ไลฟ์สไตล์

มสธ.แหล่งเรียนรู้ทุกเพศ-วัยรองรับโครงสร้างประชากรไทยในอีก15ปี

มสธ.แหล่งเรียนรู้ทุกเพศ-วัยรองรับโครงสร้างประชากรไทยในอีก15ปี

01 มิ.ย. 2553

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่มีผลต่อสังคมไทยอย่างมากนั่นคือ การมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากจำนวนเด็กที่ลดลงในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกประมาณ 15 ปีข้างหน้า จำน

 ด้วยเหตุผลดังกล่าว มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) มหาวิทยาลัยเปิดแห่งเดียวของประเทศไทย ภายใต้การนำของ รศ.ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ อธิการบดีมสธ. เล่าว่า บางคนเข้าสู่ชีวิตการทำงานไปแล้วแต่อยากเพิ่มเติมความรู้ บางคนขาดโอกาสทางการศึกษาในวัยที่ควรจะได้เรียน หรือบางคนอาจจะก้าวพลาด ทำให้หลายคนรู้สึกว่าโอกาสทางการศึกษาสำหรับเขามันจบไปแล้ว แต่ที่ มสธ.ยังเปิดโอกาสให้แก่ทุกคน

 “เรามีสื่อการสอนระบบต่างๆ ที่จัดให้แก่นักศึกษาส่งทางไปรษณีย์ และการศึกษาทางไกล อาทิ เอกสารการสอน แบบฝึกปฏิบัติ ซีดีเสียงประจำชุดวิชาบางชุดวิชา และสื่ออื่นๆ หรือศึกษาจากสื่อวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ที่จัดประกอบชุดวิชา หรือเข้ารับการสอนเสริมที่ศูนย์บริการการศึกษา มสธ. ที่โรงเรียนประจำจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น นักศึกษาสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองและไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถเรียนและมีคุณภาพการศึกษาไม่แตกต่างจากที่อื่น เพราะสื่อที่มสธ.ผลิตขึ้น ล้วนเกิดจากการระดมสมองจากคณาจารย์มีความรู้ และเชี่ยวชาญ”

 เมื่อสำเร็จการศึกษา บัณฑิต มสธ. มีศักดิ์และสิทธิ์เช่นเดียวกับบัณฑิตของมหาวิทยาลัยของรัฐอื่นๆ ทุกประการ รศ.ดร.ปราณี กล่าวต่อว่า บัณฑิตผู้สูงอายุทุกคนล้วนเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย เพราะได้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต การศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด อีกทั้งพิสูจน์ว่าการเรียนทางไกลสามารถให้บริการเข้าถึงได้ทุกคน ไม่แบ่งแยกเพศ อายุ ศาสนา และมีส่วนช่วยทำให้คนประสบความสำเร็จในชีวิตได้ หากคนผู้นั้นมุ่งมั่น ตั้งใจแน่วแน่และมีความพยายาม ซึ่งคุณตาสงวนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักศึกษาที่ท้อแท้จนคิดจะละทิ้งการเรียน ให้ลุกขึ้นสู้เพราะไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หากตั้งใจจริง

 คุณตาผดุง ลาภาพันธ์ บัณฑิตเศรษฐศาสตร์ มสธ. และกำลังจะศึกษานิติศาสตร์ มสธ. เล่าว่า หลังจากเกษียณจากงานแล้ว อยากทำงานเพื่อสังคม จึงคิดว่าต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพราะความรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและประสบการณ์ทำงานคงไม่เพียงพอ จึงได้มาสมัครเรียนที่มสธ. และเมื่อมาเรียนก็ไม่ได้ผิดหวัง เพราะต่อให้เราหลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง แต่อาจารย์ และหลานๆ ที่เรียนด้วยกันก็คอยช่วยเหลือ จนทำให้เราเรียนจบ และได้ทำงานตามที่เรารัก

 "ไม่มีใครแก่เกินเรียน คำนี้อยากให้เด็กรุ่นใหม่นึกไว้เสมอ เพราะตาแม้อายุจะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่หยุดการเรียนรู้อย่างแน่นอน และการเรียนที่มสธ.เรียนง่าย และให้อะไรมากมายแก่ตา ทั้งเพื่อนๆ ต่างรุ่นที่มีความคิดแปลกใหม่ ให้อาจารย์ที่เราคอยปรึกษา รวมไปถึงความคิดใหม่ๆ ที่เราไม่สามารถไปหาซื้อได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการตั้งใจ และมุ่งมั่นพยายามล้วนๆ ซึ่งตาจะนำความรู้ทั้งหมดไปปรับในการชีวิต การทำสาธารณะ จิตอาสาแก่สังคมต่อไป"

 คุณลุงนิวัฒน์ เลิศกมลกาญจน์ บัณฑิตบริหารธุรกิจ อายุ 52 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเหมือนกับคนอื่นเขา เพราะเราอายุมากแล้ว และต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว คงไม่มีที่จะเรียน แต่เมื่อได้เข้ามาที่มสธ. ทำให้รู้ว่าสถาบันแห่งนี้เปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้ตัวเองมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง และที่นี่ทุกคนให้ความกันเอง มีมิตรภาพที่ดีมาก จึงไม่รู้สึกอายที่จะต้องมานั่งเรียนกับรุ่นลูกรุ่นหลาน

 “อายุไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป และการได้มาเรียนทำให้สมองได้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังช่วยนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพของเรา จึงอยากเชิญชวนทุกคน ทดลองลงเรียนที่มสธ.ดู แล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าจริงๆ ค่าใช้จ่ายในการเรียนก็ค่อนข้างถูกมาก เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ” คุณลุงนิวัฒน์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

 การศึกษาของมสธ. ไม่จำกัดเพศ วัย และระยะทาง ความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปคือที่นี่ต้องไขว่คว้า และขวนขวายหาความรู้ต่างๆ ด้วยตัวเอง ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ "เข้าง่ายออกยาก" แต่หากตั้งใจ พยายาม และขยันอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร เพศไหน ก็เรียนจบได้

 ผู้ที่สนใจ สมัครด้วยตัวเองผ่านทางไปรษณีย์ หรือเว็บไซต์ของมสธ.ที่ www.stou.ac.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2553 รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ศูนย์สารสนเทศมสธ. โทร.0-2504-7788 หรือ 0-2982-9700

 0 ชุลีพร  อร่ามเนตร 0รายงาน