
สบายครรภ์... สบายมัม
ครอบครัวคุณภาพเริ่มต้นได้ตั้งแต่การตั้งครรภ์ เพราะพ่อแม่ยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพของคนในครอบครัว นิตยสารรักลูก จึงจัดเวิร์กช็อปเพื่อครรภ์คุณภาพ รักลูก Smart Mom 2010 ครั้งที่ 1 สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และว่าที่คุณพ่อมือใหม่ มาร่วมเปิดประสบการณ์และเพ
นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินรีแพทย์ แนะวิธีดูแลสุขภาพของว่าที่คุณแม่ในแบบสบายครรภ์...แบบสมาร์ทมัม ว่าต้องระวังช่วง 3 เดือนแรกในสุขภาพกาย จิตใจ อาหาร การควบคุมอารมณ์ และตรวจเช็กความพร้อมของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
“3 เดือนแรกเป็นช่วงที่ตัวอ่อนมีพร้อม ทั้งสมอง ตา หู ปาก และฟัน ซึ่งต้องระวังช่วงนี้มากเป็นพิเศษ เพราะระบบภายในอาจกำจัดตัวอ่อนที่มีพัฒนาการไม่ดีออกจากร่างกาย คือทำให้เลือดไปเลี้ยงมดลูกน้อย เส้นเลือดบีบ ลูกขาดออกซิเจน ขาดสารอาหาร เด็กฟ่อและทำให้หลุด ถือเป็นช่วงที่อันตราย จึงควรรับการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นระยะๆ เริ่มจากครั้งแรกช่วง 12 สัปดาห์ เพื่อตรวจขนาดของลูกและดูความสมบูรณ์ของรก หลังจากนั้นช่วง 12-28 สัปดาห์ คุณแม่สามารถกระโดดโลดเต้นได้ ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ถือว่าเป็นระยะปลอดภัย และให้ตรวจอีกครั้งตอนอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ เพื่อเช็กว่ามีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และควรสังเกตความแข็งแรงของลูกด้วยจำนวนการดิ้นของลูกได้ ตั้งแต่ช่วงครรภ์ 8 เดือนไปแล้ว (32 อาทิตย์) เช็ดว่า 1 ชม.ดิ้นกี่ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น 3 เวลา ดิ้นกี่ครั้ง ถ้าดิ้นไม่บ่อยควรปรึกษาแพทย์” คุณหมอแนะนำ
พร้อมกันนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะตั้งครรภ์แม่ต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ อย่าเครียด เพราะอาจเป็นต้นเหตุของการคลอดก่อนกำหนด และความรักของสามีในช่วงภรรยาตั้งครรภ์เป็นช่วงสายใยแห่งรักที่แน่นแฟ้น ภรรยาต้องได้รับแต่เรื่องดีๆ อย่าพยายามเอาสื่อลบภายนอกเข้ามากระทบจิตใจ เมื่อภรรยาอารมย์ดี ลูกออกมาก็จะเลี้ยงง่าย และเมื่ออายุครรภ์ใกล้ถึงกำหนด ให้ระวังภาวะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจเกิดจาก 1.แม่ทำงานหนัก 2.พักผ่อนน้อย หรือ 3.ความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง มดลูกบีบตัว ทำให้ฮอร์โมนไม่ดี และถ้าปวดท้องเป็นระยะๆ ปวดท้องทุกๆ 15 นาทีหรือมีเลือดออกควรไปพบแพทย์ทันที
"ในระหว่างภรรยาตั้งครรภ์ สามี ควรเป็นกำลังใจและให้ความรักภรรยามากขึ้น ช่วยทำงานบ้าน ทำให้ภรรยามีความสุข นึกแต่เรื่องดีๆ อย่าเอาสื่อด้านลบภายนอกเข้ามากระทบจิตใจ และควรพูดคุยกับลูกในท้องบ้าง เปิดเพลงเพราะๆ ให้ลูกฟัง ซึ่งทั้งหมดเมื่อภรรยาอารมณ์ดี ภรรยาสบายใจ ลูกออกมาก็จะเลี้ยงง่าย ส่วนเรื่องวิธีคลอด จะผ่าคลอดหรือคลอดเองตามธรรมชาติ แบบไหนสามารถทำได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของคนท้อง และลักษณะท้องของคุณแม่ แต่ถ้าอยากคลอดลูกแบบธรรมชาติต้องงดทานน้ำตาล งดไขมัน เพราะมันจะเป็นอุปสรรคในการคลอด” นพ.พันธ์ศักดิ์ กล่าวแนะเพิ่ม
ด้าน ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เผยเคล็ดลับสำหรับแม่ท้องว่าควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความหลากหลาย และให้เพิ่มวิตามินและเกลือแร่ ในแต่ละมื้ออาหาร
"แม่ตั้งครรภ์ควรบริโภคอาหารให้หลากหลาย ต้องกินเนื้อสัตว์ ผลไม้ ไขมัน ผัก อย่างพอดี ต้องทานให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว หรือ 1 ลิตรต่อวัน และควรเสริมอาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่ ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของครรภ์ อาทิ การดื่มนมทุกวันอย่างน้อย 1 กล่อง หรือ 251 กรัม จะให้แคลเซียมประมาณ 1,200 มก. ที่จะถูกลูกดึงไปสร้างกระดูกและฟัน และการสร้างเนื้อเยื่อของลูกในครรภ์ ต้องอาศัยโปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุดคือโปรตีนจากนม และจากปลา" ผู้เชี่ยวชาญแนะนำด้านอาหาร
ปิดท้ายกิจกรรมด้วย “โยคะเพื่อสองเรา” นรินา จุลกะรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ แนะเคล็ดลับวิธีออกกำลังกายแบบโยคะเพื่อสุขภาพแม่ท้อง ช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ และทำให้คลอดง่าย โดยเริ่มจากท่าง่ายๆ และฝึกการหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี แต่มีข้อควรระวัง อย่างช่วงไตรมาสแรก ถ้าแพ้ท้องมากๆ ให้ทำท่าง่าย
"ประโยชน์ของการเล่นโยคะ นอกจากจะทำให้จิตใจรู้สึกสงบ มีสมาธิ ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อช่วงท้อง บำบัดอาการปวดหลังให้แก่คุณแม่ท้องได้ และยังช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีและอบอุ่นระหว่างคู่สามีภรรยา ที่สำคัญต้องเล่นให้ถูกวิธี และใช้ท่าที่เหมาะสมสำหรับคนท้อง จะไม่เป็นอันตราย และยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และคลอดง่าย" นรินา กล่าวปิดท้าย



