
ของหาย ไม่ได้เมา
ลูกชายดิฉันอายุ 15 ปี เดินทางจากยะลา จะไปพังงา เมื่อถึง บขส.หาดใหญ่ ไปใช้บริการรถร่วม บขส.หาดใหญ่-ภูเก็ต ปอ 2 สีส้มหมายเลขข้างรถ 443-12 เที่ยวเวลา 2 ทุ่มครึ่ง (20.30น.) เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2553
มีสัมภาระติดตัว 3 ชิ้น คือ กระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน 2 ใบ ถุงพลาสติกสีขาวข้างในเป็นของฝากจากทางบ้าน โดยเด็กรถเก็บของ 2 ชิ้นไว้ใต้ท้องรถ ลูกดิฉันนำกระเป๋าขึ้นไปไว้ใต้เบาะนั่ง 1 ใบ เมื่อถึงปลายทางที่สามแยกวังหม้อแกง จ.พังงา ปรากฏว่า เหลือกระเป๋าใบเดียว ถุงพลาสติกขาวหายไป เมื่อลูกชายถามหาถุงพลาสติก เด็กรถพูดไม่สุภาพด้วย ดิฉันโทรไปถามที่เจ้าหน้าที่รถร่วม บขส.หาดใหญ่ และโทรไปหาคนขับรถ ทั้งสองคนปัดความรับผิดชอบ หาว่าลูกชายดิฉันไม่มีของมา และอยู่ในอาการเมาไม่ได้สติ นี่คือการแก้ตัว
ดิฉันและลูกเป็นมุสลิมอยู่ในกรอบ ไม่เคยมึนเมาเหล้ายา เราคุยกันทางโทรศัพท์ตลอดเวลาที่แกนั่งรถมา ดิฉันจึงเสียใจมากที่ผู้ที่เกี่ยวข้องพูดไม่คิดว่าลูกของดิฉันทำของหายเอง มิหนำซ้ำยังโยนให้ดิฉันรับผิดชอบเอง ให้โทรไปร้องเรียนที่เบอร์ 1584 หรือ 5584 ดิฉันโทรไปแล้ว เบอร์ดังกล่าวไม่เปิดใช้บริการรับเรื่องใดๆ เลย
คงเป็นการเข้าใจผิด เพราะในรถคืนนั้นมีผู้โดยสารวัยรุ่น 5-6 คน ท่าทางเมา มานั่งและยืนใกล้ๆ ลูกดิฉัน แถมยังมาขอเงินจากลูกดิฉัน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเลย แล้วยังพูดจาโหวกเหวกส่งเสียงดัง ลูกดิฉันนอนหลับยังถูกล้วงกระเป๋าขโมยเงินไปพันกว่าบาท แว่นตาหาย น้ำโค้ก น้ำเปล่า ก็ยังฉกไป
ทุกคนปัดความรับผิดชอบเรื่องของที่หาย แล้วหาว่าลูกดิฉันเมามายโวยวายไม่ได้สติ เด็กรถหยิบผิดให้คนอื่นที่ลงไปก่อนนั้นมากกว่า หรือฉกไปใช้เอง ดิฉันติดใจ เพราะของในถุงที่หายไปเป็นอาหารเสริมที่สามีกินเป็นประจำ มูลค่าประมาณ 2,500 บาท และยิ่งติดใจมากกับความไม่สุภาพของคนรถ
ไม่รับผิดชอบ และไม่มีคำขอโทษสักคำ แถมยังกล่าวหาผู้โดยสารว่าเมา เพื่อเอาดีใส่ตัวอีก...แย่จริงๆ
ฟาติมา / พังงา
ตอบ
นายวิชิต จันทร์สกุล ผู้จัดการบริษัท ตรังเจริญพันธุ์ จำกัด ผู้ดูแล บขส.หาดใหญ่-ภูเก็ต ชี้แจงว่า ขอตรวจสอบก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ถ้าของหาย บริษัทจะรับผิดชอบ สิ่งของที่ฝากไว้ใต้ท้องรถทัวร์ ต้องมีบัตรสัมภาระติดไว้ทุกชิ้น แต่กรณีนี้ผู้โดยสารไม่ได้แจ้งมาว่า มีบัตรสัมภาระติดไว้ที่สิ่งของที่ฝากไว้หรือไม่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีผู้โดยสารคนอื่นหยิบผิดไป
กรณีถ้าของหายบนรถ โดยทั่วไปบริษัทจะรับผิดชอบชิ้นละไม่เกิน 500 บาท แต่ต้องพิสูจน์ก่อนว่ามีของมาจริงหรือไม่
บริษัทอยากให้คุณฟาติมาไปพบเพื่อชี้แจง และขอโทษผู้โดยสาร ในกรณีที่เด็กท้ายรถพูดจาไม่สุภาพ ก็จะสอบสวนก่อนว่าเป็นจริงหรือไม่ อาจเป็นการเข้าใจผิด
ลุงแจ่ม



