
วุฒิสภาถก9ชม.ผ่านกม.คลื่นความถี่83ต่อ1เสียง
วุฒิถกร่างกสทช. เห็นชอบแก้ไขจำนวนกก.กสทช.เพิ่มเป็น 15 คน เพิ่มสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของรัฐ จากร่างเดิมสภา 11 คน วรินทร์ กมธ.เสียงข้างน้อยแฉบางมาตราลงมติทั้งที่องค์ประชุมไม่ครบ
ที่รัฐสภา วันที่ 30 พ.ค. มีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญนัดพิเศษ โดยมีนางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ....(กสทช.) ที่คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.นี้คือ
การมีกรรมการกสทช.เพื่อมาควบคุมดูแล ออกใบอนุญาต จัดสรรคลื่นความถี่ ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจที่มีเกี่ยวข้องมูลค่าหลายแสนล้านบาท จึงทำให้เป็นที่ถูกจับโดยเฉพาะในแวดวงสื่อสารมวลชนและกิจการโทรคมนาคม พยายามผลักดันคนของตัวเองเข้ามาเป็นกรรมการ ทั้งนี้ประเด็นที่มีความสำคัญ คือมาตรา 6 เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ที่คณะกรรมการได้มีการแก้ไขจากเดิม 11 คน เป็น 15 คน และเพิ่มสัดส่วนกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐจำนวน 2 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็น โดยให้เพิ่มจำนวนกรรมการในสัดส่วนวิชาชีพหรือความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จากเดิม 1 คน เป็น 3 คน ด้านกิจการโทรคมนาคมจากเดิม 2 คนเป็น 3 คน ทั้งนี้นายวรินทร์ เทียมจรัส กรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า การพิจารณากฎหมายฉบับนี้มีความรีบร้อน ลุกลี้ลุกลน การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการบางมาตราลงมติทั้งๆที่องค์ประชุมไม่ครบ และมีข้อน่าสงสัยหลายเรื่องที่ไม่น่าจะรับได้
ขณะที่นายอนันต์ วรธิติพงศ์ ส.ว.สรรหา รองประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านเห็นชอบจากสภาอย่างวรวดเร็วเพียง 15 นาที ซึ่งมีหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องแสดงความเป็นห่วง และกังวลจึงมีการยื่นหนังสือต่อวุฒิสภาเพื่อให้พิจาณาอย่างรอบคอบ กรรมาธิการก็วางแผนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในช่วงมิ.ย.-ก.ค. ซึ่งจะพิจารณาเสร็จเพื่อเสนอต่อที่ประชุมในสมัยหน้า แต่เกิดปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น จนมีการเปิดสมัยวิสามัญ จนทำให้อายุของร่างกฎหมายจะครบกำหนดในวันที่ 30 พ.ค. กรรมาธิการจึงเหลือเวลาพิจารณาร่างดังกล่าวเพียง 2 วัน จึงทำให้ต้องรวบรัดในการพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ประชุมได้ใช้เวลาในการถกเถียงในเรื่องสัดส่วนของวิชาชีพค่อนข้างมาก กรรมาธิการบางคนแสดงความเป็นห่วงกันในเรื่องการเพิ่มกรรมการในส่วนของกิจการโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียงอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในธุรกิจเข้ามาครอบงำการทำงานของกสทช.ได้
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ก่อนจะลงมติยืนตามร่างเดิมหรือตามกรรมาธิการแก้ไข อาจมีประเด็นที่ปัญหาได้ เนื่องจากหากแก้ไขมาตร 6 ให้จำนวนกรรมการกสทช.เพิ่มขึ้น จะต้องมีการแก้ไขมาตราอื่นด้วย อาทิ มาตรา 9 , 10 , 12 ,13, 14, 15, 16 ,20 และ 38 ซึ่งครอบคลุมที่มาและการสรรหากรรมการกสทช.ตั้งแต่กระบวนการเสนอชื่อ ซึ่งคงต้องถอนร่างออกไปแก้ไขใหม่ซึ่งจะไม่ทันตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนอีกทางหนึ่งคือต้องกลับไปสู่ร่างเดิมคือการมีกรรมการ 11 คน อย่างไรก็ดีในส่วนของกรรมการด้านความมั่นคงซึ่งมีกระแสความต้องการให้มีกรรมการด้านความมั่นคงซึ่งทางออกเนื่องจากในมาตรา 6 ไม่ได้ห้ามผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติด้านความมั่นคงเข้ารับการสรรหาในสัดส่วนของกรรมการแต่ละด้าน
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางในสุดที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขคือ จำนวนกรรมการกสทช.เป็น 15 คนจากร่างเดิมของสภา 11 คน ด้วยคะแนน 59 ต่อ 26 คน ไม่ลงคะแนน 6 คน
แก้ไขให้กสทช.เป็นหน่วยงานธุรการ
การพิจารณามาถึงมาตรา 9 ที่กำหนดให้สมาคม สถาบัน หรือองค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเป็นกรรมการ กสทช. มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนสำนักงานเลขานุการวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ขอสงวนความเห็นแก้ไขให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการ แทน โดยให้เหตุผลว่า ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่จะดำเนินการเหมือนกับเป็นการทำงานที่ผิดฝาผิดตัว ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับการสงวนความเห็นของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยคะแนน 60 ไม่เห็นด้วย 26 เสียง
จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเรียงตามลำดับซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โดยในมาตรา 48 ที่กำหนดให้มีแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ โดยใน(3)ที่กำหนดว่า รายละเอียดเกี่ยวกับคลื่นความถี่ที่กำหนดให้ใช้ในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม นั้น พล.ท.สิทธิพร ภัทรเสน เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอสงวนความเห็น โดยขอให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการด้านความมั่นคงของรัฐด้วย รวมทั้งในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ที่ให้มีความรับฟังความเห็นของประชาชน ผู้ประกอบกิจการที่ใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณา ให้รวมถึงรายละเอียดการกำหนดคลื่นความถี่เกี่ยวกับกิจการด้านความมั่นคงของรัฐตามอย่างเพียงพอและเหมาะสมด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ยินยอมตามที่เสนอ
วุฒิถก9ชม.ผ่านกม.คลื่นความถี่ด้วยคะแนน83ต่อ1เสียง
การพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.... (กสทช.) ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณามากกว่า 9 ชั่วโมง โดยพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ซึ่งมี 95 มาตรา โดยส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ในที่สุดที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติในวาระ 3 ด้วยคะแนนเสียง 83 ต่อ 1 เสียง จากนั้นประธานได้สั่งปิดประชุมเวลา 23.45 น.
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้วุฒิสภาก็ต้อส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอีกครั้งเนื่องจากมีการแก้ไข หากสภาฯเห็นชอบตามที่วุฒสิภาแก้ไขก็จะประกาศใช้เป็นกฎหมายทันที หากไม่เห็นชอบก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทั้งสองสภาพิจารณาต่อไป



