองเคยเล่นพนันบอลเมื่อตอนอยู่ม.ปลาย ขณะนั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงที่เป็นนักเดินโพยบอลชวนให้ไปเล่น เล่นสนุกๆ ครั้งละ 20-30 บาท ไม่ได้ทำให้เป็นหนี้พนันบอลมากมาย แต่ที่เลิกเล่น เพราะได้เห็นเรื่องราวของเพื่อนผู้หญิงที่แฟนเขาติดหนี้พนันบอล และจะพาไปขัดดอก หรือไปชำระหนี้พนันบอลแทน ตอนนั้น รู้สึกว่าพนันบอลเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะอาจทำให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งเสียได้ จึงอยากให้เพื่อนผู้หญิงทุกคนระมัดระวังตนเอง อย่าไปเล่นพนันบอลจนต้องเสียร่างกายของตนเองไป

 นายธี (นามสมมุติ)  นักศึกษามสด. อดีตเซียนพนันบอลรุ่นเยาว์ กล่าวว่า เริ่มต้นเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 14-15 ด้วยสาเหตุที่เพื่อนชวน และอยากได้เงิน เพราะคิดว่าถ้าเล่นแล้วคงไม่เสียอะไรมาก พอได้เงินก็เริ่มมีเครดิต รู้จักคนเยอะ ก็เลยแทงปากเปล่า จึงเปลี่ยนแนวการเล่นเป็นแทงบอลทางโทรศัพท์ ตอนนั้นได้เงินจำนวนมาก มีเงินในมือเป็นล้านบาท เยอะมาก แต่มาวันหนึ่ง เล่นพนันบอล และเสียหมด เสียไปเกือบแสน จนต้องขายทุกอย่างที่มีอยู่ในตัว แต่ก็ไม่พอที่จะใช้หนี้หมด ช่วงนั้นกลัวมาก เคยคิดจะฆ่าตัวตาย อยากหนีหนี้ ไม่อยากให้พ่อแม่รับรู้ พยายามคิดหาวิธีหาเงิน จึงตัดสินใจขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีอยู่ในตัว ยืมเพื่อนบ้าง หางานพิเศษทำบ้าง ด้วยเวลาที่กำหนดและ ทำให้ต้องเข้าไปเจรจาต่อรองขอผ่อนชำระหนี้ กว่าจะหมดก็เกือบเดือน

 “การแก้ปัญหาพนันบอล หรือปราบปรามให้พนันบอลหายไปนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไมได้ เพราะตราบใดที่สังคมยังเห็นคนมีเงินเป็นคนยิ่งใหญ่ มีอำนาจ มีความสะดวกสบาย และเด็กไทยยังรักในฟุตบอลอยู่ เพราะจุดเริ่มต้นของการเล่นพนันบอลเริ่มจากการชอบฟุตบอล วิเคราะห์ข้อมูลฟุตบอลได้ อีกทั้งการแข่งขันฟุตบอลมีตลอดทั้งปี และคนมีสีทั้งสีเขียว สีกากี เข้ามาเป็นเจ้าโต๊ะบอลเอง เข้าถึงได้ง่าย อย่างตอนนี้เด็ก 10 ขวบ ก็เริ่มเล่นพนันบอลแล้ว ผมว่าต่อให้มีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรก็คงไม่สามารถทำให้การเล่นพนันบอลหมดไปได้ นอกจากสร้างจิตสำนึก ปลูกฝังให้รู้จักประมาณตน ถ้าคิดจะเล่นก็ต้องรู้ว่าตัวเองสามารถเล่นได้มาขนาดไหน เล่นเพื่ออะไร น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”นายธีรวัฒน์ กล่าว

 นายไพชยนต์ บุญ-หลง นายกองค์การบริหารนักศึกษา มสด. กล่าวว่า จากปัญหาการพนันบอลที่เกิดขึ้นในหมู่นักศึกษาถือว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก หากจะใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนคงจะไม่ได้ผล ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ดูแลบ้านเมือง มหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมนุม ต้องออกมาตรการดูแลควบคุม พื้นที่ที่เป็นแหล่งพนันบอล หรือแหล่งมั่วสุมนักศึกษา ร้านเหล้าต่างๆโดยจุดเริ่มต้นง่ายคือ ต้องทำความเข้าใจว่า อารมณ์ของวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน จะใช้วิธีการพูดคุยธรรมดาคงไม่ได้ ต้องช่วยกัน จัดอบรมอาสาสมัครตัวแทนนักศึกษา ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำชุมนุม หาแหล่งต้นตอ แม้ว่าจะยังไม่ได้ผลเต็ม 100 แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

 นายฑีฆะ ฤทธิพันธ์ อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษา มสด. (ศูนย์ระนอง 2) กล่าวว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เล่นพนันบอลเป็นมาตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย ถามว่าเล่นบอลเป็นไหม เขาจะตอบทันทีว่า เล่น เพียงแต่เราไม่ทราบว่า เขาเล่นมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่แน่นอนและเด่นชัดที่สุดคือ สภาพคนเด็กที่เล่นพนัน จะดูง่าย เดินถือหนังสือพิมพ์ มีตารางบอล แอบนอนหลับในชั้นเรียน สภาพร่างกายอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอน ซึ่งทั้งนี้เราต้องหาวิธีการแก้ไข โดยเริ่มจากครอบครัว พ่อแม่ สถานศึกษา อาจารย์ เพื่อนฝูง และชุมนุม ป้ายติดรณรงค์ตามร้านค้า หอพัก รณรงค์ครั้งแรกอาจจะยังไม่หมด แต่เราเชื่อว่า สามารถลดลงได้เรื่อยๆ ถ้าเราช่วยกัน พี่แนะนำน้อง ดูแลน้อง

 ผศ.สรรค์ วรอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้กำหนดแนวทางให้สถาบันอุดมศึกษาในสังกัด/กำกับ พิจารณาดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันในสถาบันอุดมศึกษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันฟุตบอลในสถาบันอุดมศึกษา

  ดังนี้ 1. สอดส่องดูแลไม่ให้นิสิตนักศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันทุกชนิด 2. ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมทางบวกต่าง ๆ 3. จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของการพนัน พร้อมทั้งใช้สื่อทุกชนิด 4.ให้อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำวิชาสอดแทรกเรื่องผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการพนัน 5.ตั้งเครือข่ายนักศึกษาเพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลมิให้มีการเล่นพนันในสถาบัน 6.ตั้งศูนย์แนะนำให้คำปรึกษา ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์หรือศูนย์ฮอตไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและใกล้ชิด 7.ให้อาจารย์ประจำห้องคอมพิวเตอร์ดูแลไม่ให้นิสิตนักศึกษาใช้ช่องทางระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อเล่นการพนัน 8. ประสานสถานีตำรวจในท้องที่ให้หมั่นตรวจตรา และจับกุมแหล่งรับพนันฟุตบอล 9.มีมาตรการและบทลงโทษทางวินัยกับนิสิตนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพนันขั้นเด็ดขาด และ10 พิจารณาออกมาตรการอื่นเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาการพนันทุกชนิดในสถาบันอุดมศึกษา โดยให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