ไลฟ์สไตล์

 เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม”(The Fight For Righteousness)

เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม”(The Fight For Righteousness)

28 พ.ค. 2553

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้านในภาวะที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติสุขเช่นนี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความสับสนวุ่นวายจับต้นชนปลายไม่ถูกแบบนี้ ผมอยากให้กำลังใจกับตัวเองและชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ (ไม่ว่าท่านจะรักใครเชียร์ใครหรือนิยมใส่เสื้อสีอะไร แต่ต้องไม่ลืมนะคร

 หลายต่อหลายครั้งในยามที่ตัวผมเองรู้สึกสับสนก็ได้รับกำลังใจจากการอ่าน บทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 เกี่ยวกับเรื่องการทำสงครามอันเป็น “ผล” มาจาก “เหตุ” แห่งความขัดแย้ง คงไม่ผิดอะไรกับสงครามกลางเมืองย่อยๆ อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ตอนนี้ ซึ่งบทพระราชนิพนธ์ว่าด้วย  “ธรรมาธรรมะสงคราม” หรือ  “The Fight For Righteousness”  พระองค์ทรงเน้นให้เห็น การเผชิญหน้าระหว่างธรรมกับอธรรม การต่อสู้ ระหว่างความดีและความเลว ผลสุดท้ายโดยหลักสัจจะแห่งธรรมชาติแล้ว ฝ่าย ธรรมะ ย่อมเป็นฝ่ายมีชัยเสมอครับ ดังที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ตอนหนึ่งว่า

 ? อันว่ามนุษโลก  ยังโชคดีไม่ย่อหย่อน
 อะธรรมะราญรอน  ก็ชำนะแต่ชั่วพัก
 ? ภายหลังข้างฝ่ายธรรม จะชำนะประสิทธิ์ศักดิ์
 เพราะธรรมะย่อมรักษ์ ผู้ประพฤติ ณ คลองธรรม

 ทุกครั้งที่ผมรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้ พอได้อ่านพระราชนิพนธ์บทนี้ก็เกิดทั้งความหวังและความปีติสุขขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะผมเชื่อมั่นว่า สุดท้ายแล้ว ฝ่ายที่รักษาธรรมโดยบริสุทธิ์ใจก็จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ เพราะจากหลักที่ว่าด้วยธรรมใดเกิดแต่ “เหตุ” อีกไม่ช้า  “ผล” ของธรรมนั้น จะเป็นที่ประจักษ์และเป็นความจริงแท้ คือ “ธรรมก็ย่อมปกปักษ์ผู้ที่รักษาธรรม” ให้อยู่รอดปลอดภัยและสวัสดีมีชัย ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร เพราะผมเชื่อว่าเราสามารถคิดเห็นแตกต่าง แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แตกแยกครับ

 เหตุผลที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นเสียยืดยาวนี้ เพราะผมเชื่อว่าไม่ว่าชาวคนรักบ้านทั่วประเทศจะสังกัดสีอะไร จะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนไทยเหมือนกัน หากท่านประพฤติใน “ธรรม” แล้วไซร้ “ธรรม”  ย่อมคุ้มครองท่านครับ เพราะฉะนั้นจงเร่งทำความดีไว้เถิด ช่วยกันทะนุบำรุงประเทศชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์  ขอย้ำอีกสักครั้งครับว่าถึงแม้จะแตกต่างกันทางความคิด  ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแตกแยกกันครับ

 ในสัปดาห์นี้ผมจึงขอนำเสนอการปรับปรุง ฟื้นฟู อาคารที่กำลังถูกทิ้งร้างอันเนื่องมาจากได้ถูกเผาทำลายให้เสียหาย  เป็นหนึ่งในกระบวนการ “บ้านสวย เมืองงาม” ที่จะทำให้บ้านเมืองที่บอบช้ำได้ฟื้นคืนกลับมาใหม่ ซึ่งศัพท์ทางเทคนิคในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมเรียกว่า  “Revitalization” เพราะในส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าหากร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเราจะสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองให้ดีกว่าเดิมได้  แม้แต่อาคารที่ถูกเผา ถูกทำลายย่อยยับ ก็สามารถฟื้นคืนกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งใหม่นี้อาจจะดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 ตัวอย่างเช่น อาคารในย่านสามเหลี่ยมดินแดง ที่ในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่อันตรายที่สุด เพราะได้กลายสภาพเป็นสมรภูมิขนาดย่อม มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น อาคารบ้านเรือนในย่านดังกล่าวนี้บางหลังถูกเผาทำลายลง ซึ่งผมได้เลือกเอาอาคารที่ได้ถูกเผาทำลายลงนี้  นำมาออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูให้สามารถฟื้นคืนกลับมาใช้งานได้ใหม่ โดยที่ผมเสนอแนวคิดให้ปรับปรุงเป็นสถานที่พบปะ สังสรรค์กันทางวัฒนธรรม เป็นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนทัศนคติกันทางความคิดโดยปราศจากความรุนแรงใดๆ

