ไลฟ์สไตล์

ผลึกคิดของสตีฟ จ็อปส์จากเวที"ดี 8"

ผลึกคิดของสตีฟ จ็อปส์จากเวที"ดี 8"

06 มิ.ย. 2553

ช่วงวันที่1-3 มิถุนายน ที่ผ่านมา ฟากอเมริกามีงานประชุมไอทีระดับบิ๊กอยู่งานหนึ่งชื่อว่า ดี (D8) จัดที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียคนละซีกโลกกับเมืองไทยโต้โผหลักของงาน ดี คือ ดิ เอเชียล วอลล์ สตรีท เจอร์นัล หนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำก้องโลก

ดีมีหลายเรื่องน่านำมาเล่ามาคุยกับผู้อ่าน เนื่องจากเป็นงานที่สามารถดึงผู้บริหารระดับสูงของวงการไอทีมานั่งคุยเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีและอีกสารพัดเรื่องเกี่ยวกับโลกดิจิทัล สมกับชื่องาน ดี ซึ่งหมายถึงดิจิทัล และจัดมาเป็นครั้งที่ 8 แล้ว

หนึ่งในผู้บริหารที่มาร่วมเสวนากับพิธีกรคือสตีฟ จ็อปส์ ไม่บอกก็คงรู้ว่าเป็นมันสมองสำคัญของแอปเปิ้ล

สตีฟจ็อปส์ ไม่ได้มาร่วมงานเพื่อจะเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ หรืออวดสินค้านำหน้าชื่อว่า "ไอ" ตัวใหม่ เพราะเพิ่งส่งไอแพดลงตลาดไปหยกๆ เรื่องหลักที่จ๊อปส์บอกบทเวทีก็คือ คอมพิวเตอร์แบบเดิมกำลังหมดยุคของมันแล้ว

เขาเปรียบเปรยให้เห็นภาพไว้ว่าถ้าประเทศของเรายังเป็นชาติเกษตรกรรม พาหนะใช้งานส่วนใหญ่ควรเป็นรถบรรทุกเพราะเราต้องใช้ขนส่งสินค้าเกษตร แต่พอรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในเมือง อุปกรณ์พวงมาลัยเพาเวอร์ เกียร์ออโต้ก็เริ่มนิยมใช้กันมากขึ้นเช่นกัน

จ็อปส์มองว่าคอมพิวเตอร์พีซีก็เหมือนกับรถบรรทุก คือยังเห็นวิ่งอยู่ตามถนน แต่สัดส่วนใช้งานน้อยลงเมื่อเทียบกับรถนั่งส่วนบุคคล ที่เป็นอย่างนี้เพราะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อย่างซีพียูและซอฟต์แวร์มันก้าวหน้าขึ้นตลอดเลา เพราะฉะนั้นอุปกรณ์อย่างไอแพดทำงานได้เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ทั่วไป อย่างเช่นการตัดต่อภาพวิดีโอและทำภาพกราฟฟิก

เรื่องน่าสนใจคือจริงๆ แล้ว แอปเปิ้ลเริ่มทำโครงการไอแพดก่อนไอโฟนเสียอีก แต่พักโครงการไว้เมื่อเห็นว่าโอกาสทำธุรกิจกับตลาดโทรศัพท์มือถือกำลังแรง และใหญ่กว่าตลาดพีซีเสียอีกในแง่จำนวนเครื่องใช้งาน

การสนทนากันวันนั้นจ็อปส์ถูกถามคำถามที่หลายคนอยากฟังคำตอบ นั่นคือเรื่องที่วิศวกรแอปเปิ้ลทำต้นแบบมือถือไอโฟนหาย และไปปรากฏหราอยู่บนเว็บไซต์ Gizmodo.com ซึ่งตามข่าวบอกว่าวิศวกรแอปเปิ้ลลืมทิ้งไว้ที่บาร์ แต่บางกระแสบอกว่า ต้นแบบไอโฟน ถูกฉกไปจากกระเป๋าของเขามากกว่า ซึ่งจ็อปส์เชื่อว่าเป็นอย่างหลัง

จ็อปส์ยังแลกเปลี่ยนความเคลื่อนไหวในวงการไอทีอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นกรณีของเอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการมือถือที่ได้สิทธิ์จำหน่ายไอโฟนโดยผูกสัญญาขายกับลูกค้า (เป็นต้นกำเนิดของคำว่าสัญญาทาส และการแฮ็กไอแฟนให้ใช้กับค่ายอื่นได้)

มันสมองของแอปเปิ้ลยอมรับว่ามันมีปัญหาอยู่บ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครือข่าย 3จี ของเอทีแอนด์ทีเร็วที่สุดแล้วในบรรดาผู้ให้บริการในสหรัฐ และเชื่อว่าคงเร็วยิ่งๆ ขึ้น ส่วนประเด็นว่าวันข้างหน้าไอโฟนจะไปเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่นหรือไม่ เขาตอบสั้นๆ ว่า "ก็เป็นไปได้" แต่ปฏิเสธที่จะบอกว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้หรือเปล่า

อีกประเด็นหนึ่งคือความสัมพันธ์ระหว่างแอปเปิ้ลกับกูเกิลซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งกันหลายเรื่อง อย่างเรื่องออกระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาทาบรัศมีไอโฟน ซึ่งจ็อปส์แขวะว่า แอนดรอยด์ยัง "ไม่สุกดี" และสำหรับแอปเปิ้ลแล้วไม่คิดเอาตัวเองไปแข่งกับใคร และคงเป็นเหตุผลที่ทำให้แอปเปิ้ลพ่ายไมโครซอฟท์ แต่เขาไม่แคร์ แอปเปิ้ลต้องการทำสินค้าออกมาให้ดีที่สุดเท่านั้น

กรณีล่าสุดกูเกิลเตรียมออกบริการกูเกิล ทีวี ซึ่งถูกมองว่ามาชิงตลาดกับแอปเปิ้ล ทีวี ซึ่งสตีฟ จ็อปส์ มองว่า กูเกิลต้องการแข่งเอง แอปเปิ้ลไม่เคยคิดออกเครื่องมือสืบค้นบนเว็บแข่งกับกูเกิลเลย

อีกคำถามที่พลาดไม่ได้เลยหากสตีฟ จ็อปส์ ตัวเป็นๆ นั่งอยู่ตรงหน้าคือ กรณีแอปเปิ้ลไม่สนับสนุนโปรแกรมแฟลช (Flash) ซึ่งจ็อปส์กัดอยู่ตลอดเวลาว่าแฟลชกินทรัพยากรเยอะ และอุ้ยอ้าย

เขาตอบว่าแอปเปิ้ลเป็นองค์กรที่มีทรัพยากรจำกัด เวลาจะเลือกใช้อะไรเลยต้องระวังเหมือนเลือกขี่ม้าก็ต้องเลือกม้าที่ไม่พยศ สมัยที่แอปเปิ้ลทำไอแมคออกมาก็ไม่มีช่องฟล็อปปี้ดิสก์ ไดรฟ์ (ต่อมาผู้ผลิตก็เลิกติดตั้งฟล็อปปี้ดิส์กในโน้ตบุ๊กตามแอปเปิ้ล)

ดังนั้นการที่แอปเปิ้ลหันมาสนับสนุน HTML5 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเขียนเว็บรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกับมาตรฐานใหม่รองรับการเล่นไฟล์วิดีโอ ทำให้ลดความสำคัญของโปรแกรมแฟลชไป หรืออีกนัยหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีเลย

สมสกุลเผ่าจินดามุข