ไลฟ์สไตล์

ก.วิทย์จับมือตลาดดอทคอมเยียวยาผู้ค้าเซ็นเตอร์วัน

ก.วิทย์จับมือตลาดดอทคอมเยียวยาผู้ค้าเซ็นเตอร์วัน

26 พ.ค. 2553

กระทรวงวิทยาศาสตร์จับมือตลาดดอทคอม เปิดหน้าร้านออนไลน์ช่วยเหลือเซ็นเตอร์วันที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม พร้อมเคลียร์ลานจอดรถรอบกระทรวงรองรับกว่า 300 ร้านจำหน่ายสินค้าฟรี

 (26พ.ค.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือเนคเทค  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมกับ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ผู้ให้บริการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce  ของไทย แถลงเปิดตัวโครงการวิทย์ไขได้ : ปันน้ำใจ ร้านค้าไทย พ้นวิกฤติ เป็นมาตรการช่วยเหลือร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง

 กิจกรรมในโครงการ จะเปิดอบรมและสอนการทำธุรกิจออนไลน์ให้แก่ผู้ค้าทุกคนที่สนใจ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์หรือพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับระบบอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันทางกระทรวงวิทยาศาสตร์จะเปิดพื้นที่ลานจอดรถโดยรอบกระทรวง ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าชั่วคราวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รองรับได้ราว 300 ร้าน พร้อมกันนี้ยังมีโครงต่อเนื่องลงพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่ชุมนุมที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าวในเร็วๆ นี้อีกด้วย

 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การฝึกอบรมจะครอบคลุมทั้งด้าน e-Marketing และ e-Commerce ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ขณะที่ตลาดดอทคอมจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ เป็นเวลา 12 เดือน เริ่มประมาณกลางเดือนมิ.ย.นี้ โดยตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 120 ห้างร้าน และคาดหวังว่าจะสร้างกระแสเงินหมุนเวียนได้เฉลี่ย 150,000 บาทต่อ 1 ห้างร้าน ในระยะเวลา 3 เดือน 

 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด เพิ่มเติมว่า การอบรมแบ่งเป็น 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบที่ไม่มีพื้นฐานในด้านการบริหารจัดการร้านค้าในลักษณะแบบออนไลน์ และอีกหลักสูตรหนึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว ซึ่งจะเน้นให้ความรู้ในแง่ของการบริหารจัดการและการวางแผนการตลาดแบบออนไลน์

 สิ่งที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับ คือเว็บไซต์สำเร็จรูปมูลค่า 18,000 บาทฟรี และเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาในการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นยอดขายในธุรกิจออนไลน์ของผู้ประกอบการ  ทั้งนี้ สมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2553  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่   http://www.tarad.com/activity/healbkk/   โทรศัพท์  02-541-4100 # 1100 – 1106  หรือ  Email : [email protected]

 อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าออนไลน์จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ประกอบการ ที่จะต้องปรับพฤติกรรมการขายสินค้าใหม่ จากที่เรียกรู้ค่าผ่านหน้าร้าน ทำเลเหมาะ มารับออเดอร์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน โดยเจ้าของเว็บตลาดดอทคอมการันตีว่า สถิติรายได้จากการขายสินค้าช่องทางออนไลน์สูงขึ้นกว่าการขายหน้าร้านอย่างน่าตกใจ

 นายธานี รุจินาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน กล่าวว่า เหตุการณ์ไฟไหม้คืนวันที่ 19-20 พฤษภาคมที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียว่า 700-800 ล้านบาทในส่วนของอาคารตลอดจนระบบภายใน ขณะที่ผู้ประกอบการ 351 ร้านค้า ซึ่ง 301 ร้านค้าเป็นร้านค้ารายย่อย สูญเสียทั้งร้านและสินค้าในสต๊อก ที่ขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกมา มูลค่ากว่า 5 ล้านบาทต่อ 1 ร้าน ขณะที่ตัวห้างยังคงต้องรอประเมินความเสียหาย แต่อย่างไรก็ตามการซ่อมแซมหรือรื้อสร้างใหม่จำเป็นต้องใช้เวลา

 “การเปิดช่องทางขายสินค้าออนไลน์ จะช่วยเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มช่องทางทำธุรกิจออนไลน์ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีทักษะด้านไอที รวมถึงอินเทอร์เน็ต” ผู้บริหารเซ็นเตอร์วัน กล่าว

 ด้าน นางสาวปุณยวีย์ โคตรสมบัติ เจ้าของร้านทาโกะ ศูนย์การค้าเพลตตินั่ม ประตูน้ำ กล่าวยอมรับว่า ตนเองสนใจที่จะเปิดร้านขายเสื้อผ้าทำมือผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ขณะที่หน้าร้านของตัวเองต้องปิดบริการไปกว่า 1 เดือน ทำให้สูญเสียรายได้ไปกว่า 5 แสนบาทหากมีการเปิดช่องทางขายสินค้าออนไลน์ คิดว่าเป็นโอกาสดีที่น่าลอง