
'วีระชัย'ดันวิทย์ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
"วีระชัย" เข้ากระทรวงวิทย์วันแรก เตรียมเดินหน้าปรับแผนการทำงานใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลุยสานงานต่อ ชู 3 คลัสเตอร์หลัก เกษตร อาหาร และพลังงานทดแทน
(8มิ.ย.) ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คนที่ 29 เปิดเผยภายหลังเข้าทำงานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ วันแรก ว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสเข้ามาทำงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิชาการ และต้องขอบคุณคุณหญิงกัลยา โสภณพณิช ที่สานต่อโครงการในพระราชดำริหลายเรื่อง เช่น การจัดการน้ำ โครงการไอทีในพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ ตัวเขาและปลัดกระทรวง จะทำหน้าที่สานงานต่อ
พร้อมกันนี้ได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใน 3 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ เกษตร อาหาร และพลังงานทดแทน โดยมีความตั้งใจที่จะใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นำองค์ความรู้พื้นฐานช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้ดีขึ้น โดยจะนำความรู้จากภาคธุรกิจ และประสบการณ์การทำงานจากกระทรวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตร พาณิชย์ และต่างประเทศ มาประยุกต์ใช้กับการทำงาน
“ผมมองถึงโอกาสสำคัญที่จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีลงไปในชุมชน ต่างจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม รวมทั้งแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งจะต้องมีการปรับแผนการทำงานใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเชื่อมโยงกับกระทรวงต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนให้พ้นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม กระทรวงวิทย์ไม่ใช่กระทรวงหลักซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อน นโยบาย 5 ข้อของรัฐบาล แต่ก็จะพยายามปรับแผนงานภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด สำหรับนโยบายคาดว่าจะมอบให้กับผู้บริหารกระทรวงในสัปดาห์หน้า
“งานของกระทรวงวิทย์จะต้องมองในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ไม่ใช่งานที่จับต้องได้ทันที แต่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าสินค้าสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน” เขากล่าวยอมรับและบอกว่า อย่างไรก็ตามนายกอภิสิทธิ์ได้ฝากย้ำว่า ภายใต้งบวิจัยมีค่อนข้างจำกัด ควรมีการบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ด้าน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังอำลาตำแหน่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ท่ามกลางข้าราชการกระทรวง ที่ร่วมมอบดอกไม้อำลา ว่า ต้องการให้รัฐมนตรีว่าการคนใหม่สานต่อคือ เมืองวิทยาศาสตร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งเดินหน้ามาพอสมควรและได้รับการตอบรับจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข คือปัญหาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ และความแห้งแล้งในพื้นที่นอกเขตชลประทาน อย่างเป็นระบบ รวมถึงฝากงานที่ชุมพร จังหวัดนำร่องสร้างต้นแบบระบบผลิตไบโอดีเซลแบบครบวงจร
หลังจากนี้ คุณหญิงกัลยา จะกลับไปทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ พร้อมยืนยันว่า หากได้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกครั้งนอกจากขอบข่ายงานด้านวิทยาศาสตร์แล้ว ยังสนใจงานงานด้านการศึกษาและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย



