ไลฟ์สไตล์

เที่ยวนี้ขอเล่า-“ดับลิน” สวยไม่ซ้ำหน้า

เที่ยวนี้ขอเล่า-“ดับลิน” สวยไม่ซ้ำหน้า

28 พ.ค. 2553

ถ้ามีสิบเมืองของยุโรปที่คุณต้องเฟ้นออกมาให้อยู่ในหมวด "จำเป็นต้องไป" ดับลิน (Dublin) คือหนึ่งในสิบเมืองที่พ่วงในท็อปเท็น

เพราะเมืองหลวงของไอร์แลนด์แห่งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเมืองที่จัดว่าเป็นดาวเด่นของทวีปยุโรป

เมืองหลวงของไอร์แลนด์แห่งนี้ไม่เพียงติดอันดับเมืองน่าเที่ยว แต่ยังติดอันดับเมืองน่าอยู่ คนยุโรปบอกแบบนั้น

สายการบินเอทิฮัด (02-2530099, www.etihadairways.com) หอบนักล่าเมืองน่าเที่ยวจากทุ่งบางนาไปหย่อนลงที่อาบูดาบี ยืดเส้นยืดสายประเดี๋ยวเดียว ก็พาเหาะต่อไปหาดับลิน เป็นการเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง ที่ความเมื่อยล้าไม่ได้มาแพ้วพาน เพราะทั้งที่นั่ง อาหาร และบริการห้าดาวโดยแท้

เฉกเช่นเดียวกับเมืองในยุโรปหลายแห่ง ดับลินครบเครื่องไปด้วยวัฒนธรรมความบันเทิงเริงใจ มากมายไปด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันแปลกตา ไปจนถึงมีร้านรวงเอาไว้ให้ช็อปปิ้งอย่างคับคั่ง แต่ที่ดับลินมีมากกว่าเมืองอื่นๆ ในยุโรปคงเป็นธรรมชาติอันแน่นแฟ้นไปด้วยความสมบูรณ์

ดับลินเป็นเมืองสีเขียว ในเวลาเดียวกันก็เป็นเมืองทันสมัย จึงแปลกดีที่ความทันสมัยกับธรรมชาติไปกันได้ดีที่ดับลิน เรื่องนี้ลองใครได้เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองก็คงเห็นด้วย

ไล่ไปตั้งแต่สะพานโอคอนเนลล์ (O'Connell) ไปจนถึงถนนโอคอนเนลล์ ที่มีไว้รับแขกของดับลิน จนถึงเดอะสไปร์ (The Spire) สิ่งปลูกสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ของดับลินในยุคนี้ รวมถึงอาคารแบบจอร์เจียนอันเลอโฉม

แต่ถ้าหามุมสีเขียวของดับลิน ต้องไปที่สวนเซนต์สตีเฟน กรีน (St’Stephen’s Green Park) ปอดของดับลิน ที่เต็มไปด้วยผู้คนและชีวิตชีวา

มุมเอกเขนกของผู้คน ที่ไม่ใช่แค่พาปอดมาสูดอากาศดีของดับลิน แต่มีทั้งพาเมียและจูงหมามายืดเส้นยืดสาย มานั่งอ่านหนังสือ นั่งพลอดรักกัน เดินเล่น จ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยานไปจนถึงนั่งทอดอารมณ์อยู่ริมน้ำ เงี่ยหูฟังเสียงดนตรีจากนักดนตรีริมทางที่มาขับกล่อมผู้คนเพื่อแลกเหรียญยูโร

ยิ่งถ้ามาสวนเซนต์สตีเฟน กรีนในวันอาทิตย์ตั้งแต่เช้าไปจรดเย็น รายรอบสวนขนาดใหญ่แห่งนี้ จะถูกเนรมิตเป็นตลาดนัดศิลปะ ผู้คนจะหอบภาพเขียนประเภทและแนวต่างๆ มาตั้งแผงขายรอบสวน จึงเป็นมุมสุนทรีย์อีกแห่งหนึ่งของชาวดับลิน

เดินละจากสวนไปไม่ไกลก็เป็นย่านพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งเรียงรายกันตลอดทาง มีทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทางด้านประวัติศาสตร์ และเนชั่นแนล แกลเลอรี่ ออฟ ไอร์แลนด์ ที่ล้วนแต่สะสมงานศิลปะเอาไว้รอผู้ที่มีอารมณ์สุนทรีย์ให้เข้าไปเดินละเลียดชม

 จากหัวมุมสวนเซนต์สตีเฟน กรีน เดินตัดไปสู่ถนนกราฟตันได้ ถนนสายช็อปปิ้งประจำเมืองที่ไม่ว่าจะไปช่วงไหนก็คึกคักได้ทุกเวลา ตลอดหัวถนนยันท้ายถนน ก็จะเต็มไปด้วยนักดนตรีริมทางที่มาเดี่ยวบ้างหมู่บ้าง ศิลปินและนักแสดงเร่พากันมาปล่อยของกันชนิดไม่ให้คนบนถนนกราฟตันได้สัมผัสคำว่าเหงา

บนถนนสายนี้มีร้านอาหารและคาเฟ่เก่าแก่ ที่หลายวันในดับลินฉันเทียวเข้าเทียวออกอยู่หนึ่งแห่งชื่อ บิวลีย์ คาเฟ่ (Bewleys’s Caf?) มีทั้งไอริช คอฟฟี่ และอาหารการกินให้เลือกมากมาย และพบว่าเป็นร้านที่ไม่ว่าจะไปช่วงไหนก็ยังแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าที่ถึงขั้นต้องยืนรอเก้าอี้ว่าง

จากถนนกราฟตัน เดินเลี้ยวไปแค่อึดใจเดียว เป็นที่ตั้งของสำนักงานการท่องเที่ยวดับลิน ที่อุดมสมบูรณ์และพรั่งพร้อมไปด้วยข้อมูลท่องเที่ยว แผนที่ โบรชัวร์ และรูปแบบการท่องเที่ยวในดับลินสารพัดชนิด

ปกติชอบใช้บริการสองเท้า แต่คลิกข้อมูลดูจากการท่องเที่ยวดับลินแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวบางจุดก็อยู่กระเถิบออกจากเขตตัวเมืองไปพอตัว เลยกระโดดขึ้นรถบัสแบบฮ็อพออน-ฮ็อพออฟ ที่ขึ้นลงได้ตามอำเภอใจ ในราคา 13 ยูโร

ยังก๋ากั่นไม่พอ กลับมาถึงขึ้นรถนำเที่ยวที่เรียกว่า Vikings Splash อีกรอบ เป็นทัวร์อีกรูปแบบหนึ่งที่สนุกสนานและเร้าใจ เพราะเป็นรถสีเหลืองพาเที่ยวรอบเมืองตามจุดสำคัญ จากนั้นรถคันนี้ก็แปลงสภาพเป็นเรือพาล่องในลำคลองด้วย

สนุกตรงที่โชเฟอร์คอยกระตุ้นให้ผู้โดยสารส่งเสียงโห่ร้องอยู่ตลอดเวลา ไปโห่ฮาตรงไหน คนข้างถนนก็พลอยครื้นเครงตามไปด้วย

ดับลินเป็นเมืองใหญ่ ตอนหน้าจะพาไปซ่าในไอริชผับขนานแท้แถวเท็มเปิลบาร์ จากนั้นจะไปที่ทรีนิตี้ คอลเลจ และโบสถ์ไครสต์เชิร์ช ศานสถานสำคัญประจำเมือง แล้วคุณอาจจะเห็นด้วยกับฉันว่า ดับลินเป็นเมืองที่มีคาแรกเตอร์ที่ไม่ซ้ำหน้ากับเมืองไหนในยุโรป

กาญจนา หงษ์ทอง