
ความรวย กับ ความสุข
นักเขียนบางคนก็แปลก ถ้าไฟไม่ลนก้นก็เขียนไม่ออก หรือมิฉะนั้นก็จะเลื่อนเปื้อนไปเรื่อยๆ ผู้เขียนดูจะออกอาการแบบที่ว่านี้ ต้องให้ทางกองบรรณาธิการ "คม ชัด ลึก" ตามทวงต้นฉบับทุกครั้ง ทันทีที่ถูกทวงถาม ก็จะมีพลังงานซ่อนเร้น นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วก็เขียนให้ได
การเขียน คือ การพูดคุยอีกแบบหนึ่ง ผ่านตัวหนังสือ
ชดเชยการที่ผู้เขียนเป็นคนไม่ชอบคุยทางโทรศัพท์
หลายท่านที่โทรมาหา แล้วรู้สึกผิดหวังว่า ผู้เขียนเป็นคนที่พูดสั้นๆ จนผู้คนที่ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย ออกจะตกใจ ก็เลยขอใช้เนื้อที่นี้ ขอโทษท่านที่ติดต่อเข้าไปทางโทรศัพท์ไว้ล่วงหน้า
คราวนี้ การบ้านของผู้เขียน ให้เขียนเรื่อง "ความสุขกับความรวย" เวลาไปรับบาตร ให้พรญาติโยมว่า ให้มีความสุข ความเจริญ เดี๋ยวนี้ ญาติโยมบางบ้านก็จะต่อท้ายว่า "ขอให้รวยด้วยเจ้าค่ะ”
ดูจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่พระตามไม่ทัน ถ้าพระตั้งหลักไม่ดี ก็จะไหลตามชาวบ้านไปได้เหมือนกัน
ความจริงการให้พรว่า ขอให้มีความสุขนั้น ผู้เขียนหมายรวมแล้วว่า เราต้องมีกินมีใช้ เราจึงจะมีความสุข แต่ไม่ได้คิดว่า ปรารถนาให้เขารวยอย่างเดียว เพราะนั่นอาจจะไม่ประสงค์ดีก็ได้ เพราะการที่มีแต่ความรวยอาจจะกลายเป็นปัญหายุ่งยาก นำมาซึ่งความทุกข์ยากแก่เขาคนนั้นก็ได้
มนุษย์เรานั้นมีสองส่วน คือทั้งกาย และใจ กายสบาย ใจเป็นสุข ก็ดูจะครอบคลุมทุกอย่าง ที่มนุษย์เราพึงตั้งความปรารถนาแล้ว สำหรับชีวิตของชาวโลก
หลายคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงิน ราวกับว่าเงินเป็นที่สุดของชีวิต ดูเหมือนว่าตอนนี้สังคมไทยเองก็เริ่มมีการหักมุม เริ่มมองเห็นแล้วว่า การวิ่งตามเงินนั้นจะต้องวิ่งตามไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น การหาเงินได้มาก แล้วต้องใช้มาก โดยเฉพาะต้องสียค่ารักษาพยาบาลตนเอง เพราะทำงานหนักเกิน ทำให้เริ่มฉลาดคิด
หลายคนออกจากงานที่ได้เงินเดือนมาก แต่ไม่มีเวลาให้ตนเองและครอบครัว กลับมาทำงานที่ได้เงินน้อยลง แต่ค่าใช้จ่ายก็น้อยลง ในทางตรงกันข้าม ชีวิตมีความหมาย และมีความสุขขึ้น
นั่นมิใช่เป้าหมายของชีวิตหรือ
"ธัมมนันทา"



