
ชินวรณ์ย้ำการศึกษามีคุณภาพช่วยพัฒนาปท.
ชินวรณ์ย้ำการศึกษาต้องมีคุณภาพ เป็นเครื่องมือพัฒนาปท. ระบุทำงานการเมืองต้องถือนโยบายรัฐเป็นหลัก การเมือง-การบริหาร จัดการศึกษาต้องแยกออกจากกัน
(3มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษา ว่า วันนี้ที่ประชุมมีความเห็นชอบในตัวชี้วัดและเป้าหมาย ในเรื่องจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และผู้เรียนต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งดูจากตัวชี้วัดจากสนธิทางการเรียนที่จะต้องผ่านการทดสอบระดับชาติร้อยละ 50 ตลอดจนผลสนธิในเรื่องพฤติกรรมของตัวผู้เรียน
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ส่วนที่สองเป็นเรื่องของการใฝ่เรียน ที่มีตัวชี้วัดกำหนดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสอ่านหนังสือมากขึ้น และมีตัวชี้วัดประกอบในเรื่องของการสำรวจไอเอ็มบี ที่เป็นหน่วยงานในระดับชาติ ส่วนเรื่องการใฝ่ดีได้มีการกำหนดตัวเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องความมีคุณธรรม จริยธรรมและเรื่องการลดผลการมีคดีทางอาญาของกลุ่มนักเรียนเยาวชน นอกจากนี้ยังมีเรื่องคิดเป็นทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ซึ่งทั้งหมดได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และให้ทางฝ่ายเลขานุการสภาการศึกษา คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ที่ได้นำเอาตัวเป้าหมายและการชี้วัดต่างๆ ไว้ดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับการศึกษาบ้าง นายชินวรณ์ กล่าวว่า มี 2 ประเด็น คือ นายกรัฐมนตรี ขอให้ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา และหน่วยปฏิบัติที่ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ได้ดำเนินการที่จะทำตัวชี้วัดไปเข้าสู่ภาพของการปฏิบัติจริง ที่จะต้องมาดูกระบวนการกำหนดจุดยุทธศาสตร์ ที่จะสร้างให้ประชาชนได้รับรู้ว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว 2. เรื่องการปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับกระบวนการ ปรองดอง ที่เป็นกระบวนการที่ดำเนินการในหลายวิธี เพื่อที่จะนำไปสู่การฟื้นฟูประเทศ ซึ่งการศึกษาก็เป็นเครื่องอย่างชิ้นหนึ่งที่จะนำไปสู่กระบวนการดังกล่าว โดยจะมีคณะกรรมการชุดใหญ่เข้ามา และเราจะได้ทำงานประสานกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ในกระทรวง ศึกษาธิการมีรัฐมนตรีช่วย ในรัฐบาลที่มาจากพรรคเพื่อแผ่นดิน จะเป็นปัญหาต่อการทำงานหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเมืองและการบริหารจัดการศึกษาต้องแยกออกจากกัน เพราะการศึกษาต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่เราจะต้องร่วมมือกันในการทำงาน เพื่อให้เกิดผลด้านการปฏิรูป โดยเน้นเป้าหมายที่ตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง ส่วนในการเมืองจะเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคเข้าใจ และต้องยอมรับว่า เราต้องมายึดถือนโยบายของรัฐบาลเป็นหลัก
“ ขณะนี้ตนต้องการมุ่ง เน้นในการทำงานเป็นหลัก ส่วนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ในแต่ละส่วนแต่ละบทบาทอย่างไร ก็อยากขอให้แต่ละฝ่ายไปปรับปรุงตัวเอง ในการที่จะมาร่วมมือกันขับเคลื่อนในการทำงาน และที่สำคัญที่สุดเข้าใจว่า เมื่อเรามีการแก้ปัญหาในเชิงบริหารแล้ว ต้องเข้าใจว่าในเชิงนโยบาย ของสำนักงานอาชีวะศึกษาตลอดจนในเรื่องโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งจะได้เดินหน้าต่อไป” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว



