
พระราชนิพนธ์พระมหาชนก
เปิดหนังสือพระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก อ่านอย่างช้าๆ เป็นครั้งที่ร้อยกว่าแล้วติดใจในพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปลไว้ ขอถอดความเล่าเรื่องว่า พระเจ้ามหาชนก พระราชนิพนธ์ว่า...
ครั้นแล้วอมาตย์ใกล้ชิดคนหนึ่งไปเฝ้ากราบทูลพระราชาหลายครั้งว่า ขอเดชะ พระอุปราชเล่นไม่ซื่อกับพระองค์พะยะค่ะ ความสิเนหาของพระอริฏฐชนกต่อพระอนุชาทนทานคำอันอาบพิษอันซากซ้ำมิได้พระโปลชนกจึงถูกจองจำและควบคุมรักษาในคฤหาสน์ใกล้พระราชนิเวศน์ พระโปลชนกทรงอธิษฐานว่าถ้าข้าพเจ้าคิดไม่ซื่อต่อพระเชฏฐราชจริงเครื่องจองจำจงตรึงมือเท้าของข้าพเจ้าแม้ประตูก็จงปิดสนิท ถ้าข้าพเจ้ามิได้คิดทรยศ เครื่องจองจำจงหลุดจากมือและเท้าของข้าพเจ้า แม้ประตูก็จงเปิดทันใดนั้นเครื่องจองจำได้หักลงเป็นท่อนๆ แม้ประตูก็เปิดกว้างต่อจากนั้นพระโปลชนกก็เสด็จออกไปยังชายแดนแห่งหนึ่งไปตั้งพระองค์ ที่นั้น ตอนนี้พระอริฏฐชนกราชไม่สามารถจับพระองค์ได้....ต่อมามีการสงครามอริฏฐชนกสิ้นพระชนม์
ท่านผู้อ่านลองอ่านคำที่ขีดเส้นใต้ไว้หลายๆ เส้น ก็จะเห็นความจริงของสังคมนักบริหารและประชาชนบ้านเมืองไทยของเรา ตรงนี้เกิดเป็นข้อคิดว่า...
"...เป็นผู้ใหญ่ ให้ระวังหู
เป็นผู้น้อยให้ระวังหัว
เป็นผู้ใหญ่ระวังผู้น้อยเป่าหู
เป็นผู้น้อยระวังผู้ใหญ่ปั่นหัว..."
สงครามสายเลือดระหว่างพี่เกิดขึ้นตรงนี้นั่นเองมิได้แตกต่างไปจากเหตุการณ์ในบ้านเมืองของเราเลย
"..คนไทยเรานั้น อ่านหนังสือน้อยมาก อยากมีบทบาท อยากแสดงความสามารถ อยากให้ผู้มีอำนาจโปรดปราน....
การได้อ่านพระราชนิพนธ์อย่างมีโยนิโสมนสิการคือการใคร่ครวญแล้วทำความฉลาดล่วงหน้าในการบริหาร จะทำให้เกิดปัญญากำจัดปัญหาทั้งสิ้นทั้งปวง ขอให้ท่านผู้มีอำนาจกลับไปอ่านใหม่และขอให้รู้ว่า... คำข้าวค่อยๆ ขบเคี้ยวจะได้โอชรส คำพูดค่อยๆ ขอบคิดจะได้อรรถรส และธรรม
0 พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) 0



