
จากลูกจ้างบริษัทสู่วิถีเกษตรกร ชีวิตวันนี้ "สุภาภรณ์ อรัญนารถ"
บัณฑิตเศรษฐศาสตร์จากรั้วนนทรีที่หันมาสวมหมวกเกษตรกรอย่างเต็มตัวตามรอยบุพการี "สุภาภรณ์ อรัญนารถ" หลังเป็นโบรกเกอร์ในสถาบันการเงินที่กรุงเทพฯ อยู่พักใหญ่ ก็ตัดสินใจลาออกมาช่วยครอบครัวทำสวนผลไม้ที่บ้านเกิด ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง ที่บรรพบุรุษได้บุกเบิกไว
สุภาภรณ์ กลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการลงมากู้วิกฤติของสวน หลังจากลุงไพบูลย์ ผู้เป็นพ่อเคยนำทุเรียนมาขายที่กรุงเทพฯ โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่ราคากลับตกต่ำทำไปแล้วไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เธอจึงมาคิดว่าถ้าปล่อยให้กลไกตลาดที่มีพ่อค้าคนกลางเป็นผู้ควบคุมจะไม่มีวันที่เกษตรกรชาวสวนจะขายผลผลิตได้ราคา
ด้วยเหตุนี้ทำให้เธฮคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้หลุดพ้นวงจรพ่อค้าคนกลางได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุภาภรณ์ตัดสินใจมาเช่าบูธในห้างเสรีเซ็นเตอร์แล้วนำทุเรียนพันธุ์ "นกกระจิบ" สายพันธุ์เก่าแก่ที่แทบสูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งผลไม้ที่ขึ้นชื่อของสวนมาวางขายและกำหนดราคาเอง โดยเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าวิธีการนี้ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน พร้อมเปิดกลยุทธ์ในการขาย เริ่มต้นด้วยการเปิดให้ลูกค้าชิมฟรี ด้วยคุณภาพและรสชาติความอร่อย ทำให้ลูกค้าไม่ปฏิเสธ ขายดีอย่างเทน้ำเทท่า
โดยเริ่มขายตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นของทุกวัน ขายทุเรียนนกกระจิบอยู่กรุงเทพฯ นานถึง 7 ปี และด้วยสถานการณ์บีบรัด ถึงแม้นกกระจิบจะขายดี แต่คุณถาพชีวิตไม่ได้ดีตามไปด้วย จนในที่สุดเธอจึงตัดสินใจกลับมาปักหลักที่บ้านและตั้งใจว่าจะไม่นำผลผลิตออกไปขายที่ไหนอีก นอกจากที่สวน ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของครอบครัวในปัจจุบัน พร้อมเปิดเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร เมื่อปี 2550 และปิดฉากขายปลีกผลไม้นอกสถานที่ในทุกแห่ง
แม้ทุเรียนนกกระจิบจากสวนไพบูลย์จะไม่มีวางขายในท้องตลาด แต่ลูกค้าที่เคยติดใจในรสชาติของทุเรียนพันธุ์นี้ก็ไม่ได้หนีหายไปไหน ตรงข้ามกลับตามมาถึงสวนที่ระยองให้การอุดหนุนอย่างเนืองแน่นเหมือนเดิม แถมยังชื่นชอบในการได้มาเยี่ยมตระเวนชมสวนและชิมผลไม้สดๆ จากสวนอีกด้วย แต่หากลูกค้ารายใดสนใจ แต่ไม่สามารถเดินทางมาที่สวนได้ ก็สามารถสั่งซื้อได้ โดยเธอจะนำไปฝากส่งที่สถานีขนส่งจังหวัดระยอง โดยลูกค้าสามารถไปรับของได้ที่สถานี บขส.สายตะวันออก(เอกมัย)
ปัจจุบันสวนไพบูลย์ไม่ได้มีเฉพาะทุเรียนนกกระจิบเท่านั้นที่ขึ้นชื่อ แต่ยังมีทุเรียนพันธุ์ดีของอุตรดิตถ์อย่างหลงลิบแล หลินลับแล หมอนทองและชะนีอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเงาะสีทอง มังคุดร้อยปี ให้เลือกชมและชิมอย่างหลากหลาย ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังได้นำผลไม้ตกเกรด ซึ่งเป็นผลผลิตจากสวนมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า อาทิ ทุเรียนกวน ทังคุดกวน เงาะกวน วางจำหน่ายให้ลูกค้าที่มาเยี่ยมชมสวนอีกด้วย
วันที่ 12-13 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โครงการ "ท่องเกษตรกับ คม ชัด ลึก" จะพาผู้สนใจไปเยี่ยมชม "สวนลุงไพบูลย์" พร้อมชมและชิมผลไม้หลากหลายชนิดสดๆ จากสวนอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดได้โทร.0-2338-3356-7, 08-9493-5772 ตลอดเวลา
"สุรัตน์ อัตตะ"



