
รมว.ศึกษาฯสั่งสอบฮั้วครุภัณฑ์อาชีวะให้เกิดความโปร่งใส
รมว.ศึกษาฯ ยันงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ให้วิทยาลัยอาชีวะทั่วประเทศ750ล้านบาท จัดทำเมื่อรัฐบาลที่ผ่านมา เมื่อมีการร้องเรียนขึ้นมาก็ได้เร่งตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาฯ (ศธ.) ได้ชี้แจงในปะเด็นอภิปรายเรื่องจัดศื้ออคุรุภัณฑ์ว่า ก่อนอื่นขอบคุณสุนัย จุลพงศทร ที่อภิปรายชัดเจนว่าไม่มีอะไรติดใจสงสัยแต่อย่างใด อย่างน้อยก็ทราบว่าไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานอาชีวะศึกษาโดยตรง แต่ขอแจงทำความเข้าใจ ให้เกิดคามาสบายใจในข้อมูลที่จะเรียน
รมว.ศึกษาฯ กล่าวว่า ความจริงงบประมาณ 750 ล้าน ที่จัดซื้อครุภัณฑ์ให้วิทยาลัยอาชีวะศึกษา 404 แห่งทั่วประเทศ เป็นงบฯ รายจ่ายประจำปีที่ทำมาตั้งแต่ปี 2552 แน่นอนว่าดำเนินการก่อนตนเป็นรัฐบาล และได้มีการจัดงบเป็นลักษณะงบล่ำซำ 3 รายการ เช่น 1.จัดซื้อชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ 231 ชุด 427 ล้านบาท 2.ชุดชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ 199 ชุด 237 ล้านบาท 3.ชุดชุดครุภัณฑ์ปฏิบัติการวิชาชีพพื้นฐานและวิชาชีพเฉพาะ 54 ชุด 85 ล้านบาท รวม 404 ชุด เป็นเงิน 750 ล้าน แต่ทำไมอยู่ๆกลายมาเป็นล้านแปดล้านเก้า เป็นข้อเท็จจริงที่มีการแตกลูก แต่ที่มาที่ไปเกิดจากสำนักงบฯ ได้ทำหนังสือมาถึงสำนักงานการอาชีวะศึกษาในเรื่องการระบุใบจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ก็ได้จัดสรรมา 750 ล้าน และมีรายการจัดสรรมา เมื่อ 5 พ.ย. 2551 แน่นอนว่าไม่ใช่ช่วงที่ตนมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งรวมไปถึงตัวรัฐมนตรีช่วยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ตนได้สอบถามว่าเหตุใดจึงมีการจัดสรรแบบนี้ โดยทางสำนักงานอาชีวะฯ เองก็ได้ชี้แจงว่า ในการตั้งงบฯ ในเบื้องต้น ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะ กมธ.งบฯ ชุดที่แล้ว ปรากฏว่ามีการตั้งงบฯ ให้แต่ละวิทยาลัย 404 แห่งเลื่อมล้ำกันมาก ฉะนั้น ตรงนี้คงเป็นที่มาที่สำนักงบฯ จัดให้เกือบใกล้เคียงกันหมด ซึ่งตนก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เพราะไม่ได้กำกับดูโดยตรง แต่ก็ได้มอบให้รมช.ศึกษาธิการดูแล
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ทันที่มีข่าวหนังสือพิมพ์ วันพุธที่ 4 มี.ค.2552 ปรากฏว่ามีข่าวเรื่องการจัดซื้อครุภัณฑ์ 700 ล้าน ในทางที่ว่า สอส.ส่อล็อคเสปคจัดซื้อครุภัณฑ์ 700 กว่าล้าน วันเดียวกันนั้น ตนได้สั่งการโดยมอบหมายให้ รมช.ศึกษาธิการตรวจสอบ และทำให้ถูกต้องโปร่งใส และเมื่อทำหนังสือไปจึงเป็นที่มาการประชุมกระทรวงหลัก วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ในวันนั้นเป็นเรื่องที่สำนักอาชีวะฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบว่าในเรื่องนี้ได้ทำอะไรไปบ้าง โดยชี้แจงว่าวิทยาลัยได้งบประมาณตามที่ สอส. โอนภายในวันที่ 9 มี.ค. 2552 แปลว่าสำนักงานการอาชีวะต่อไปนี้จะปรับโดยการโอนเงินสดไปยังวิทยาลัย ภายในวันที่ 9 มี.ค. นั้นคือสิ่งที่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม
นอกจากนี้ ได้รายงานว่าวิทยาลัยจะสามารถกำหนดรายการครุภัณฑ์ และกำหนดคุณลักษณะได้ด้วยตัวเอง ภายในวันที่ 15 มี.ค.2552 และสุดท้ายคือวิทยาลัยจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบให้ถูกต้องของทางราชการภายในวันที่ 30 เม.ย. 2552 ที่ประชุมก็รับทราบ และจากการสอบถามรมช.ศึกษาธิการ รวมทั้งสำนักงานอาชีวะฯ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดซื้อในลักษณะสำเร็จ
"สิ่งหนึ่งที่เรียนคือว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการและข้อมูลที่ให้ได้มาจะติดตามกำกับดูแลอย่างน้อยให้รมช.ศึกษาฯ ซึ่งดูแลสำนักงานการอาชีวะศึกษาต่อไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใส หากใครทำอะไรไม่ชอบด้วยกฎหมายผมก็จะทำตามหน้าที่ "นายจุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย
"สุนัย"กัดติด"จุรินทร์-นริศรา"ลั่นเตรียมยื่นปปช.ตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเรื่องงบจัดซื้อคุรุภัณฑ์ของสำนักงานอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเสร็จสิ้นแล้ว นายสุนัยได้แถลงข่าวถึงกรณีนี้อีกครั้งที่ห้องวิปฝ่ายค้านว่า สาเหตุที่ไม่ได้ยื่นญัตติถอดถอน และยื่นอภิปรายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ และนางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการตั้งแต่แรกนั้น เพราะรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ได้เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พรรคเพื่อไทย มีมติที่จะยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในวันที่ 11 และ 12 มี.ค. ทำให้รายงานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ ที่เขาได้มาล่าสุดนั้น ไม่ทันการ จึงต้องอภิปรายนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบนโยบายของรัฐบาลแทน
เขาบอกว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 มี.ค.นั้น ที่ประชุมยังมีมติให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อไป แทนที่จะขอข้อมูลจากเขา ดังนั้น จึงเท่ากับว่า ความผิดสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เขาจะนำข้อมูลและเอกสารหลักฐานทั้งหมดปรึกษากับคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้ใหญ่ของพรรค เพื่อพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
"ใจของผมแล้ว จะยื่นต่อปปช.อย่างแน่นอน ซึ่งหากทุกอย่างเรียบร้อย ก็คงต้องขอเวลาในการเขียนหนังสือนิดหน่อย เพื่อที่จะยื่นต่อปปช.ต่อไป" นายสุนัย กล่าว



