
ครูแล
เหลือเวลาอีก 3 วัน ฟุตบอลโลกเกมกีฬาที่ทั่วโลกเฝ้ารอมาเป็นเวลา 4 ปี ก็จะได้ฤกษ์ระเบิดแข้งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคราวนี้เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกา หลังจากที่ครั้งก่อนหน้าโน้นมาจัดที่ทวีปเอเชียก็คือ เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ส่วนทางบ้านเราก็ได้ข่าวว่าก
ตอนนี้เรากลับมาเข้าเรื่องดนตรีไทยกันดีกว่า เพราะมีคำถามที่ค้างคามาหลายฉบับ โดยจะเริ่มจาก คุณกบ ซึ่งอยากจะทราบประวัติครูแล ซึ่งผู้อ่านหลายท่านอาจจะสงสัย ว่าทำไมต้องอยากทราบประวัติของครูแล และเขาเป็นใครมาจากไหน ซึ่งในกรณีของคุณกบผมคงจะเดาได้ว่า คงจะเคยเห็นวงดนตรีพื้นเมืองภาคอีสานของครูแลออกรายการทีวีบางรายการ หรือไม่อาจจะเคยเห็นวงโปงลางเด็กของครูแลไปเล่นตามงานต่างๆ ก็เลยอยากจะทราบประวัติครูแลนั่นเอง
ครูแล หรือ ครูจำลอง ม่วงท้วม พื้นเพเป็นชาว ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ สมุทรปราการ ซึ่งหัดเล่นดนตรีครั้งแรกกับ กำนันจิตร เต็มสมบูรณ์ ซึ่งเป็นโต้โผปี่พาทย์อยู่ใกล้ๆ กับบ้านครูแลนั่นเอง และจากนั้นครูแล ก็จะคล้ายๆกับนักดนตรีสมัยก่อน พอเริ่มเรียนวิชาดนตรีปี่พาทย์แก่กล้าขึ้น ก็เริ่มที่จะไปแสวงหาวิชากับครูที่เก่งๆ และมีวิชาเยอะๆ ในเมืองหลวง ดังนั้นครูแลจึงได้ตัดสินใจไปเรียนวิชาปี่พาทย์ที่กรุงเทพฯ โดยเริ่มจากมาฝากตัวเป็นศิษย์กับ ครูสุพจน์ โตสง่า และ ครูสมชาย ดุริยประณีต หลังจากนั้นก็ไปอยู่กับ ครูบุญเลิศ นาฏพินิจ ศิลปินแห่งชาติ จนได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ก้นกุฏิของครูบุญเลิศ นาฏพินิจ
และจากนั้นปี พ.ศ. 2524 ได้สอบบรรจุเป็นข้าราชการในสังกัดกรมศิลปากร แผนกดุริยางค์ไทย ตำแหน่งเครื่องดนตรีก็คือฆ้องวงใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ครูแล ถนัดมากที่สุด และก็มีฝีมือไม่เป็นสองรองใครในยุคนี้ก็ว่าได้ และในปัจจุบันครูแลก็ยังเป็นข้าราชการสังกัดกรมศิลปากร ซึ่งในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันนาฏดุริยางค์ สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
ครูแล จำลอง ม่วงท้วม ได้สมรสกับ นาง ชนาภา ม่วงท้วม มีบุตรชาย 2 คน กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครูแลหลังจากได้แต่งงานกับคุณชนาภา ซึ่งเป็นสาวชาวเพชรบุรี จึงได้เปิดโรงเรียนสอนดนตรีไทยอยู่แถวย่านโพธิ์การ้อง เมืองเพชรบุรี โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า บ้านครูแล ซึ่งจะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีของชาวเพชรบุรี เพราะเนื่องจากเปิดสอนมานานกว่าสิบปี ในปัจจุบันมีลูกศิษย์ที่เรียนอยู่ในบ้านร้อยกว่าคน แต่ถ้านับรวมในบัญชีรายชื่อทั้งหมดประมาณ 1,300 กว่าคน ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะว่าโรงเรียนของครูแลจะเป็นลักษณะกึ่งธุรกิจ ก็คือเก็บค่าเรียนถูกๆ และก็สอนดนตรีไทยทุกชนิดรวมถึงรำไทย โขน ละคร ซึ่งครูที่ช่วยสอนอยู่ในโรงเรียนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเพื่อนๆ ที่ทำงานอยู่ที่กรมศิลปากรด้วยกันนั่นเอง จึงเท่ากับว่าเด็กๆในย่านนั้นจะได้เรียนดนตรีหรือฟ้อนรำจากครูที่มาจากกรมศิลปากร ในราคาที่ต้องบอกว่า ถูกและดี หรือ ของดีราคาถูก และก็ต้องถือว่าเป็นโชคดีของเยาวชนที่อยู่ในจังหวัดเพชรบุรี
ครูแลโดยปกติจะเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เพื่อนๆ พี่น้องที่ทำงานใน สถาบันนาฏดุริยางค์ หรือ กรมศิลปากร ล้วนแต่จะให้ความรักใคร่ต่อครูแลกันทุกๆ คน ซึ่งโดยส่วนตัวของผมกับครูแลก็จะสนิทสนมกันอยู่พอสมควร เพราะเนื่องจากครูแลเคยเป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อของผม ตัวผมเองก็เคยไปโรงเรียนบ้านครูแลที่จังหวัดเพชรบุรี ได้เห็นครูแลมีลูกศิษย์มากมาย ก็มีความรู้สึกดีใจและภูมิใจแทนเหล่าบรรดาครูอาจารย์ของเขา เพราะจะว่ากันจริงๆแล้วครูแลชีวิตของเขาแทบจะเรียกว่าเกิดมาจากโคลนตม แล้วก็กลายมาเป็นก้อนดิน ปัจจุบันกลายเป็นตึกปูพรมสองชั้นไปแล้ว และในอนาคตอาจจะเป็นตึกสูงระฟ้าก็เป็นไปได้
ผมเพิ่งทราบข่าวว่าตอนนี้ครูแล ได้รับบทสำคัญในการแสดงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่ และมันก็ไม่แน่นัก วงการดนตรีไทยอาจจะมีดารามาประดับวงการอีกหนึ่งคนก็เป็นไปได้ เพราะผมมีความเชื่อว่า คนที่ คิดดี ทำดี แล้วก็จะได้ดี นั่นเองแหละครับ
"ขุนอิน"



