
อย่าหาทำ! โพสต์ขาย 'ปืนออนไลน์' ระวังเจอโทษหนัก เสี่ยงติดคุกยาว
เตือนภัยสายมืด! อย่าหาทำโพสต์ขาย 'ปืนออนไลน์' ระวังเจอโทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิต ซื้อ-ขายไร้ใบอนุญาตเสี่ยงคุกยาว
ปัจจุบัน "โซเชียลมีเดีย" กลายเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มผู้กระทำความผิดใช้เป็นตลาดมืดในการซื้อ-ขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอย่างผิดกฎหมาย โดยมักอ้างราคาถูกหรือซื้อง่ายไม่ต้องทำเรื่องให้ยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม การทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง "จำคุกตลอดชีวิต"
ข้อกฎหมายและบทลงโทษที่ประชาชนต้องรู้ ก่อนตกเป็นเหยื่อหรือกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว มีรายละเอียดดังนี้
เปิดบทลงโทษสายเถื่อน ซื้อ-ขาย-ครอง ปืนไร้ใบอนุญาต
- ซื้อหรือครอบครองปืน/กระสุน ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ทำ ประกอบ ซ่อมแซม หรือจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี หรือปรับสูงสุด 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีเป็น "อาวุธปืนสงคราม" หรือปืนที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้
หากอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นชนิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ (เช่น อาวุธปืนสงคราม หรือปืนเถื่อนดัดแปลง) กฎหมายได้เพิ่มระดับโทษหนักขึ้นหลายเท่าตัว
- ซื้อ มี หรือครอบครอง: ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต
- เพื่อการค้า หรือจำหน่าย: ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 20 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต
ข้อควรระวัง: ใบอนุญาตเจ้าของเดิม "โอนอัตโนมัติไม่ได้"
หลายคนเข้าใจผิดว่าการซื้อปืนที่มีใบอนุญาตจากเจ้าของเดิม จะทำให้ผู้ซื้อครอบครองได้ทันที แต่ในทางกฎหมาย ใบอนุญาตของเจ้าของเดิมไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ซื้อ ผู้ซื้อจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตซื้อ (ป.3) และใบอนุญาตมีและใช้ (ป.4) ในชื่อของตนเองจากนายทะเบียนท้องที่อย่างถูกต้องก่อนเท่านั้น การถือครองปืนผู้อื่นโดยไม่มีการโอนทางทะเบียนถือเป็นปืนผิดมือและมีความผิดตามกฎหมาย
อย่าเสี่ยงแลกอนาคตกับตลาดมืดออนไลน์
เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาซื้อ-ขายอาวุธปืนทางโซเชียลมีเดีย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงทั้งการถูกหลอกลวงโอนเงิน และการตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาร้ายแรง หากพบเห็นการโพสต์ซื้อ-ขายอาวุธปืน หรือเบาะแสการกระทำความผิดทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจ 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



