ไลฟ์สไตล์

ทำไมจึงช้าจัง

ทำไมจึงช้าจัง

30 พ.ค. 2553

มีรถใช้ก็ต้องบำรุงรักษาซ่อมแซม ในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อม บ่อยครั้งรายการซ่อมดูแล้วไม่น่าจะใช้เวลานาน แต่เสียเวลาไปกับการรอคอยอะไหล่หรือชิ้นส่วน

 ตามอู่ซ่อมทั่วไปนั้นมีปัญหาในการรอคอยน้อยกว่า เพราะอู่ซ่อมมีทางเลือกในการเสาะหาชิ้นส่วนได้จากหลายแหล่ง เช่น อะไหล่เทียมอะไหล่เทียบ ของมือสอง หรือแม้แต่อะไหล่ห้าง  แต่ในศูนย์บริการนั้นต่างกันไปเพราะมีกฎข้อบังคับว่าจะต้องใช้อะไหล่ (แท้) จากผู้ผลิตเท่านั้น เพราะแต่ละชิ้นส่วนที่ถูกเปลี่ยนหรือซ่อมจะได้รับการรับประกันคุณภาพในระดับหนึ่ง

  จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ในแต่ละค่ายผลิตรถยนต์มากแบบหลายรุ่นออกมาขายแข่งกัน จำนวนชิ้นส่วนที่จะต้องใช้ในการเก็บรอไว้เพื่อการซ่อมการบำรุงรักษาก็มีเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าผู้ผลิตจะพยายามที่จะใช้ชิ้นส่วนร่วมกันได้ในหลายๆ รายการ

 ในส่วนของ ศูนย์บริการ นั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บ (สต็อก) ชิ้นส่วนไว้ได้ครบทุกรายการ รายการอะไหล่หรือชิ้นส่วนที่เก็บไว้จึงเป็นอะไหล่ประเภท เข้ามากออกเร็ว หรือซื้อมาขายไปหรือเป็นศัพท์เฉพาะว่าอะไหล่เคลื่อนไหวเร็วหรือ มูพวิ่งพาร์ท เช่น ไส้กรองต่างๆ สายพาน ผ้าเบรก หลอดไฟ น้ำมันหล่อลื่น ฯลฯ ส่วนอะไหล่หลัก หรือชิ้นส่วนที่นานๆ เสีย หรือเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่(ชิ้นส่วนตัวถัง) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีราคาสูง มักจะไม่ได้รับการจัดเก็บเอาไว้ เพราะเป็นความเสี่ยงในเรื่องของต้นทุน (ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะขายได้) และเป็นการเพิ่มภาระในการบริหารจัดการเช่นสถานที่อัตรากำลังคน

 ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นที่ยอมรับกันทั้งผู้ผลิตและตัวแทนขาย การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ผู้ผลิตจึงแก้ไขด้วยการจัดส่งอะไหล่หรือชิ้นส่วนด้วยรถบริการเป็นรายวัน อาจจะเป็นวันละรอบหรือสองรอบแล้วแต่ปริมาณการใช้

 ส่วนผู้ใช้รถก็ต้องถูกต้อนให้เข้าระบบด้วยการนัดหมายล่วงหน้าว่าจะแก้ไขดัดแปลงอะไร มีชิ้นส่วนใดที่จะต้องการเปลี่ยนหรือซ่อมบำรุงบ้าง ทางฝ่ายซ่อมจึงจะจัดการสั่งชิ้นส่วนล่วงหน้ามาไว้รอให้บริการ

 นอกจากนั้นในส่วนของศูนย์บริการส่วนใหญ่แล้วจะมีข้อกำหนดเอาไว้ว่าในรอบการเปิดให้บริการในวันหนึ่งๆ นั้นจะต้องไม่มี รถค้างอยู่ในศูนย์ฯ หรือถ้ามีก็ต้องมีให้น้อยที่สุด ด้วยมาตรการข้อนี้ เมื่อรถที่ใช้มีปัญหาแล้วนำเข้าศูนย์บริการ จึงมักจะได้รับคำตอบว่า รุ่นนี้ก็เป็นอย่างนี้ เพราะผู้ที่มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ปัญหามีเวลาให้ไม่เพียงพอที่จะวิเคราะห์และแก้ไข รวมทั้งการขาดประสบการณ์ในการวิเคราะห์ จึงทำได้แต่เพียงว่าเป็นเพราะอะไหล่ชิ้นนั้น ชิ้นโน้นเสีย กรรมก็ตกอยู่กับผู้ใช้รถที่ว่าต้องเทียวเข้าเทียวออกศูนย์บริการ เพื่อเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ แต่ปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง

