ไลฟ์สไตล์

 ศธ.เผยตลาดงานต้องการอาชีวะมากสุด

ศธ.เผยตลาดงานต้องการอาชีวะมากสุด

08 มิ.ย. 2553

ศธ.เผยรายงานการมีงานทำของบัณฑิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ตลาดแรงงานเริ่มต้องการเด็กจบม.ต้นม.ปลาย อาชีวะ มากกว่าปริญญาตรี ด้าน สกอ.เตรียมแผน 3 ปีส่งเสริมให้ผู้เรียนระดับอุดมศึกษามีงานทำ เล็งเพิ่มศักยภาพผู้เรียนรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในอาเซียนรับ FTA อาเซีย

 (8มิ.ย.)  นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รัฐมนตรีว่า กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้รายงานภาวการณ์งานทำของบัณฑิตในระดับอุดมศึกษาช่วงปี 2549-2550 พบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในสาขาวิชาหลัก โดยสาขาวิชาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพผู้จบการศึกษาในปี 2549 มีภาวการณ์มีงานทำร้อยละ 90 ในปี 50 เพิ่มเป็นร้อยละ 92.4 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี พบว่าในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเมื่อปี 2539 ภาวการณ์มีงานทำอยู่ที่ร้อยละ 50 มาปี 2549 เพิ่มเป็นร้อยละ 74 และในปี 2550 เพิ่มเป็นร้อยละ 76 ส่วนสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ มีภาวการณ์จ้างงานลดลงเล็กน้อย โดยปี 49 อยู่ที่ร้อยละ 73 ปี 50 อยู่ที่ร้อยละ 72

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามภาวการณ์จ้างงานในปี 2551 พบว่าตลาดแรงงานมีความต้องการเด็กจบม.ต้น ม.ปลาย อาชีวะศึกษารวมกันมากกว่าเด็กจบปริญญาตรีหลายเท่า โดยความต้องการจ้างงานเด็กจบม.ต้นอยู่ที่ 2.05 แสนคน ม.ปลาย-อาชีวะ อยู่ที่ 2.18 แสนคน ปริญญาตรี ต้องการแค่ 1.67 แสนคน ในสภาพการณ์เช่นนี้ สกอ.จึงได้ทำแผนปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อการมีงานทำช่วงระยะดำเนินการระหว่างปี 2553-2555 โดยมีเป้าหมายจะทำให้คุณภาพบัณฑิตระดับอุดมศึกษาเป็นที่ยอมรับและต้องการในตลาดแรงงาน

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ตามแผนนั้นสกอ.ได้ประกาศให้มีการบังคับใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาระดับชาติ (Thailand Qualification Framework for Higher Education ) และจัดทำแผนการผลิตกำลังคนให้ตรงกับสาขาวิชาที่ตลาดแรงงานต้องการ โดยตนได้ให้แนวทางสกอ.ดึงกลุ่มผู้ใช้บัณฑิตทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสาขาต่างๆ สร้างระบบสำรวจภาวการณ์มีงานทำของบัณฑิตและความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต จัดรูปแบบการเรียนที่เสริมสร้างให้ผู้เรียนได้บูรณาการความรู้เชื่อมโยงกับการปฏิบัติจริงในหน่วยงานองคืกรต่างๆ และให้นำกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นปัจจัสำคัญในการผลิตบัณฑิตให้ตรงกับสาขาขาดแคลนที่ตลาดแรงงานต้องการ โดยเน้นปล่อยกู้ให้กับผู้เรียนในสาขาขาดแคลนเหล่านั้นมากๆ

 “ที่สำคัญผมขอให้สกอ.ทำแผนเพิ่มศักยภาพผู้เรียนให้มีทักษะความสามารถรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในอาเซียน ราวปี 2015 รับ FTA อาเซียน และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมอยากให้เราพิจารณาดูว่าทักษะใดที่สำคัญจำเป็นจะต้องเพิ่มให้เกิดกับบัณฑิตบ้าง บัณฑิตจะต้องรอบรู้ทั้งวิชาการและมีทักษะในการทำงาน ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก สิ่งเหล่านี้ควรมีในแผนอุดมศึกษาเพื่อการมีงานทำ “ นายชินวรณ์ กล่าว