
คันฉ่องและโคมฉาย คนสำราญงานสำเร็จ (จบ) "สวดมนต์"
เรามีเวลาอยู่ในโลกไม่นานนัก อย่าอยู่ด้วยความโกรธเกลียดชิงชังเลย ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเธอให้ร่มเย็นเป็นสุขเถิด แผ่เมตตาให้ทุกชีวิตเหมือนกับว่าน้อมฝนจากฟ้าหลั่งลงมารินรดพฤกษาประชาสัตว์ ทำบ่อยๆ จนรู้สึกว่าคนที่เราโกรธกลายเป็นคนที่น่าสงสาร นั่นแหละคือกา
อาตมาอ่านประวัติของมหาตมะ คานธี ท่านนำวิธีนี้ไปใช้ วันหนึ่งไปประชุมสภาที่อังกฤษ ไปจากอินเดียเลย เป็นสามัญชนคนเดียวที่นุ่งผ้าเตี่ยวผืนเดียว เข้าเฝ้าผู้นำราชวงศ์และประชุมกับผู้นำรัฐบาลในสมัยนั้น ที่กำลังแถลงกันอย่างออกรสออกชาติ ขนาดว่าทหารองครักษ์เตรียมปืนไว้ ผิดพลาดก็จะยิงกลางที่ประชุม เพราะทุกคนตกอยู่ในอารมณ์โกรธ เพราะฟังมหาตมะ คานธีแล้วของขึ้น
ขณะที่ทุกคนกำลังโกรธ มหาตมะ คานธีนั่งคุกเข่าสวดมนต์ ฝรั่งงง งงว่ามหาตมะ คานธีทำอะไร คุกเข่าสวดมนต์ ๒๐ นาที ปรากฏว่ามหาตมะ คานธี สงบอารมณ์โกรธด้วยการสวดมนต์ ที่ประชุมทุกคนไม่กล้าพูด นิ่ง แล้วจับจ้องมหาตมะ คานธีเป็นตาเดียว พอนิ่งปุ๊บเกิดอะไรขึ้น คนที่กำลังโกรธได้สติทั้งหมดเลย พอมหาตมะ คานธีสวดมนต์เสร็จ ลุกขึ้นมาประชุม ที่ประชุมนั้นนิ่งและเงียบ พูดกันด้วยเหตุและผลเหมือนเดิม
เพราะฉะนั้นวิธีบริหารความโกรธวิธีสุดท้ายนะคือการ “สวดมนต์”
ถ้าสามวิธีเบื้องต้นเอาไม่อยู่แล้ว ยิ่งหลับตายิ่งเห็น ยิ่งแผ่เมตตายิ่งไปไม่ถึง แผ่เท่าไหร่มันวนอยู่แค่นี้ พอหลับปุ๊บมันเห็นรอยยิ้มมาเลย ก็ใช้วิธีสวดมนต์ ถ้าไม่มีบทสวดมนต์ อาตมาจะพิมพ์แจกให้
การสวดมนต์เป็นการดึงจิตกลับมาอยู่กับธรรมะธัมโม เราจะได้สติทำให้จิตของเราร่มเย็นและเป็นสุข ธรรมะจะปรากฏเป็นรูปธรรมเพราะอะไร เพราะเราสวดทั้งใจและสวดทั้งปาก มันจะเปลี่ยนจิตใจของเราให้มาอยู่กับธรรมะ ถ้าเราทำได้ เราจะเป็นนักบริหารชั้นยอด เพราะอะไร ถ้าเราบริหารตัวเองได้ เราก็บริหารคนทั้งโลกได้
คุณโยมอย่าคิดว่าการบริหารตนเองไม่สำคัญนะ บิล คลินตันบริหารตัวเองไม่ได้ พอลูวินสกี้มาฝึกงาน ก็ไปเห็นเด็กฝึกงานสวยกว่าภรรยา บริหารโลกทั้งโลกได้ แต่บริหารโลกของตัวเองไม่ได้ เป็นยังไงก็มีปัญหาเลย
เพราะฉะนั้นผู้บริหารจำเป็นที่สุดคือบริหารอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นโลภ โกรธ หลง ต้องบริหารอารมณ์ทั้งสามนี้ให้ได้ ถ้าเราบริหารอารมณ์ได้ เราก็มีทั้งไอคิวและอีคิวสมบูรณ์แบบ ถ้าใครมีทั้งไอคิวและอีคิวสมบูรณ์ในใครเมื่อไหร่ คนสำราญงานสำเร็จ ดูอย่างพระพุทธเจ้า พระพุทธปฏิมาทุกพระองค์แย้มพระสรวญทุกองค์ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหนก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่า พระองค์ทำงานแล้วมีความสุขมาก
อาตมภาพเองก็เช่นเดียวกัน อยากให้เราท่านทั้งหลายทำงานแล้วมีความสุขทุกวัน เข้าลักษณะที่เรียกกันว่า “คนสำราญงานสำเร็จ" เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่พูดมาเป็นสิ่งละอันพันละน้อยจะช่วยเป็นประทีปนำทางให้เราทั้งหลาย มีสติ มีสัมปชัญญะ ทำงานอย่างมีความสุข
ขอให้เราทุกคนเป็นองค์กรที่มีความรัก มีความสมัครสมาน ทำสิ่งที่สร้างสรรค์จนกระทั่งขึ้นไปเป็นสถาบันบุคคลทางด้านสื่อสารมวลของบ้านนี้เมืองนี้ และของโลกในอนาคต
ขอให้ทุกท่านทุกคนคิดหวังสิ่งหนึ่งประการใดที่เต็มไปด้วยชอบและประกอบไปด้วยธรรมแล้วไซร้ ขอความคิดความปรารถนานั้นๆ จงทำสำเร็จ จงทำสำเร็จ และจงทำสำเร็จด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ
"ว.วชิรเมธี"



