
ปั้นพลเมืองคุณภาพของโลกสอนเด็กมีความรู้-ทักษะชีวิต-ยึดส่วนรวม
นักการศึกษาต่างชาติแนะปั้นเด็กให้เป็นพลเมืองคุณภาพของโลกต้องพัฒนาหลักสูตรปลูกฝังเด็กมีความรู้วิชาการ-วิชาชีพ ทักษะชีวิต มีคุณธรรมและยึดประโยชน์ส่วนรวม
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.มร.จอห์น แมคโดนัลด์ ผอ.องค์การควบคุมคุณภาพการศึกษา สก๊อตแลนด์ กล่าวในงานสัมมนา"การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อพลเมืองโลกในอนาคต"จัดโดยบริติช เคานซิลร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่โรงแรมสยามซิตี้ กทม.ว่า หลักสูตรการศึกษาที่จะสร้างพลเมืองคุณภาพของโลกนั้น จะต้องสร้างให้เด็กรุ่นใหม่ให้มีความสามารถในการสื่อสารระดับสากลโดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง พร้อมที่จะเรียนรู้ เข้าใจ และยอมรับในศาสนา วัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่าง มีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นพัฒนาสังคมส่วนรวมในวงกว้างระดับนานาชาติโดยไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตน แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของประเทศและของตนไว้
หลักสูตรจะต้องช่วยให้เด็กพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ รู้จักคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีหาความรู้ มีความรู้ทั้งวิชาการ วิชาชีพและทักษะชีวิต รู้จักตนเองและให้เกียรติผู้อื่น เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ทำงานเป็นทีมและมีคุณธรรม มร.จอห์น กล่าว
มิสโมอิรา แมคเคอราเชอร์ ผอ.ฝ่ายการศึกษk ระหว่างประเทศ องค์การควบคุมคุณภาพการศึกษา สก๊อตแลนด์ กล่าวว่า การสร้างเด็กให้มีคุณภาพจะต้องพัฒนาครูให้มีความเป็นเลิศในวิชาที่สอน รู้จักออกแบบการเรียนการสอน และประเมินวัดผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อเด็ก
ดร.ซูฮ์ สวีนี ผู้จัดการฝ่ายหลักสูตรการศึกษาวิทยาลัยอายร์ สก๊อตแลนด์ กล่าวว่า การสร้างเด็กให้เป็นพลเมืองที่ดีของโลกนั้นครูมีบทบาทสำคัญที่สุดรวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบอาชีพด้านต่างๆเช่น นักวิทยาศาสตร์มาช่วยครูให้ความรู้เด็ก
รศ.สุชาดา นิมมานนิตย์ กรรมการบริหารสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กไทยยังมีจุดอ่อนด้านคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้ และไม่แบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆ ซึ่งครูต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและพัฒนาเด็ก
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า เนื้อหาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี2551 นั้นสามารถพัฒนาเด็กให้เป็นพลเมืองคุณภาพของโลกได้อย่างดี เร็วๆนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จะลงนามความร่วมมือกับกระทรวงต่างๆเช่น กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ช่วยนำความรู้ที่ไม่มีในตำราเรียนทั้ง 8 กลุ่มสาระมาลงในเวบไซต์สพฐ. เพื่อให้ความรู้แก่ครูและเด็กจะเริ่มเปิดให้บริการในเดือนพ.ค.นี้



