ไลฟ์สไตล์

รับน้องกลับดึก

รับน้องกลับดึก

07 มิ.ย. 2553

มหาวิทยาลัยศิลปากร รับน้องโหด หนัก พูดจาข่มขู่ ไร้สาระ และใช้เวลานาน ทุกเย็นวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่วงแรกๆ ทำกิจกรรมรับน้อง กว่าจะกลับบ้าน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ต่อมาลดลงเหลือ 2 ทุ่ม แถมยังต้องเดินทางไปทำกิจกรรมกันไกลถึงวิทยาเขตนครปฐม นักศึกษาลำบากในการเดินทาง

 ขณะนี้มีนักศึกษาลาออกไปแล้ว 3 คน และอีกหลายคนกำลังหนีกลับบ้าน ไม่อยากมาเรียน
 รุ่นพี่มีสิทธิ์อะไรที่มาทำกับรุ่นน้องแบบนี้ คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยทำไมอนุญาตให้มีการรับน้องหนักและนานขนาดนี้ นักเรียนมีการบ้าน มีงานต้องทำ หากผลการเรียนไม่ดี สอบตก ใครจะรับผิดชอบครับ
 ขอความกรุณารับน้องแบบเป็นพิธีก็พอครับ "อย่าวัวหาย แล้วล้อมคอก" เหมือนที่เป็นข่าว แบบทุกปีที่ผ่านมาเลยครับ
เกรียงไกร / ผู้ปกครอง
ตอบ
ตอบ
 อ.เทิดศักดิ์ เหล็กดี รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ ชี้แจงว่า การรับน้องในช่วง 3 วันแรกรับน้องรวม แต่ตอนนี้รับน้องแยกคณะ คณะมัณฑนศิลป์ แบ่งรับน้อง 2 วิทยาเขต คือที่ วังท่าพระ เขตพระนคร และวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม นักศึกษาไม่ต้องเดินทางไป-กลับเอง ทางคณะมีรถรับ-ส่งให้ ใช้เวลาในการเดินทางไปวิทยาเขตที่นครปฐมประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เดินทางกลับถึงวังท่าพระ ช้าสุดไม่เกิน 3 ทุ่ม
 วัตถุประสงค์ในการรับน้อง ต้องการให้นักศึกษาทั้ง 2 วิทยาเขตทำความรู้จักกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน นักศึกษาต้องรับผิดชอบตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์ อดทน และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
 คณะและรุ่นพี่ไม่ได้บังคับให้นักศึกษาต้องร่วมทำกิจกรรมทุกครั้ง แล้วแต่ความสมัครใจ การรับน้องจะใช้เวลา 1 เดือน เริ่มรับน้องตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการรับน้องล่วงหน้า เพราะนักศึกษาต้องมาขึ้นทะเบียนทุกคน
 นอกจากกิจกรรมรับน้องที่จัดภายในมหาวิทยาลัยแล้ว ทางคณะยังมีกิจกรรมเสริม เช่น การพัฒนาจริยธรรม คุณธรรม ต้องเดินทางไปทำกิจกรรมและพักค้างแรมที่วัด ซึ่งผู้ปกครองหลายท่านก็เห็นด้วย
 ส่วนการรับน้องโหด ไม่มีแน่นอน ทางมหาวิทยาลัยได้เน้นย้ำอยู่ตลอด การทำกิจกรรมต้องไม่กระทบต่อสุขภาพร่างกายของนักศึกษา รุ่นพี่ต้องไม่บังคับ ขู่เข็ญ ให้รุ่นน้องทำกิจกรรมที่มีผลต่อความไม่ปลอดภัยต่อร่างกายและสุขภาพของนักศึกษาโดยเด็ดขาด
 กรณีที่มีนักศึกษาลาออกนั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องการรับน้อง นักศึกษาที่ลาออกมีเพียงแค่ 1 คน เนื่องจากสอบติดสถาบันอีกแห่งหนึ่ง
ลุงแจ่ม