ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์30พ.ค.53

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์30พ.ค.53

30 พ.ค. 2553

*** คมเลนส์ส่องพระ ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤษภาคม หมดไปอีก ๑ เดือน นับเป็นเดือนที่ ๕ แล้วสำหรับ พ.ศ.นี้ ช่างรวดเร็วจริงๆ...ช่วงนี้นับเป็น บรรยากาศแห่งสันติสุข ที่ได้กลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ไปไหนมาไหนในยามนี้ อย่าได้เที่ยวชวนคุยเรื่องการเมือง เพรา

** วันนี้...ขอนำภาพส่วนหนึ่งจากหนังสือ พระเพื่อพิทักษ์แผ่นดินไทย จัดทำโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย โดยทีมงานนิตยสารพระเครื่อง อมตพระเครื่อง ของ ป๋อง สุพรรณ จัดพิมพ์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อแจกเป็นรางวัล พระชนะเลิศแต่ละรายการ ในงานประกวดพระ วันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน นี้ เพื่อนำรายได้สมทบกองทุน พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา (จ่าเพียร วีรบุรุษแห่งเทือกเขาบูโด) ฯลฯ นับเป็นหนังสือ เล่มครู ที่ผู้สนใจพระเครื่องต้องมีไว้เพื่อเป็นคู่มือการศึกษา พระแท้ ที่น่าสะสม ตามแนวทางการศึกษาเรื่องพระ ผู้ใหญ่สอนไว้ว่า การดูแต่ภาพพระแท้ นับเป็นบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่การศึกษาจากพระองค์จริง เป็นการซึมซับภาพพระแท้เอาไว้ในความทรงจำตลอดไปนานๆ เมื่อใดที่พบเห็นพระองค์จริงก็จะสามารถพิจารณาได้ว่าเป็น พระแท้ หรือ พระปลอม

** ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ คำตอบคือ ต้องหาพระแท้องค์สวยคมชัดส่งเข้าประกวดให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ก็จะได้รับหนังสือเล่มนี้เป็นรางวัล...หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องคอยหาซื้อต่อจากผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมากๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะขนกลับบ้านไปทำไมมากๆ ขายต่อเสียบ้างจะได้เงินค่าส่งพระคืน แถมยังได้กำไรอีกเล็กน้อย ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

** งานประกวดพระคราวนี้ นับเป็น งานยักษ์ อีกงานหนึ่งที่เป็นการกุศลอย่างแท้จริง โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมและชมรมพระเครื่องทุกแห่ง ให้การสนับสนุน นอกจากนี้บรรดานักล่ารางวัล ก็พร้อมจะส่งพระเข้าประกวดคนละหลายร้อยรายการ เพื่อจะได้เงินค่าส่งพระมากๆ มอบให้ จ่าเพียร คนดีศรีสังคมของเรา ผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติอย่างแท้จริง

** จรูญ ทองนวล ช่างภาพมือหนึ่งแห่ง ศูนย์ภาพเนชั่น ของเรา ผู้ถ่ายภาพ จ่าเพียร ปลื้มใจสุดๆ ที่สมาคมได้นำภาพนี้ขึ้นเป็นปกหนังสือเล่มนี้ และจะได้จัดส่งหนังสือไปให้เป็นการขอบคุณต่อไป ** จรูญ ทองนวล เป็นช่างภาพมืออาชีพผู้มีผลงานการถ่ายภาพข่าวมาแล้วอย่างโชกโชน ทุกวันนี้ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกฝีก้าวย่าง ท่ามกลางภยันตรายที่จะเกิดขึ้นในวินาทีใดวินาทีหนึ่งก็ได้ พวกเราก็ได้แต่ภาวนาขอให้คุณพระคุ้มครอง เณรรูน ของเราให้ปลอดภัยในทุกวินาทีที่ย่างก้าว

** ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติในกรุงเทพฯ บุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ (เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่) ก็ยังโชคดีที่ได้เป็นเจ้าของ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เป็นเก่าเก็บของเซียนใหญ่ท่านหนึ่ง สมัยเมื่อ ๒๐ ปีก่อนส่งเข้าประกวดงานไหนเป็นต้องชนะเลิศเสมอ จนต้องเลิกส่ง เพื่อเปิดโอกาสให้พระองค์อื่นได้รับรางวัลบ้าง ศักดิ์ศรีของพระองค์นี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ มีภาพอยู่ในหนังสือ จอมสุรางค์อุปถัมภ์ ของ ท่านเสถียร เสถียรสุต เล่มเก่ายุคแรก ซึ่งเป็นหนังสือที่วงการพระให้การยกย่องว่า พระทุกองค์ในหนังสือเล่มนี้เป็น สุดยอดของพระแท้พระสวย ที่ทุกคนสนใจใฝ่ปอง หากใครได้เป็นเจ้าของพระองค์ใดก็ตาม ย่อมไม่ใช่เซียนพระธรรมดาเลยทีเดียว

** ขณะเดียวกัน นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านศัลยกรรมสมอง และทางด้านการดูพระเครื่องได้อย่างหลากหลายประเภท ก็โชคดีเช่นกัน เพราะอยู่ๆ มีผู้ติดต่อขอให้ไปดู เสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ทีแรกคุณหมอก็ไม่คิดจะไปดู เพราะเคยผิดหวังมาแล้วบ่อยๆ ไปดูทีไรเป็นของปลอมทุกที แต่วันนั้นเหมือนมีอะไรมาดลใจให้ไปดูจนได้ พอได้เห็น เสือหลวงพ่อปาน ที่เจ้าของเอาออกมาให้ดู คุณหมอถึงกับตะลึง เพราะเป็น เสือตัวใหญ่ เต็มเขี้ยว ที่แสนจะดูง่าย ก็เลยตกลงซื้อขายกันในเวลาไม่กี่นาที

** เสือตัวใหญ่ เต็มเขี้ยว มีขนาดสูงช่วงตัวเสือ ๔ ซม. ปลายเขี้ยวที่เป็นฐานสูง ๘ ซม. ความกว้างตัวเสือ ๓ ซม. รอบตัวเสือเป็นลายมือจารอักขระของ หลวงพ่อปาน ที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ การพิจารณาของแท้ ดูได้จากความเก่าของเขี้ยว ฝีมือการแกะสลัก และลายมือเหล็กจาร หากถูกต้องทุกอย่าง ก็มั่นใจได้ว่าเป็น ของแท้ แน่นอน เสือตัวใหญ่ เต็มเขี้ยว อย่างที่เห็นนี้ มีปรากฏอยู่ในวงการไม่เกิน ๕ ตัว ตามประวัติ เสือ ตัวนี้เดิมเป็นของคนเก่าแก่ชาวบางบ่อ ได้รับมาจากมือ หลวงพ่อปาน ต่อมาเป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลาน จนเกิดการเปลี่ยนมือไปอยู่กับเศรษฐีชาวภูเก็ต อยู่ที่นั่นนานนับสิบๆ ปี จนมีการเปลี่ยนอีกครั้งมาสู่มือ คุณหมอทวีชัย เมื่อไม่นานมานี้

** พร้อมกันนี้ คุณหมอทวีชัย ยังโชคดีอีกครั้งที่ได้ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี พิมพ์ปั้น เนื้อผงคลุกรัก สีน้ำตาล แบบเดียวกับ พิมพ์หลังแบบ  ทุกประการ ทรวดทรงองค์พระ ศิลปะการวางแขน สีรักที่อมน้ำตาล มีเกล็ดรักประปราย บ่งบอกว่าเป็นของ วัดเครือวัลย์ ซึ่งต่างกับของ วัดปากทะเล จ.เพชรบุรี อย่างเห็นได้ชัด... เมื่อวันที่คุณหมอเอา เสือหลวงพ่อปาน และ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ๒ ชิ้นนี้ไปถ่ายภาพที่ร้าน ยศโฟโต้ บนชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ทำเอาเซียนใหญ่หลายท่านส่งสายทาบทามขอซื้อต่อทันที แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะคุณหมอเป็นนักสะสมประเภท เก็บลูกเดียว

** ทางด้าน ป๋อง สุพรรณ ยังคงมีการซื้อขายพระกันเป็นประจำ ไม่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้ พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา มาหลายองค์ ฝากภาพมาให้ชม ๒ องค์อันเป็นสุดยอดของพระสายนี้ คือ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่หางพวง กับ พิมพ์ทรงไก่หางรวม เปรียบเทียบกันถึงความเหมือนและความแตกต่างของพระ ๒ พิมพ์นี้ ที่โอกาสจะได้มาพร้อมๆ กันนั้นยากนัก นอกจากพระ ๒ องค์ ๒ พิมพ์นี้แล้ว ป๋อง ยังมี พระหลวงพ่อปาน อีกหลายสิบองค์ ครบถ้วนทุกพิมพ์ทรง

** พระกรุวัดสามปลื้ม เป็นพระเนื้อผงสีขาว เนื้อพระค่อนข้างเปราะ แตกหักง่าย จึงต้องระมัดระวังเวลาใช้ติดตัว พระส่วนใหญ่เนื้อละเอียด แก่น้ำมันตังอิ๊ว ลงรักปิดทองเดิมมาจากในกรุ ผู้สร้างพระกรุนี้ คือ พระอาจารย์พรหม กับ พระอาจารย์ช้าง ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถมาก โดยท่านทั้ง ๒ พำนักอยู่ที่วัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) ช่วงที่ พระธรรมานุกูล (ด้วง) เป็นเจ้าอาวาส ในสมัยรัชกาลที่ ๕ อีกกระแสหนึ่งกล่าวว่า ผู้สร้างพระกรุนี้ คือ พระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ผู้บูรณะวัดนี้

** พระกรุนี้ขุดพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๐ และอีก ๒ ครั้งใน พ.ศ.๒๔๑๔ พ.ศ.๒๔๘๓ ได้พระจำนวนมากกว่า ๕ หมื่นองค์ มีพิมพ์ต่างๆ มากมาย อาทิ พิมพ์กลีบบัว เศียรโล้น - เศียรแหลม พิมพ์ห้าเหลี่ยม พิมพ์บัวฟันปลา พิมพ์สามเหลี่ยมใหญ่ พิมพ์สามเหลี่ยมเล็ก และพิมพ์พิเศษปางต่างๆ ฯลฯ องค์ในภาพนี้เป็นพระพิมพ์กลีบบัว ของ อู๊ด สุพรรณ คนขยันหาเช่าแต่พระสวยดูง่ายเป็นงานหลัก ** มลชัย สุติรัตนชัย (ช้าง ลพบุรี) แจ้งข่าว โยมมารดา ของ พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์ ได้ถึงแก่กรรม ขณะนี้ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดมณีชลขัณฑ์...อีกราย ปุ๊ย สุพรรณ (กมล จงสุวรรณ) อดีตประธานชมรมพระเครื่องเมืองสุพรรณ ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจ เมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าภาพจัดงานฌาปนกิจศพไปแล้ว ที่วัดพระรูป เมื่อเร็วๆ นี้

** พิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้จัดกันอย่างเรียบง่าย โดยบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจะเดินเคียงคู่กับอาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละคน ขึ้นไปบนเวที พร้อมกับยื่นฮู้ด (ผ้าคล้องคอ) ให้กับคณบดีอาวุโส จากนั้นคณบดีอาวุโสกับอาจารย์ที่ปรึกษาจะช่วยกันประดับฮู้ดให้กับบัณฑิต เสร็จแล้วบัณฑิตจะยื่นมือรับมอบปริญญาบัตรจากคณบดี เป็นอันเสร็จพิธี...พิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ มีบัณฑิตเข้าร่วมพิธี ๙๘ คน มีทั้งชาวอเมริกัน และชาวต่างชาติจากหลายประเทศ รวมทั้งจากประเทศไทย ๑ คน  ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ นะมัสเต *** 

แล่ม จันท์พิศาโล