ไลฟ์สไตล์

กยศ.เล็งปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือน

กยศ.เล็งปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือน

20 มี.ค. 2552

ให้ผู้กู้ยืมตามภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เดิมจ่าย 1-3 พันบาทต่อราย พร้อมเตรียมเงินปล่อยกู้ปีการศึกษา 2552 เพิ่มจากปีก่อน 2 แสนราย คาดใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาทรองรับเศรษฐกิจพ่นพิษผู้ปกครองรายได้หด

นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ว่า กยศ.อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบทางการเงินที่เหมาะสมในการปรับเพิ่มการให้กู้ยืมค่าครองชีพแก่กลุ่มผู้ต้องการกู้ยืมตามภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น โดยหากศึกษาเสร็จสิ้นจะเร่งนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนต่อไป จากปัจจุบันการให้กู้ยืมค่าครองชีพจะอยู่ระหว่าง 1-3 พันบาท ขึ้นกับความจำเป็นในการใช้เงินของผู้กู้ยืม รวมไปถึงกรณีเรียนฟรี 15 ปีตามนโยบายรัฐบาลทางกยศ.ก็พร้อมจะปล่อยกู้เพิ่มเติมในส่วนของค่าครองชีพ ค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ด้วย

 นพ.ธาดา ยังกล่าวถึงกรณีปัญหาที่กยศ.จ่ายเงินกู้ยืมให้แก่นักศึกษาล่าช้า หรือไม่สามารถจ่ายได้ในปีการศึกษา 2551 ซึ่งมีจำนวนนักศึกษาค้างไม่ได้รับเงินกู้กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยยืนยันว่ากยศ.ทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ในการจัดสรรเงินกู้ให้ แต่ปัญหาขึ้นกับมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาสังกัดเอง เนื่องจากการให้กู้ยืมแก่นักศึกษาแต่ละสถาบันต้องเป็นไปตามโควตาที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กรอ.) จัดสรรไว้ทุกปี ดังนั้น การจ่ายเงินกู้ไม่ได้จึงเป็นเพราะความไม่พอดีระหว่างโควตากับความต้องการเงินกู้ 

 "การที่บางมหาวิทยาลัยโฆษณาขณะเปิดรับนักศึกษาใหม่ว่าให้เข้าเรียนก่อนแล้วจะได้เงินกู้ยืมทุกคนนั้น ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยต้องจัดการเรื่องนี้เอง อย่าผลักภาระมาให้กยศ." ผู้จัดการกองทุน กยศ.กล่าว

 สำหรับการจัดสรรเงินกู้ในปีการศึกษา 2552 กยศ.ได้เตรียมวงเงินกู้ใหม่ไว้ 2 หมื่นล้านบาทรองรับนักศึกษาใหม่ได้ 9 แสนราย เพิ่มจากปีก่อนกว่า 2 แสนรายเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจหดตัวที่จะส่งผลต่อรายได้ของผู้ปกครอง และพร้อมกันนี้ก็จะเร่งติดตามการชำระหนี้ของผู้ค้างชำระ 4 แสนราย จากจำนวนผู้ครบกำหนดชำระ 2 ล้านรายด้วย ซึ่งน่ายินดีที่ในปีการศึกษา 2551 มีผู้ค้างชำระลดลงจากเดิม 30%ของผู้ค้างชำระทั้งหมด เหลือ 28%

 อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มีถึง 20% หรือประมาณ 8 หมื่นรายที่ค้างชำระติดต่อกัน 5 งวด หรือไม่เคยชำระเลย ซึ่งกลุ่มนี้กยศ.จำเป็นต้องส่งฟ้องศาล ขณะที่กลุ่มประสบปัญหาตกงานหรือยังไม่มีงานทำแต่ถึงเวลาครบกำหนดชำระแล้วหรือค้างชำระ 1-2 งวด กยศ.แนะนำให้ทำเรื่องผ่อนผันเพื่อไม่ต้องชำระเบี้ยปรับซึ่งรายละเอียดต่างๆ สามารถติดต่อธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ กยศ.ได้ 

 ด้านนายบุญชัย ศศิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารได้ทำหน้าที่ในการโอนเงินค่าครองชีพให้แก่ผู้กู้ยืมเงินกยศ. จำนวนกว่า 3 ล้านราย โดยที่ผ่านมาธนาคารได้โอนเงินให้แก่ผู้กู้ตามวันเกิดของแต่ละคนในทุกเดือนนั้น ขณะนี้ธนาคารได้เปลี่ยนแปลงวันโอนเงินมาเป็นวันที่ผู้กู้ได้รับเงินครั้งแรก ภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ โดยจะจ่ายเงินในวันดังกล่าวต่อเนื่องตลอดภาคการศึกษา ทั้งนี้ นักเรียนนักศึกษาสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศเกือบ 850 แห่ง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารกรุงไทย 1551 หรือโทร.0-2208-8699