ไลฟ์สไตล์

ไทยเตรียมเสนอเส้นทางประวัติศาสตร์มอญ-เขมรต่อยูเนสโก

ไทยเตรียมเสนอเส้นทางประวัติศาสตร์มอญ-เขมรต่อยูเนสโก

03 มิ.ย. 2553

(3มิ.ย.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในระว่างการเป็นประธานเปิดการสัมมนา “ ไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาสู่อนาคต

พร้อมเปิดตัวเว็ปไซด์ www.eastasiawatch.in.th โดยสรุปว่า การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องมีสังคมที่เป็นประชาธิปไตย จึงจะดำเนินการร่วมกับประเทศอื่นได้ ซึ่งการมีโครงสร้างทางการเมืองที่เหมือนกันจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในองค์รวมโดยเฉพาะประเทศในอาเซียน เพราะในอนาคตอาเซียนกำลังจะกลายเป็นหนึ่งเดียวและมุ่งสู่ความต้องการของประชาชนในภูมิภาคเป็นหลัก

 นายกษิต กล่าวว่า ตนรู้สึกอิจฉาประเทศทางยุโรปที่เขาสามารถชำระประวัติศาสตร์ได้ แล้วรวมกันเป็นสหภาพยุโรป ประเด็นที่เจ็บปวดยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ทุกอย่างจบแล้ว มาร่วมมือกันเพื่อเริ่มต้นใหม่ จึงอยากสร้างให้ประเทศในอาเซียนไม่มีประเด็นปัญหา หรืออุปสรรคมาจากเรื่องในประวัติศาสตร์ ไม่ให้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองเลวๆ ที่จะมาสร้างความรักชาติแล้วให้คนมาเกลียดชังกัน ทั้งสองฝากของชายแดน อันนี้ต้องเลิก ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนหลายประเทศว่าเราควรร่วมกันชำระประวัติศาสตร์อาเซียนกันใหม่ ยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นและมุ่งไปข้างหน้าอย่าเอาเรื่องอดีตมาเป็นเชื้อของความเกลียดชัง

นอกจากนั้นควรต้องปรับปรุงภาษาหรือศัพท์ต่างๆ เช่นคำว่า พม่าเผาเมือง เอาเลือดเขมร ไอ้ลาว พวกคำเหล่านี้จะต้องจบได้แล้ว   นอกจากนั้นรัฐบาลยังได้มีการเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ผ่านทางวัฒนธรรม การศึกษา เส้นทางคมนาคม และอื่นๆ ซึ่งเป็นการลดช่องว่างและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อย่างเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2552 ได้มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก โดยนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมีมตินำเสนอเส้นทางประวัติศาสตร์ มอญ - เขมร ต่อยูเนสโก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าหลายประเทศมาจากรากฐานเดียวกัน และจะทำให้การร่วมมือเป็นไปอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น