ไลฟ์สไตล์

มองนอกดูใน-มองเมืองไทยวันนี้ผ่านใจที่มีกรุณาและปัญญาเคียงกัน

มองนอกดูใน-มองเมืองไทยวันนี้ผ่านใจที่มีกรุณาและปัญญาเคียงกัน

26 พ.ค. 2553

แม้ว่าภาพความรุนแรงที่ปรากฏให้เห็นกันในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานี้ดูจะสงบลงบ้างแล้ว แต่ภายในใจของคนไทย ทั้งที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์

และที่ได้สังเกตการณ์จากภายนอก ทั้งที่ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับผลกระทบ ต่างก็ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความสงสัย ความไม่เข้าใจ กระทั่งถึงความโกรธแค้น ที่หากเมื่อใดเถ้าถ่านซึ่งปกคลุมก้อนถ่านนั้นปลิวหายไป ถ่านนั้นก็พร้อมที่จะปะทุขึ้นมาใหม่ได้ไม่ยาก

 ‘มองเมืองไทยวันนี้ ผ่านใจที่มีกรุณาและปัญญาเคียงกัน’ คือชื่อของงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ เสถียรธรรมสถาน โดยเป็นงานเสวนาที่จัดขึ้นเพื่อหาทางออก และวิธีการในการบูรณะประเทศไทยของเราขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ความโกรธแค้นและความไม่เข้าใจยังคงอยู่ในใจของคนไทยจำนวนมาก

การสนทนาในวันนั้น มีผู้ร่วมสนทนาโดย พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ พระศรีญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระราม 9 ศจ.ประสาทพงษ์ ปั้นสวย ศิษยาภิบาล และประธานคริสตจักรที่สอง สามย่าน สังกัดคริสตจักรภาคที่ 6 สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสาธารณะเพื่อสังคม สสส. คุณมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.หลักทรัพย์ กิมเอ็ง และข้าพเจ้า

 โดยคำตอบสุดท้ายซึ่งได้จากการเสวนาก็คือ ‘แนวทางแห่งเมตตาธรรม’ อันเป็นหลักการที่ทุกคนควรยึดไว้เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองของเราในระยะยาว และในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นฟื้นฟูนี้ ‘การเปิดใจกว้าง ละวางอคติ’ ก็ถือเป็นคำสำคัญที่จะละทิ้งเสียไม่ได้

 “ท่ามกลางความแตกแยกของผู้คนในสังคมที่เต็มไปด้วยความโกรธ เราทั้งหลายต้องกลับมาตั้งสติ หากเราต้องการให้แผ่นดินสงบสุขร่มเย็น ก็คงต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนั้น เราคนไทยด้วยกันทุกคนสร้างมันขึ้นมา เราจึงต้องชำระสิ่งเหล่านี้ ให้หมดจดสะอาดบริสุทธิ์ ให้ผืนแผ่นดินของเราเป็นผืนแผ่นดินที่น่าอยู่ต่อไป การแสดงเหตุผลบางครั้งก็ไม่ทำงาน ก็ต้องอาศัยหลักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มองเห็นเขาด้วยความสงสาร ผ่อนหนักให้เป็นเบา ผ่อนอาฆาตพยาบาทให้เป็นอโหสิกรรม ขอให้เราใช้พลังบวกในการกอบกู้บ้านเมือง” พระศรีญาณโสภณ

 “อย่าปล่อยให้ไฟแห่งความโกรธ ความเกลียด ความเคียดแค้นพยาบาท เผารนจิตใจของเรา ให้เนิ่นนานไปกว่านี้ เพราะว่ามันจะทำให้เรามีความทุกข์ และทำให้เราระบายความทุกข์ใส่คนอื่น ใส่ลูกหลาน เพื่อนบ้าน และจะทำให้ไฟในบ้านในเมืองปะทุขึ้นมาใหม่ ตอนนี้เราต้องเจริญเมตตาจิต มีความปรารถนาดีต่อทุกคนแม้จะคิดต่างจากเรา ร่วมมือกันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อบูรณะสังคมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นดินแดนแห่งความสุข ความหวังสำหรับลูกหลานของเราในอนาคต” พระไพศาล วิสาโล

 “มนุษย์เราเป็นผู้ที่มีความรู้สึก มีอารมณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้งกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้รับใช้พระเจ้าของคริสเตียน เห็นสิ่งเหล่านี้ก็รู้สึกเสียใจ...แม้ว่าพี่น้องของเรา อาจจะไม่เข้าใจเรา หรือตัวของเราเองอาจจะไม่เข้าใจเขา ให้เรารักเขา ให้อภัยกับเขา และประการสุดท้ายก็คือ การที่เราจะให้อภัยกับตัวเราเองเพราะในบางครั้ง มนุษย์เรามีความผิดพลาดได้ในชีวิต ให้เราที่จะเปลี่ยนชีวิตของเรา เปลี่ยนจิตใจของเรา และรับการให้อภัย จากพี่น้องของเราด้วย” ศจ.ประสาทพงษ์ ปั้นสวย

 “เราต้องเปิดใจรับฟัง ผู้ที่เขามีความทุกข์ มีความโกรธ ความเกลียดอยู่ ให้เขารู้ว่าเขามีตัวตน มีที่ยืน มีที่ที่เขาจะพูดได้ พูดปัญหา พูดความทุกข์ของเขาได้ ซึ่งจะช่วยเยียวยาตัวเราเองด้วย ที่เราก็คงทุกข์ไม่แพ้กัน ขอเชิญชวนทุกคนที่มีโอกาสแลกเปลี่ยน ฝันถึงอนาคตของประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดในโลกด้วยมือของพวกเรา ทำอย่างไรที่จะให้เราพ้นจากความทุกข์ ความกลัดกลุ้มทั้งหลายได้” รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์

 และข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนไว้ว่า “ปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เราต้องหันกลับมามองว่า เราจะช่วยเหลือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในครั้งนี้อย่างไร จึงจะไม่เกิดประวัติศาสตร์ที่ซ้ำด้วยการสร้างความเข้าใจว่า ความต่างระหว่างชนชั้นต่างกันด้วยสิ่งสมมติ แต่เหมือนกันด้วยความสุขความทุกข์ เพราะสุข ทุกข์ ไม่มีชนชั้น ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา แต่สุข ทุกข์ เป็นสากล” 

 เมื่อการเสวนาจบลง ภาคีองค์กรจากหลายฝ่ายก็เริ่มต้นทำงานกันต่อทันที เพื่อวางแผนงานให้ ‘กลุ่มอาสาสมัครฟื้นฟูประเทศไทย’ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศของเรา ได้เริ่มงานกันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยรายละเอียดของการร่วมกันเป็นบุญภาคีครั้งนี้จะมีรายละเอียดอย่างไร ข้าพเจ้าจะนำมาแจ้งให้ทราบในสัปดาห์หน้า

        ธรรมสวัสดี 

ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ระหว่างวันที่ 27-30 พฤษภาคม และวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 07.30 น.
ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตร เวลา 17.00 น. สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร เวลา 19.00 น. ฟังธรรมและเวียนเทียน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2509-0085 หรือ www.sdsweb.org

 แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต