ไลฟ์สไตล์

หวังเด็กไทย ปลอดเชื้อไวรัสโรต้า

หวังเด็กไทย ปลอดเชื้อไวรัสโรต้า

03 มิ.ย. 2553

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทุกประเทศบรรจุวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า ในโปรแกรมการวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กทุกประเทศ เพื่อช่วยปกป้องเด็กทั่วโลกให้รอดพ้นจากการนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือเสียชีวิตด้วยโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า

 "ไวรัสโรต้า" เป็นสาเหตุให้เด็กทั่วโลกเสียชีวิตกว่า 5 แสนรายต่อปี ซึ่งร้อยละ 90 อยู่ในภูมิภาคเอเชีย และแอฟริกา พบว่า ทารกวัย 6 เดือนถึง 2 ขวบ เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโรต้ามากที่สุด เชื้อนี้ติดต่อกันได้ง่าย ผ่านการสัมผัสกับคนหรือสิ่งของที่มีเชื้อโรต้าปนเปื้อนอยู่ ซึ่งยากที่จะระวังได้ และเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าสถานที่ใดปลอดจากเชื้อ เพราะเชื้อนี้ทนทานแม้กระทั่งน้ำยาฆ่าเชื้อ
 การติดเชื้อไวรัสโรต้า เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระ เข้าทางปาก เป็นช่องทางหลัก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ไวรัสโรต้าติดต่อผ่านทางเดินหายใจได้ด้วย เมื่อไวรัสโรต้าเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย จะไม่ถูกทำลายโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร จากนั้นเชื้อจะแพร่ไปที่เยื่อเมือกของผนังลำไส้เล็กเพื่อเพิ่มจำนวน ส่งผลให้เซลล์เยื่อบุผิว (epithelium cell) ของลำไส้เล็กสูญเสียหน้าที่ในการดูดซึมน้ำและเกลือแร่ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการถ่ายท้องเสียและสูญเสียเกลือแร่จากร่างกายได้
 ไวรัสโรต้า เป็นสาเหตุสำคัญของอาการท้องร่วงในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ผู้ป่วยที่แสดงอาการติดเชื้อนี้ จะมีระยะการฟักตัว 1-3 วัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีไข้ หรืออาเจียน เป็นอาการนำ และถ่ายเป็นน้ำ อยู่ประมาณ 4-8 วัน ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงจนกระทั่งเกิดภาวะขาดน้ำ และสูญเสียเกลือแร่ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือบางรายเสียชีวิตได้
 ปี พ.ศ.2549 ประเทศเม็กซิโก เป็นประเทศแรกในโลกที่บรรจุวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าเป็นโปรแกรมพื้นฐานของประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ.2552 องค์การอนามัยโลกให้การสนับสนุนชัดเจนว่า วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรต้ามีความสำคัญและสมควรที่จะบรรจุในโปรแกรมการให้วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กทุกประเทศ เพื่อช่วยปกป้องเด็กทั่วโลกให้รอดพ้นจากการนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือการเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า ปัจจุบันรัฐบาลของหลายประเทศทั่วโลกได้บรรจุการให้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าในโปรแกรมการให้วัคซีนพื้นฐาน เช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐานอื่นๆ
 ผลการศึกษาล่าสุดที่ทำในประเทศแอฟริกาใต้และมาลาวี แสดงว่า การให้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าสามารถป้องกันการเกิดโรคอุจจาระร่วงชนิดรุนแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้าได้ หลายๆ ประเทศใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าอย่างแพร่หลาย เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ ซึ่งพบว่าสามารถลดจำนวนผู้ป่วยเด็กที่มีอาการอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า และลดการมาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน หรือต้องเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลได้อย่างมาก นับว่าเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจได้
ศ.พญ.อุษา ทิสยากร
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย