
"บัวเย็น"ขี้ผึ้งดับพิษไฟตราเรือบินโอท็อปสะพานสูงทำจากสมุนไพร
จากการที่คลุกคลีอยู่กับวงการสมุนไพรมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งจากพระและคุณพ่อ ทำให้หมอยอด ยาดี "ยอดชาย โทธรัตน์" ทนายความวัย 59 ปี หวนกลับมาฟื้นภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยการนำสมุนไพรหลายชนิดมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณ สำหรับบรรเทาอาการโรคหลายรายการ โดยใช้บ้านพักในซอ
เป็นแหล่งผลิต กระทั่งปี 2547 ผลิตภัณฑ์ "ขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบิน" ได้รับการคัดสรรให้เป็นสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) ของเขตสะพานสูง ส่งผลให้วันนี้มีเงินหมุนเวียนจากกิจการตัวนี้เดือนละหลักแสนบาท
ยอดชายบอกว่า อาชีพหลักเป็นทนายความมาตั้งแต่ปี 2530 แต่ตลอดเวลาของการดำรงชีวิตมาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.7) ได้คลุกคลีอยู่กับวงการสมุนไพรมาตลอด แม้สมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย ทำงานแล้ว หากพบว่าใครเจ็บไข้ได้ป่วยเขามักจะจัดยาสมุนไพรให้ โดยเฉพาะตอนที่เปิดสำนักงานทนายความเอง มีลูกความจำนวนมาก หากพบว่าใครเป็นอะไร เขามักแนะนำยาสมุนไพรเสมอ เนื่องการรักษาด้วยสมุนไพรนั้นจะไม่มีผลเคียงค้าง แม้แต่ครอบครัวที่ อ.ระโนด จ.สงขลา และญาติพี่น้องส่วนใหญ่เวลาเจ็บไข้มักจะใช้สมุนไพรมากกว่าที่จะไปหาหมอที่โรงพยาบาล
"ผมคลุกคลีอยู่กับสมุนไพรมาตั้งแต่ผมบวชเณรที่วัดใกล้บ้านที่ ต.ระโนด อ.ระโนด ซึ่งเจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ให้คุณพ่อ ผมนับถือเป็นหลวงปู่ ท่านมีความชำนาญพิเศษด้านการรักษาโรคด้วยสมุนไพรให้แก่ชาวบ้าน ระหว่างบวชเณรหลวงปู่ได้ถ่ายทอดวิชาอักษรขอมโบราณ ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรโดยเฉพาะการรักษาโรคเลือด มะเร็งในเม็ดเลือด พุทธมนต์ ธรรมของศาสนาพุทธ พอสึกจากเณรแล้ว ผมก็อยู่ในวัดเพราะอยู่ใกล้บ้าน ระหว่างนั้นเองผมได้ช่วยหลวงปู่จัดยาสมุนไพร และสามารถต้มยาสมุนไพรรักษามะเร็งได้เองด้วย คุณพ่อของผมซึ่งเคยเป็นเด็กวัดที่อยู่กับหลวงปู่มาก่อน ก็ได้รับวิชาความรู้ด้านการจัดยาสมุนไพรเช่นกัน" ยอดชาย ย้อนอดีต
กระทั่ง ยอดชาย ถึงวัยอุปสมบท ไปบวชพระอยู่กับหลวงปู่อีกครั้งเป็นเวลา 4 เดือน (บวช 1 พรรษา) ช่วงนี้เองทำให้เขาได้รับความรู้เพิ่มเติมทั้งในด้านการจัดสมุนไพร ชนิดของสมุนไพร คาถาอาคม ผสมผสานกับที่พระครูผาสุกธรรมาจาย์ หรือหลวงปู่เลื่อน แห่งวัดดอนผาสุก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งยอดชายเป็นหลานแท้ๆ ก็ถ่ายทอดความรู้ด้านสมุนไพรเพิ่มเติมมากขึ้นตามลำดับ จนลาสิขาจากพระไปแล้ว เขาสนใจศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพร ทั้งจากญาติ หมอพื้นบ้าน โดยเฉพาะในด้านสูตรการปรุงยาเป็นต้น
"ผมเป็นทนายความแล้ว ว่างๆ ผมศึกษาจากตำราด้านสมุนไพร และผลิตออกมาใช้เอง แจกให้เพื่อน ลูกความ จนระยะหลังกระแสสมุนไพรกำลังมาแรง คนเริ่มห่วงสุขภาพ ผมคิดว่าความรู้เรามี ถ้าทิ้งไปก็เปล่าประโยชน์ เลยคิดว่าน่าจะนำความรู้นี้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมบ้าง จึงไปจดทะเบียนพาณิชยกิจ ร้านบัวเย็นโอสถในปี 2545 เริ่มนำสมุนไพรมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณเริ่มจากขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบิน ชนิดกระปุก บรรเทาอาการแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก น้ำมันลวก ท่อรถ ท่อความร้อนต่างๆ รักษาแผลสด แผลเปื่อย แผลพุพอง น้ำกัดเท้า แก้ฟกช้ำดำเขียว แมลงสัตว์กัดต่อย พร้อมกับรับซื้อสมุนไพรด้วย แต่ครั้งแรกยังไม่ได้ศึกษาด้านการตลาด เพราะคิดว่าช่วงแรกใช้วิธีแจกเพื่อนๆ รวมถึงลูกค้าที่ผมไปรับว่าความด้วย" ยอดชาย กล่าว
