ไลฟ์สไตล์

เต็นท์ไม่ต้อง ขอร่มแบบเดิม

เต็นท์ไม่ต้อง ขอร่มแบบเดิม

04 มิ.ย. 2553

กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ในบริเวณตลาดรถไฟมักกะสัน ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเมื่อต้นปี 2552 ได้มีกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นอดีตพนักงานการรถไฟ เข้ามาตั้งร้านขายข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่ม ในบริเวณลานจอดรถของสถานีรถไฟมักกะสัน

 ถือเป็นการฝ่าฝืน และขัดต่อสัญญาที่ผู้เช่าทำไว้กับการรถไฟ  ห้ามการรถไฟอนุญาตให้มีผู้ขายอื่นมาขายแข่งกับผู้ประมูล ตามสัญญาเช่าสิทธิขายอาหารและสิ่งพิมพ์ ประจำสถานีมักกะสัน
 จากนั้น ประมาณกลางปี 2552 กลุ่มบุคคลนี้อ้างว่า ได้รับมอบอำนาจจาก กองการจัดการเดินรถเขต 1 และนายสถานีรถไฟมักกะสัน ให้ทำการกางเต็นท์บริเวณตลาดรถไฟมักกะสัน และเก็บเงินค่าเต็นท์ และค่ารักษาความสะอาด จากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าทั้งหมดในตลาดรถไฟมักกะสัน
 บรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้คัดค้าน เพราะพ่อค้าและแม่ค้ามีร่มที่กางและเก็บได้สะดวกอยู่แล้ว การกางเต็นท์ทำให้มืดและสกปรก เนื่องจากแดดส่องไม่ถึง และการต่อสายไฟก็ระโยงระยางไม่เป็นระเบียบ ก่อให้เกิดอันตราย
 ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2553 นายสุธี คุ้มทรัพย์ ตำแหน่งหัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 1 อ้างว่า ปฏิบัติการแทนผู้ว่าฯ การรถไฟ ได้ออกหนังสือฉบับลงวันที่ 28 เมษายน 2553 อนุญาตให้ นายมานะ เจียงวงศ์ เป็นผู้มีสิทธิเก็บค่ารักษาความสะอาด และค่ากางเต็นท์ ที่ตลาดรถไฟมักกะสัน โดยมี นางมะลิ อารีย์วงศ์ เป็นผู้รับมอบอำนาจ
 การกระทำของบุคคลดังกล่าว ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดรถไฟมักกะสัน เพราะมีการเรียกเก็บเงินค่าเต็นท์ และค่าแผงในราคาที่สูง พ่อค้าแม่ค้ารายใดไม่จ่ายก็จะถูกกลุ่มบุคคลนี้ข่มขู่จะนำพรรคพวกมารื้อแผง
 ตลาดกางร่มจะเริ่มขายกันตั้งแต่ 06.00-12.00 น. ทุกวัน พอเลิกขายก็จะกลายเป็นลานจอดรถเหมือนเดิม แต่การกางเต็นท์แบบถาวร ทำให้ไม่มีที่จอดรถสำหรับประชาชนที่จะมาใช้บริการของการรถไฟ ที่สำคัญทั้งอับทั้งเหม็นแดดส่องไม่ถึง
ผู้ค้า
ตอบ
 เจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์และรับเรื่องร้องเรียน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงว่า พื้นที่บริเวณลานจอดรถของสถานีรถไฟมักกะสัน เดิมเคยเป็นตลาดชั่วคราวรองรับผู้ค้าที่เดินทางมากับขบวนรถสายตะวันออก เพื่อนำสินค้าทางการเกษตรจากท้องถิ่นมาลงขายที่สถานีรถไฟมักกะสัน แต่ปัจจุบันไม่มีผู้ค้าจากท้องถิ่นแล้ว มีแต่พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่นำของมาขาย โดยมีเจ้าหน้าที่ของการรถไฟเก็บค่าทำความสะอาดแผงละ 10 บาท โดยไม่เสียค่าพื้นที่ขายของ
 ทางการรถไฟมีนโยบายจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน จึงได้ออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนเสนอราคา เพื่อเข้ามาจัดสรรพื้นที่ใช้ประโยชน์ ปัจจุบันได้ผู้เช่าสิทธิ์แล้ว
 ฉะนั้น ผู้เช่าสิทธิ์สามารถนำพื้นที่ไปจัดสรร และเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง
 เจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์ รฟม. แนะนำว่า พ่อค้าแม่ค้าควรรวบรวมรายชื่อผู้ที่เดือดร้อน กรณีการเรียกเก็บค่าเช่าแผงแพง เพื่อเจรจากับผู้เช่าสิทธิ์ และทำสัญญาเป็นข้อตกลง จะดีกว่า
ลุงแจ่ม