 ในกรณีที่รถต้องเข้ารับการซ่อมหลังจากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นชนหนักชนเบายิ่งจะเป็นปัญหากับผู้ใช้รถที่ต้องรอกันนานๆ กว่าที่จะได้รับรถที่ซ่อมเสร็จแล้วในสภาพที่ใกล้เคียงกับก่อนการซ่อมโดยเฉพาะรถที่มีการประกันอุบัติเหตุกับผู้รับประกันไม่ว่าจะเป็นแบบชั้นไหน ทั้งนี้เพราะขั้นตอนของการซ่อมอุบัติเหตุของผู้รับประกันนั้นมีระเบียบข้อบังคับมากมายกับผู้รับจ้างซ่อม โดยพื้นฐานก็เริ่มกันตั้งแต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ มีเจ้าหน้าที่มารับแจ้งเหตุ ณ ที่เกิดเหตุ ออกใบรับรองการเกิดอุบัติเหตุพร้อมกับสถานที่ซ่อมในเบื้องต้นให้ เจ้าของรถนำใบรับแจ้งเหตุนั้นไปยังอู่ซ่อม อู่ซ่อมต้องประเมินราคาค่าซ่อมพร้อมรายละเอียดการซ่อมการเปลี่ยนชิ้นส่วน ถ้าเป็นรายการซ่อมปานกลางหรือซ่อมหนัก อู่ซ่อมต้องรื้อชำแหละวิเคราะห์ถึงชิ้นส่วนที่จะต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอย่างละเอียด ทำบันทึกถ่ายรูปเหตุผล พร้อมกับราคาเป็นชิ้นๆ เป็นรายการ ขั้นตอนนี้ก็เสียเวลาดำเนินการกันไปแล้วไม่น้อยกว่า 30 วันทำงาน

 เมื่อ อู่ซ่อม ทำรายการทั้งหมด (เพื่อให้มีกำไรมากที่สุด) ส่งไปยังผู้ว่าจ้าง (บริษัทรับประกัน) เพื่อขออนุมัติการซ่อมตามรายการนั้น บริษัทผู้รับประกันจะต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งพิจารณาว่าจะ ตัดทอนต่อรอง ในจุดใดได้บ้าง (เพื่อลดต้นทุน) ให้ได้มากที่สุด เสียเวลาไปในขั้นตอนนี้อีกไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ จนเมื่อตกลงเงื่อนไข มีผลประโยชน์ลงตัวทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง โดยไม่พูดถึงเรื่องคุณภาพของงานหลังการซ่อม โปรดสังเกตว่าในขั้นตอนต่างๆ ที่กล่าวมาความเป็นเจ้าของรถไม่ได้มีส่วนให้เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใดทั้งสิ้น สิทธิ์ที่เจ้าของรถมีอยู่เพียงได้แค่ถามว่าเมื่อไรจะลงมือซะที

 เมื่อการตกลงรอมชอมในเรื่องของผลประโยชน์ กำไรมากน้อยของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเสร็จสิ้นลง การซ่อมรถคันนั้นจึงจะได้เริ่มดำเนินการ แต่ก็ยังมีเหตุให้งานนั้นล่าช้าจนต้องพูดกันว่า ทำไมช้าจัง เพราะส่วนมากแล้วผู้ว่าจ้างหรือผู้รับประกันจะเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนส่งให้ตามรายการ ผู้รับประกันส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างจะเป็นมาตรฐานมักจะเก็บสต็อกชิ้นส่วนในการซ่อมเอาไว้และทำการจัดส่งไปยังอู่ซ่อมด้วยตนเอง แต่แน่นอนย่อมไม่ทั้งหมด ส่วนอะไหล่หรือชิ้นส่วนที่ไม่ได้จัดเก็บไว้ จำเป็นต้องควานหาอะไหล่หรือชิ้นส่วนนั้นๆ จากร้านค้าหรือผู้ผลิตอื่นๆ แล้วจัดส่งให้แก่อู่ซ่อม

 ครับทั้งหมดที่เขียนมาเป็นเรื่องของผู้ใช้รถจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่ต้องยอมรับกันไว้ถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงช้าจัง ไม่ได้เกี่ยวข้อง ข้องแวะไปกับมาตรการบีบรัดโอบล้อมแบบขนมสามชั้นสี่ชั้นของผู้ใดทั้งสิ้น