ยอดชาย บอกด้วยว่า เพื่อการผลิตยาแผนไทยที่ปราศจากสารเคมีใดๆ เป็นไปตามหลักวิชาการที่นอกเหนือไปจากภูมิปัญญาไทยแล้ว ผมจึงตัดสินใจสมัครเรียนหลักสูตรเภสัชกรรมและแพทย์แผนโบราณ ของมูลนิธิแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข หลักสูตร 3 ปีในปี 2547 ตอนนี้จบภาคทฤษฎีแล้ว ยังเหลือภาคปฏิบัติอีกเล็กน้อย เนื่องจากเวลามีจำกัด และในปี 2547 นั่นเอง ยอดชายได้นำผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบินส่งเข้าประกวดจึงได้คัดสรรเป็นสินค้าโอท็อปของเขตสะพานสูง
ขณะเดียวกันดูเหมือนว่าเป็นโอกาสทองของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบิน ให้คนภายนอกรับรู้อย่างแพร่หลาย หลังจากที่ได้รับเชิญให้นำผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบินไปแจกในงานมหกรรมผลิตภัณฑ์ 4 ภาคที่ จ.นนทบุรี จำนวน 5,000 กระปุก และได้ออกบูธขายได้อีกหลายหมื่นบาท ต่อมามีโอกาสนำสินค้าไปออกร้านตามงานแสดงสินค้าโอท็อปอีกหลายแห่งที่รัฐบาลและเขตจัดขึ้นมา รวมทั้งการออกบูธที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี้ด้วย
หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบินมีคนรู้จักมากขึ้น เขาจึงพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็นขนาดต่างๆ อาทิ กระปุกเล็กขนาดเล็ก 15 กรัม ขายราคา 70 บาท กระปุกใหญ่ขนาด 30 กรัม ราคากระปุกละ 150 บาท และชนิดขวดแก้วขาย 250 บาท นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บัวเย็นภายใต้ตราเรือบินตัวใหม่อีกรายรายการ อาทิ น้ำมันบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบิน บรรจุขวด, ยาเทวราชบำรุงร่าง, ยาเนื้อทอง ชนิดเม็ดบำรุงเลือดสตรี, ยาเนื้อทองงาม บำรุงเม็ดเลือด ยาไอจักรพรรดิ ยาถอนพิษ, ยา 120 ปี เป็นยาอายุวัฒนะ, บัวปราบ บรรเทาริดสีดวง ยารักษามดลูก โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีราคาตั้งแต่เริ่มต้นที่ 30 บาท จนถึง 5,000 บาท
"พอเราแจกเยอะ ออกบูธมากขึ้นคนรู้จักเราเยอะ ผมไม่อยากคุย เดี๋ยวหาว่าอวดสรรพคุณ อยากให้ลองดูอย่างขี้ผึ้งบัวเย็นดับพิษไฟตราเรือบินที่เราขายมากที่สุดนั้น หากใครถูกไฟลวก หรือโดนท่อรถจักรยานยนต์ หรือแมลงกัดต่อย หากทาทันที อาจดีกว่ายาดีๆ ที่มาจากจีนขวดละเป็นพันบาท แต่ของผมราคาเพียง 150 บาท ไม่แตกต่างครับ ทุกวันนี้คนนำไปใช้ก็บอกต่อๆ กัน ทำให้ทุกวันยอดสั่งเข้ามาจากพ่อค้าคนกลางที่นำไปขายต่อทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง สระแก้ว ราชบุรี สงขลา ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และอีกหลายจังหวัดที่ขายในร้านขายยาแผนโบราณ รวมถึงร้านขายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ณ ศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมแล้วตกเดือนละเป็นหลักแสนบาทครับ ส่วนวัตถุดิบผมรับมาจากร้านขายสมุนไพรที่รับประจำที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ศูนย์สมุนไพรลำปาง และย่านเยาวราช" ยอดชาย กล่าว
นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ ที่ประสบผลสำเร็จอีกแห่งหนึ่ง แม้วันนี้ ยอดชาย โทธรัตน์ ผลิตเพื่องานอดิเรก แต่ก็สามารถทำให้มีเงินหมุนเวียนในกิจการตกเดือนละนับแสนบาท
ง่ายๆ กับการทำยารักษามดลูกใช้เอง
หนึ่งในจำนวนการผลิตบัวเย็นภายใต้ตราเรือใบ มียาสมุนไพรรักษามดลูกด้วย ซึ่ง ยอดชาย โทธรัตน์ บอกว่า ทำง่ายๆ มีสูตรและส่วนประกอบดังนี้
1.ว่านชักมดลูก
2.ไพล
3.ขมิ้นอ้อย
4.ขมิ้นชัน
วิธีทำ
นำส่วนประกอบทั้ง 4 ชนิด มาตากแห้งพอประมาณ ช่าง้ำหนักให้เท่าๆ กัน จากนั้นนำมาบดใส่ด้วยกันให้เป็นผงละเอียด บรรจุใส่ในภาชนะ
เมื่อต้องการรับประทานให้ผสมนำผึ้งให้พอดี ปั้นเป็นก้อนหรือลูกกลอนรับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง เช้า เที่ยง เย็น และก่อนนอน
ดลมนัส กาเจ



