
กรมสุขภาพจิตลงพื้นที่เยียวยาชุมชนหมอเหล็งพิษม็อบ
กรมสุขภาพจิตลงพื้นที่เยียวยาชุมชนหมอเหล็ง มีผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย เหตุไฟดับ ใช้เครื่องดูดเสมหะไม่ได้ ทำให้หายใจติดขัด ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 4 รายจากลูกหลง ยังอยู่ในภาวะเครียด หวาดผวา ยังต้องติดตามใกล้ชิด พร้อมเผย ชุมชนวัดปทุมพบญาติผู้เสียชีวิตในวัดปทุมฯ อยู่ใ
(3มิ.ย.) พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนายการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 (กทม.) เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการลงพื้นที่เขตราชเทวี เพื่อดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทางด้านจิตใจ ซึ่งมี 3 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบคือ 1. ชุมชนใต้ทางด่วนซอยหมอเหล็ง พบว่ายังมีผลกระทบด้านจิตใจ ยังมีความเครียดในระดับปานกลางถึงรุนแรง ร้อยละ 10 มีอาการนอนไม่หลับ หวาดผวา เวลาที่คิดถึงสถานการณ์รุนแรงที่ผ่านมายังมีอาการใจสั่นอยู่ ในจำนวนนี้พบครอบครัวสูญเสียคนในครอบครัวไป 1 ราย เนื่องจากถูกตัดไฟ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องดูดเสลดเพื่อช่วยผู้ป่วยได้ ทำให้เกิดอาการหายใจติดขัดและเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บ 4 ราย บ้านเรือนเสียหายประมาณ 20 หลังคาเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากอาวุธปืน ทั้งนี้ในส่วนผู้บาดเจ็บ 4 ราย จากที่ได้ประเมินพบว่ายังมีภาวะเครียดอยู่บ้าง หวาดผวา เรียกว่ามีบาดแผลทั้งทางกายและทางใจ ดังนั้นจะต้องติดตามช่วยเหลือเยียวยาต่อไปในอีก 2 สัปดาห์จากนี้
“ในรายที่สูญเสียคนในครอบครัว ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 74 ปี ที่ป่วยเรื้อรัง ต้องเจาะคอและดูดเสหะ แต่ได้รับผลกระทบจากไฟที่ดับ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องดูดเสลดได้ แต่จากการพูดคุยกับภรรยานั้น ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและทำใจได้ อีกทั้งเพื่อนบ้านต่างให้กำลังใจ จึงไม่มีปัญหามาก ” ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13
พญ.มธุรดา กล่าวว่าหลังที่มีการสลายการชุมนุมทางกรมสุขภาพจิตและ กทม. ได้ลงพื้นที่ลงไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งภาพรวมยังมีบางชุมชนที่มีความขัดแย้งด้านความเห็นอยู่บ้าง เช่นชุมชนวัดบ่อนไก่ ชุมชนวัดปทุม ที่ยังมีความโกรธไม่พอใจผู้ชุมนุมอยู่บ้าง อาจจะเป็นช่วงแรกของเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป แต่ด้วยความใส่ใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้คนเหล่านี้มีกำลังใจต่อไป สำหรับในส่วนของผู้สูญเสียนั้น ที่ชุมชนวัดปทุมมีผู้สูญเสียญาติในวัดปทุมฯ ที่เกิดภาวะซึมเศร้ายังต้องติดตามต่อ 1 ราย กลุ่มเด็กๆ หลังวัดปทุมและมะกะสัน ร้อยละ 50 ยังมีอาการหวาดผวา นอนไม่หลับ จึงต้องติดตามต่อไป ส่วนชุมชนบ่อนไก่นั้นทางสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครได้ส่งพื้นที่ไปแล้ว ซึ่งทางกรมสุขภาพจิตได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมดูแลด้วย แต่ภายใน 2 สัปดาห์ทางกรมสุขภาพจิตจะลงพื้นที่บ่อนไก่อีกครั้ง
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อดูแลเด็กในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ 20 ชุมชน จาก 45 ชุมชน ภาพรวมในเด็กถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สภาวะจิตใจปกติ เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่กับผู้ปกครอง แต่จากการลงพื้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตดินแดง ซึ่งมีนักเรียก 90 คน พบว่ามี 5 ราย ที่ยังอยู่ในอาการตกใจกลัวต่อเสียงที่ดัง นอนไม่หลับ และยังมีความกลัวอยู่ ทั้งๆ ที่ปฎิกิริยาคนทั่วไป เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว อาการเหล่านี้ต้องดีขึ้น ดังนั้นจะต้องมีการติดตามต่อ ซึ่งหาก 1 เดือน อาการเหล่านี้ยังคงอยู่อาจเข้าสู่ภาวะผิดปกติทางจิตใจจากเหตุการณ์ความไม่สงบ หรือ ( PTSD. -Posttraumatic stress disorder)
