
ฝนมาฟ้าฉ่ำ
ปีนี้ฝนมาช้า แต่มาหนักมาแรงทั้งลมทั้งฝนเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ใช้รถเก่าที่จะต้องประคองรถไปให้ถึงจุดหมายในท่ามกลางน้ำเจิ่งนองถนน ผจญทั้งฝน ลม ที่กลัวและพบกันบ่อยๆ ก็คือ เครื่องดับ บนถนนที่เจิ่งไปด้วยสายน้ำ ก็ต้องตั้งสติทบทวนการขับรถลุยฝ
การขับรถลุยน้ำง่ายๆ ก็คือดูจากรถคันหน้าว่าเขาผ่านไปได้ไหม ถ้าเป็นรถที่มีขนาดใกล้เคียงกันความสูงความยาว ถ้าคันหน้าเขาผ่านไปได้ เราต้องใช้ความกล้าบอกตัวเราเองว่าเราต้องผ่านไปได้ แต่จะผ่านไปได้อย่างไรต้องมีสติ ข้อแรกจับตาดูคันหน้าที่เขาผ่านไปได้นั้นเขาอาจจะชำนาญเส้นทางมากกว่า เราพยายามดูว่าเขาขับไปทางไหน เช่นชิดซ้าย ชิดขวา ชิดเส้นกลาง เราก็ตามเขาไปในเส้นทางนั้น สติขั้นต่อมาก็คือ ต้องรู้จักการเลี้ยงคันเร่งให้ได้รอบเครื่องยนต์ที่คงที่พร้อมๆ กับรักษาระยะห่างให้มากกว่าปกติสักสองช่วงตัว
การรักษารอบเครื่องหรือใช้ความเร็วต่ำที่คงที่จะช่วยให้เกิดคลื่นบนถนนได้น้อยลง ความเร็วรอบเครื่องที่ต่ำโอกาสที่เครื่องจะดูดเอาน้ำเข้าไปแทนที่อากาศในห้องเผาไหม้ก็เกิดขึ้นได้น้อย การใช้ความเร็วสูงรอบเครื่องสูงๆ เพราะกลัวว่าเครื่องจะดับเป็นวิธีการที่ผิด เพราะรอบเครื่องสูงๆ ความเร็วสูงๆ จะทำให้เกิดคลื่นบนถนนได้ง่ายและลูกคลื่นจะสูงและมีความเร็ว โอกาสที่เครื่องยนต์จะดูดเอาน้ำเข้าไปแทนอากาศในห้องเผาไหม้มีมาก
การใช้ความเร็วรอบต่ำเกินไปมีผลเสียที่จะทำให้เครื่องดับได้ง่าย แม้ว่าเครื่องยนต์จะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพราะความเร็วรอบต่ำๆ แรงดันไอเสีย ที่ออกจากปลายไอเสียก็จะแผ่วเบาด้วยในกรณีที่ ระดับน้ำสูงกว่าปลายท่อไอเสีย (น้ำท่วมปลายท่อไอเสีย) น้ำจะไหลสวนกลับไปคาที่ในท่อไอเสีย เมื่อไอเสียไม่มีทางออกก็จะทำให้เครื่องดับได้
การทิ้งระยะห่างจากคันหน้า มากกว่าปกติอย่างน้อยสองช่วงตัว มีผลดีเมื่อต้องหยุดรถกะทันหันหรือเมื่อคันหน้าหยุดรถกะทันหัน ช่วงห่างที่ทิ้งระยะเอาไว้จะทำให้เราเบนออกจากคันหน้าได้โดยไม่ต้องหยุดรถ แล้วถอยหลังเดินหน้าเพื่อหาระยะเบี่ยงหลบ เพราะการหยุดรถบนถนนที่เจิ่งนองด้วยน้ำนั้นโอกาสที่เครื่องจะดับมีมาก บางครั้งในสภาพการขับที่มีรถหนาแน่นและเป็นถนนสองเลน การทิ้งระยะห่างจากคันหน้ามากเกินไปนักก็ไม่ใช่ว่าจะมีผลดี เพราะคลื่นจากรถคันหน้าที่เราตามหลังอยู่นั้น บวกกับคลื่นที่เกิดจากรถที่สวนมาก็มีความเร็วและแรง อาจจะทำให้เครื่องดับได้
