ไลฟ์สไตล์

อายุ 55 รับเงินชราภาพ

อายุ 55 รับเงินชราภาพ

08 มิ.ย. 2553

ดิฉันทำงานและส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ ตั้งแต่ปี 2542 ถึงกลางปี 2550 หลังจากนั้นได้ออกจากงานและไม่ได้ส่งเงินตามมาตรา 39 อีกเลย

หลังออกจากงานดิฉันได้เข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวในเว็บของสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. ว่ามีเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งจะรับเงินได้เมื่ออายุครบ 55 ปีแล้ว เป็นจำนวนเท่าใด และหลังจากนั้นไม่ได้เข้าไปดูอีก
 ปลายปีนี้ดิฉันจะมีอายุครบ 55 ปี ซึ่งจะไปรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ ดิฉันจึงเข้าไปดูว่าในช่วงปี 2550-2553 นี้ มีผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยจากเงินดังกล่าวเกิดขึ้นเท่าใด แต่ปรากฏว่าข้อมูลส่วนตัวของดิฉันหยุดลงตั้งแต่ปี 2550 ไม่มีข้อมูลในส่วนผลประโยชน์จากการบริหารเงินกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้นเลย
 ดิฉันจึงสงสัยว่า ประกันสังคมไม่ให้ผลประโยชน์แก่เจ้าของเงินเลยหรือ ทั้งๆ ที่เงินก้อนนี้ ประกันสังคมยึดเอาไว้ และให้มารับได้เมื่ออายุครบ 55 ปีเท่านั้น เท่ากับว่าเงินก้อนนี้ฝากประจำอยู่กับประกันสังคม เงินฝากประจำในธนาคารยังมีดอกเบี้ย แล้วทำไมกรณีนี้ประกันสังคมไม่ให้ดอกเบี้ย ผลประโยชน์ส่วนต่างตรงนี้ไปอยู่ที่ใคร หน่วยงานไหน ประกันสังคมอาจจะเห็นว่าเป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับลูกจ้างมีความหมายมาก และเมื่อรวมลูกจ้างที่ส่งเงินประกันสังคมทั่วประเทศ แล้วเจอกรณีแบบดิฉัน คิดแล้วก็เป็นเงินมิใช่น้อยค่ะ
ผู้ประกันตน
ตอบ
 คุณได้ดอกเบี้ยด้วยครับ
 เมื่ออายุครบ 55 ปี และไม่ทำงาน ไม่ได้ส่งเงินประกันสังคมแล้ว คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ จากเงินของคุณเองที่ส่งสำนักงานประกันสังคม พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนหรือดอกเบี้ยทุกปี ตั้งแต่หยุดส่ง ฉะนั้นปลายปีนี้ ทันทีที่คุณอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะต้องรีบไปยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01/6) ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ หรือจังหวัด หรือสาขา ที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ
 หากไม่ยื่นภายใน 1 ปี และไม่ไปรับเงินภายใน 2 ปี (กรณีไม่ได้แจ้งขอรับเงินผ่านธนาคาร) ประกันสังคมจะยึดเงินทั้งหมดที่เคยส่งไว้ ถือว่าคุณสละสิทธิ์รับเงิน และมอบเงินทั้งหมดที่คุณส่งมาตลอดชีวิตการทำงานนี้ ให้สำนักงานประกันสังคมไปใช้ตามแต่ต้องการ
 ห้ามลืมเด็ดขาด...
 ระเบียบนี้มีเงื่อนไขไว้สองชั้น คือ คุณต้องอายุครบ 55 ปี แต่ถ้ายังทำงานและส่งประกันสังคมอยู่ ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับ จนกว่าจะหยุดทำงาน เมื่อไม่มีงานทำแล้วต้องหาหลักฐานให้พร้อม ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประกันสังคม สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกันตน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชี (รับเงินทางธนาคาร)
 สำนักงานประกันสังคม มีหมกเม็ดไว้เยอะ ต้องระวังให้ดี เพราะถ้าเกินระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าผู้ประกันตนสละสิทธิ์ เงินส่วนที่ผู้ประกันตนควรจะได้รับก็จะถูกนำเข้ากองกลางของสำนักงานประกันสังคมทันที...
 ถ้ายังทำงานอยู่จน 60 ปี เกษียณแล้ว ค่อยไปรับเงินบำเหน็จนี้
 เงินนี้จะได้รับครั้งเดียว เป็นเงินก้อน คำนวณแล้วได้ประมาณ 2-3 หมื่นบาทต่อคน
 ทั้งหมดนี้ อ่านหลายรอบจากเว็บไซต์ประกันสังคม...ยังไม่รู้เรื่อง เขียนจนปวดหัว
ลุงแจ่ม