นางปลด ยี่คู่ ชาวชุมชนหมอเหล็ง อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305 ซ.หมอเหล็ง เขตราชเทวี กทม. ภรรยานายเฉลิม ยี่คู่ อายุ 74 ปี ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองที่เสียชีวิตในช่วงที่ ถ.ราชปรารภ และ ซ.หมอเหล็งถูกปิดล้อม กล่าวว่า สามีป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองมานานแล้ว หมอนัดตรวจวันที่ 19 พ.ค. แต่ไม่สามารถพาออกไปได้ และในช่วงวันดังกล่าวไฟฟ้าดับทั้งวัน ถูกตัดเนื่องจามีไฟไหม้ธนาคารใกล้ๆ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องดูดเสลดที่คอออกมาได้ แม้ว่าข้างบ้านจะมีเครื่องปั่นไฟ แต่กำลังไฟไม่พอทำให้เครื่องไม่ทำงาน หลานก็ลองพยายามใช้เครื่องดูดเสลดอยู่หลายครั้งแต่ก็ดูดไม่ออก จึงลองโทรไปเพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์สิริธร แต่เจ้าหน้าที่ให้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าแทน เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่สงบและรุนแรง เข้าไปรับผู้ป่วยไม่ได้ ดังนั้นจึงลองโทรติดต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พอเจ้าหน้าที่รับสายก็หัวเราะและให้กลับไปติดต่อที่ศูนย์สิริธรแทน
“หลังได้คำตอบแบบนี้ ก็ไม่ได้โทรไปที่ไหนอีกเลย ซึ่งน้องสาวก็บอกว่าไม่ต้องพาไป ทางโรงพยาบาลคงต้องรักษาทหารที่บาดเจ็บก่อน และตาเองก็แก่มากแล้ว อย่าไปยึดติดเลย ” นางปลด กล่าว และว่า หลังจากที่ตาเสียชีวิตไป ก็ไม่คิดมาก เพราะเห็นว่าตาอายุมากและป่วยทรมานมานานแล้ว ต้องคอยทำกายภาพบำบัด ตาป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองและมีภาวะปอดติดเชื้อ โดยเสียชีวิตในวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา
นางปลด กล่าวว่า ช่วงที่มีการยิงกัน ญาติๆ ก็โทรศัพท์มาคุยและขอให้ย้ายออกจากบ้านไปชั่วคราวก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะเป็นห่วง เนื่องจากมีคนมาบอกว่าจะมีการเผาชุมชนด้วย กลัวว่าจะไฟไหม้ตายทั้งครอบครัว แต่ตนเองก็อยู่ที่นี่มานานเลยไม่อยากไปไหน ส่วนหลาน 2 คนเห็นว่ายายไม่ไปก็เลยไม่อยากไป และยังมีหลานสะใภ้ที่หยุดขายของที่ห้างแพททินั่มมาอยู่เป็นเพื่อน และช่วยขับรถไปตลาดใกล้บ้านเพื่อซื้อของมากิน หากถามว่าตอนที่มีการยิงกันหนักกลัวไหม ตอบว่ากลัว และกลัวมาก แต่ทำใจไม่กลัว ซ้ำยังกลัวว่าจะมีคนมาเผาชุมชน เด็กๆในชุมชนต้องช่วยกันเฝ้ายามกันทั้งคืน ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
นางฉลวย สายนาค อายุ 40 ปี ถูกลูกหลงกระสุนยิงเข้าที่ข้อเท้าขณะที่อยู่ในบ้าน กล่าวว่า มีอาชีพค้าขายผลไม้อยู่หลังตึกใบหยก ถูกลูกหลงประมาณวันที่ 16 พ.ค. ขณะนอนอยู่ในบ้านกระสุนทะลุข้อเท้าขวา ต้องไปนอนที่ รพ.พระราม 9 ประมาณ 10 กว่าวัน โดยใช้สิทธิ์บัตรทอง หลังโดนยิงไม่ได้ขายของ 2 เดือนกว่า ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่าย จนต้องไปกู้เงินนอกระบบ 2 หมื่นบาทเสียดอกเบี้ยร้อยละ 20 ตอนนี้ลำบากมาก เพราะลูกต้องเรียนหนังสือ 2 คน ตอนนี้นอนยังผวา และรู้สึกกลัวอยู่ ถ้าตื่นในตอนดึกจะนอนไม่หลับอีกเลย เมื่อคืนฝนตกฟ้าร้องก็ตกใจกลัวเลย อย่างไรก็ตามอยากให้บ้านเมืองสงบจะได้กลับไปขายของเหมือนเดิม
ด้าน น.ส. จักรศรี จำปางาม อายุ 19 ปี ถูกกระสุนถากเข้าที่หัวขณะอยู่ในบ้าน กล่าวว่า มีอาชีพขายรองเท้าอยู่ประตูน้ำ วันเกิดเหตุคือวันที่ 14 พ.คง ประมาณ 2 ทุ่มครึ่งอยู่ที่บ้านกินหมูกระทะอยู่ พอลุกขึ้นก็โดนลูกหลงจากกระสุนยิงถากหัว ซึ่งหมอเย็บประมาณ 40 กว่าเข็ม ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่หากได้ยินเสียงอะไรดัง ๆ ก็ยังตกใจอยู่