การรักษาระยะห่างที่พอเหมาะ เป็นการใช้รถคันหน้า บังกระแสคลื่น จากฝูงรถที่วิ่งสวนมาหาเราได้ สรุปการขับรถลุยน้ำหรือฝ่าไปบนถนนที่เปียกลื่นด้วยน้ำหรือดินโคลนควรจะใช้เกียร์สอง (ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ออโต้หรือเกียร์ธรรมดา) ในรอบเครื่องที่ต่ำที่สุดที่เกียร์สองสามารถจะพาให้รถเคลื่อนไปได้ การใช้เกียร์หนึ่งหรือต่ำกว่านั้นเครื่องจะมีแรงบิดสูงและรอบเครื่องจะไม่นิ่ง แรงบิดที่สูงก็คือแรงที่จะไปหมุนล้อมีกำลังมาก ถ้าถนนลื่นอาจจะเกิดการล้อหมุนฟรีข้างใดข้างหนึ่งได้ ทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่าย
ในการขับรถบนถนนที่เจิ่งนองด้วยน้ำ หรือบนถนนที่เปียกชุ่มด้วยน้ำฝน ต้องเชื่อไว้ก่อนว่าระบบเบรกจะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ แม้รถคันนั้นจะมีตัวช่วยในระบบเบรก เช่น ABS EDB และต้องจำไว้ให้แม่นยำว่าในสภาพถนนแบบนั้น รถที่ติดตั้งระบบ เอบีเอส จะทำให้ระยะหยุดรถยาวมากกว่าบนถนนแห้ง และการลดความเร็วของรถบนถนนเช่นนั้น ห้ามใช้ การเชนจ์เกียร์ หรือเอ็นจิ้นเบรกช่วยเด็ดขาด เพราะล้ออาจจะหมุนฟรีข้างใดข้างหนึ่งทำให้รถหมุนได้ง่าย ต้องการหยุดรถใช้การถอนคันเร่งและเหยีบเบรกเท่านั้น เมื่อรถผ่านพ้นจากสภาพน้ำท่วมขังมาแล้วต้องตรวจสอบระบบเบรกก่อนที่จะทำอย่างอื่น เพราะในช่วงที่ลุยน้ำมานั้นผ้าเบรกจานเบรกจะเปียกน้ำหรืออมน้ำเอาไว้ ต้องขับแบบ เลียเบรกเบาๆ สักระยะหนึ่ง จนทดสอบแล้วว่าเบรกทำงานได้อย่างปกติแล้ว จึงทำความเร็วได้อย่างเป็นปกติ
เมื่อขับรถลุยน้ำนำรถเข้าจอดที่บ้านแล้ว ถ้าเคยชินกับการใช้เบรกมือในการจอดขอให้งดไว้ก่อน เพราะกลไกของเบรกมือผ่านการลุยน้ำมาแล้ว เมื่อดึงเบรกมือค้างคืนเอาไว้เมื่อต้องการปลดเบรกมือผ้าเบรกอาจจะไม่หลุด (จาก) จากจานเบรกได้ (เบรกค้าง) จะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการขับ ก็ควรจะใช้เกียร์เป็นตัวช่วยหยุดรถเมื่อจอดเช่นเกียร์ออโต้ก็ใช้เกียร์ P เกียร์ธรรมดาก็ใช้เกียร์ถอย หรือเกียร์หนึ่ง แล้วแต่สะดวก
เผื่อเหลือเผื่อขาดหาอุปกรณ์ติดรถไว้บ้าง เผื่อเราเผื่อเขา เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ บู๊ทยางหนึ่งหรือสองคู่หรือมากกว่า เสื้อกันฝนสีสดๆ (เห็นชัดเจนในกลางคืน) ผ้าบางๆ เบาๆ สักตัวหรือสองตัว ไฟฉายกระบอกโตๆ ที่กันน้ำได้สักหนึ่งกระบอก น้ำยากันชื้น ผ้านุ่มๆ สะอาด กระดาษทิชชู ทุกอย่างใส่ไว้ในถุงเก็บไว้ในรถในที่ๆ จะหยิบใช้ได้ง่ายๆเท่านี้ก็ควรจะพอแล้ว และคำเตือนสุดท้าย เมื่อต้องการจอดรถแหงนมองด้านบนไว้บ้าง ไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณายักษ์ หลีกได้หลีกหลบได้หลบอย่าเข้าใกล้



