
เสียงลิเกเงียบแล้ว
"รำคาญเสียงลิเก" เสียงดังจากเวทีลิเกในตลาดที่อยู่หลังบ้าน เมื่อวันที่ 22-23 เมษายน ที่ผ่านมา มีการเปิดเพลง ร้องคาราโอเกะ เล่นลิเก ทุกวัน ช่วงแรกๆ ตั้งแต่เวลา 16.30-21.30 น.
ช่วงหลังนี้ลดลงเหลือ 17.00-21.00 น. เสียงดังจนแทบจะเป็นบ้า ช่วงแรกพยายามไปเจรจาแล้วก็ลดเสียงลงบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่ยังต้องทน
ร้องเรียนไปที่เทศบาลก็ส่งเจ้าหน้าที่เด็กๆ มา แถมทางตลาดรู้ล่วงหน้า ช่วงที่เจ้าหน้าที่อยู่เวทีก็เปิดเพลงเบามาก แต่พอเจ้าหน้าที่ไป ก็ดังสนั่นอีก
คนอยู่อาศัยไม่มีสิทธิที่จะอยู่อย่างสงบบ้างหรืออย่างไร หรือว่าการที่คณะลิเกมีเด็กกำพร้าอยู่ด้วย มีเด็กวัยรุ่นที่หาเงินเรียนหนังสืออยู่ด้วย ทำให้มีสิทธิที่จะทำเสียงดังตลอดทุกวันเป็นเดือนๆ คนอยู่อาศัยต้องอดทนอย่างเดียวหรือยังไง?
ผู้อยู่อาศัย
0 ความสงบคืนมา
ขอบคุณที่ช่วยติดตามการทำงานของเทศบาลปากเกร็ด ในการดูแลเรื่องเสียงรบกวน จนประชาชนได้ความสงบคืนมาแล้ว (เรื่องรำคาญเสียงลิเก ลง "คม ชัด ลึก" ฉบับวันที่ 21 พ.ค.) เรื่องนี้หลายคนคิดว่า เป็นแค่สิ่งรบกวนให้รำคาญ ความจริงมีผลต่อสุขภาพด้วย
แม่ค้าในตลาดบางรายได้ยินเสียงก้องในหูตลอดเวลา แม้ว่าลิเกจะเลิกเล่นไปแล้วก็ตาม
รออยู่ว่า เมื่อไหร่กฎหมายและเทศบัญญัติ จะกำหนดมาตรฐานเสียง พร้อมบทลงโทษให้ชัดเจนเสียที
ชาวปากเกร็ด
0 มลพิษทางเสียง
ตามที่ได้ติดตามคอลัมน์ "เปิดซองส่องไทย" และเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่เบื่อปัญหามลภาวะทางเสียง และมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาที่คอลัมน์ของลุงแจ่มอยู่เรื่อยๆ
อยากให้มีหน่วยงานที่จัดการขั้นเด็ดขาดกับเรื่องพวกนี้ เพราะทำให้เสียสุขภาพจิตคนทำงานไม่ได้พักผ่อน ไม่มีใครว่า ถ้าคนพวกนั้นอยากเปิดเพลงร้องเพลงเสียงดัง ช่วยเก็บเสียงไว้ในสถานที่ไม่ใช่เปิดออกมาข้างนอก หรือเปิดตามพวกลานตลาด ชอบมีพวกคอนเสิร์ตหมอลำ หรือลิเกฟรีๆ มาเปิดส่งเสียงออกมาอย่างดัง ควรไปจัดตามสถานที่ที่ปิด และเก็บเงินค่าบัตร ดีกว่าส่งเสียงให้คนที่เขาไม่อยากได้ยินต้องมาได้ยิน
อย่างพวกรถที่ติดเครื่องเสียง แล้ววิ่งตามท้องถนนก็เช่นกัน ติดเครื่องเสียง เปิดเสียงดังเผื่อชาวบ้าน เปิดกระจกให้เสียงออกมานอกรถ ให้รถคันอื่นได้ยิน ให้คนที่เดินตามถนนได้ยิน เพราะปกติไม่ค่อยมีคนสนใจจะมอง ถ้าไม่เปิดเสียงดังคนก็ไม่หันไปมอง
อยากให้มีหน่วยงานที่ควบคุมเรื่องมลภาวะทางเสียงอย่างจริงจังเสียทีค่ะ
จตุพร