 ผมขอเรียกสถานที่นี้ว่า เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม” ที่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามที่คนไทยไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” ทะเลาะกันเอง เพื่อเตือนสติให้คนไทยรุ่นหลังได้รับรู้ว่า หากเราเลือกที่จะแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรงแล้วผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร  นอกจากนั้น จะเป็นสถานที่แสดงงานศิลปกรรมในแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวกับ “ธรรมาธรรมะสงคราม” ซึ่งรวมไปถึง ผลงานภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็ไม่แน่นะครับอาจจะเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ที่ให้ความรู้แก่ผู้คนในสังคมไทย และต่างชาติ 

 นอกจากนี้ ยังสามารถจัดให้เป็นร้านขายหนังสือ, ขายของที่ระลึก, ขายอาหาร, เครื่องดื่ม, น้ำชา, กาแฟ  ตลอดจนห้องสมุด และพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้องประชุมสัมมนาขนาดเล็ก ห้องฉายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ขนาดเล็ก  เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็น “ศูนย์การเรียนรู้”  เพื่อตอกย้ำว่าสุดท้ายแล้ว การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทุกฝ่ายต่างพ่ายแพ้ ดังนั้น เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม” จึงเป็นเสมือนสถานที่ที่ย้ำเตือนให้บรรดาผู้คนในสังคมไทยไม่ให้กระทำความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำอีก   

 ผมขอสารภาพตามตรงครับว่า ในช่วงนี้ไม่ค่อยอยากจะทำอะไร  เพราะจิตใจหดหู่และห่อเหี่ยวเสียเหลือเกินที่เห็นคนไทยทะเลาะกันเอง ดังนั้น เราต้องร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูบ้านเมืองโดยเร่งด่วน  ซึ่งแนวคิด เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม” ที่ผมได้นำเสนอนี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งใน “กระบวนการฟื้นบ้าน ฟูเมือง”  โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก  แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสี เพราะ เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม”  จะมุ่งเน้นไปที่การใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา และมีความเชื่อว่าถึงแม้สังคมชาวคนรักบ้านจะมีความแตกต่างกันทางด้านความคิด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความแตกแยกกันในการอยู่ร่วมกันในบ้านหลังใหญ่นี้  ไม่ว่าชาวคนรักบ้านจะใส่เสื้อสีอะไร  มีความคิดแตกต่างกันอย่างไร ถ้าท่านปฏิบัติดี  ปฏิบัติชอบตามหน้าที่ของตัวเองให้ถูกต้องตามศีลธรรม  จริยธรรม  ภายใต้ความไม่เบียดเบียน  สุดท้ายแล้วจากหลัก  “ธรรมาธรรมะสงคราม”  ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่  6  ทรงพระราชนิพนธ์ไว้  “ธรรมะย่อมรักษ์ผู้ประพฤติ ณ คลองธรรม”  เสมอครับ

 เดอะแกลเลอรี่ “ธรรมาธรรมะสงคราม” ที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้  สร้างขึ้นมาจากซากปรักหักพัง  จากธุลีเถ้าถ่านที่ถูกเผาพินาศด้วยน้ำมือของคนไทยกันเอง ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งครับว่าเราจะสามารถฟื้นฟูบ้านเมืองที่บอบช้ำได้โดยยึดหลัก  “ธรรมาธรรมะสงคราม”  ที่ผมได้นำเสนอเป็นแนวทางในการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ถูกเผาทำลายแห่งนี้ 

 สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ ก่อนจากกัน ผมอยากจะฝากแฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันขอให้หยุดทะเลาะกันชั่วคราว มาร่วมด้วยช่วยกันซ่อม สร้างบ้านหลังใหญ่ของเราให้เป็นที่อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขไปจนถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน กันเถอะครับ