
ถูกเบี้ยวค่าจ้าง
ผมเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงานได้ 5 เดือน บริษัทก็ปิดกิจการลง ในเดือนกุมภาพันธ์ 53 และได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานทุกคน เท่ากับเงินเดือนล่าสุดจำนวน 1 เดือน
ก่อนปิดกิจการ บริษัทได้เสนองานกับลูกค้าไว้ ผมจึงไปสานต่อ สรุปลูกค้าร่วมงานด้วย ผมและทีมงานได้หารือกับเจ้าของบริษัท โดยเสนอว่า ขอทำงานในนามบริษัท กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วมาแบ่งกัน และผมจะชำระภาษีซื้อ ขาย หัก ณ ที่จ่ายให้บริษัทด้วย ซึ่งบริษัทก็ตกลงตามนั้นทุกอย่าง ผมจึงดำเนินงาน
หลังเซ็นสัญญากับลูกค้า บริษัทรับค่าจ้างล่วงหน้า 60% และทางบริษัทได้แจ้งกับผมว่า เขาได้จ่ายค่าจ้างล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งเดือน จึงยังไม่ให้เงิน หลังเปลี่ยนเงื่อนไข มีจดหมายจากสำนักงานกฎหมายมาถึงผม บอกว่า ผมไม่ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายทำให้บริษัทเสียหาย
ผมอยากทราบว่า
1 ผมสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง เนื่องจากสัญญาระหว่างผม และ บริษัท ไม่มี มีเพียงพยานบุคคน
2 ผมมีหลักฐานการจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างเป็นเงินก้อนเดียวสามหมื่นนิดหน่อย ไม่ใช่แบ่งจ่ายตามที่เขาทำบัญชีเป็นเงินเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม
3 ผมสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย ที่บริษัท ยักยอกทรัพย์ได้หรือไม่
4 บริษัท มีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานหรือไม่
5 สามารถแจ้งในข้อหาใดได้บ้าง
ช่วงที่ผมดำเนินงานนี้อยู่นั้น บริษัทให้เอาโน้ตบุ๊กไปใช้ก่อน แต่ในจดหมายฉบับดังกล่าวว่า ผมได้นำเอาคอมพิวเตอร์ออกไปโดยพละการ และให้ผมนำไปคืนบริษัท แต่ผมขอยึดไว้ก่อนเป็นการรับประกันค่าใช้จ่ายที่ผมยังไม่ได้รับสักบาทเดียว
ผู้เสียหาย 100%
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้แยกเป็น 2 ส่วนคือ กฎหมายแรงงาน เรื่องการเลิกจ้างงานของคุณ กับ การจ้างทำของ ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทจ้างคุณทำงานให้
ในเรื่องของการเลิกจ้าง ต้องดูว่า ขณะที่บริษัทเลิกจ้างจ่ายเงินตามกฎหมายแรงงานหรือเปล่า เพราะตามกฎหมายแรงงานระบุว่า หากมีการเลิกจ้างงานขณะที่ทำงานยังไม่ครบ 6 เดือน นายจ้างต้องจ่ายล่วงหน้า 1 เดือน
ในข้อแรก คุณสามารถฟ้องเรื่องการจ้างทำของ กรณีนี้ แม้จะไม่มีการทำสัญญากันไว้ก็สามารถฟ้องได้ เพราะจะดูที่ผลงาน หรือของที่ว่าจ้างในการทำเป็นประเด็นหลัก
ข้อที่สอง หลักฐานที่คุณมีใช้เพื่ออ้างยืนยันเรื่องมีการเลิกจ้างเท่านั้น
ข้อสาม งานนี้รับงานในนามของบริษัท บริษัทคือคู่สัญญารับจ้างทำงานให้แก่ราชการ และคุณก็รับจ้างบริษัททำงานอีกทีหนึ่ง จึงยากที่จะฟ้องยักยอกทรัพย์
ข้อสี่ ต้องกลับไปดูที่ว่า เมื่อคุณออกจากงาน บริษัทจ่ายตามเงื่อนไขของการเลิกจ้างหรือเปล่า แต่จากข้อมูลที่ให้มา บริษัทจ่ายล่วงหน้าให้คุณหนึ่งเดือน ก็เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ดังนั้น จะมาบอกว่า เงินนั้นเป็นค่าจ้างคุณทำงานไม่ได้
ข้อห้า แนะนำว่า คุณมีสิทธิที่จะฟ้องบริษัทในเรื่องการจ้างทำของ ควรปรึกษาทนาย ทนายจะช่วยคุณดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
และท้ายสุดแนะนำว่า ให้รีบนำคอมพิวเตอร์ไปคืนบริษัท เพราะว่า เอาไว้กับคุณมีแต่จะเสียเปรียบ บริษัทมีสิทธิจะฟ้องคุณทางอาญาได้ด้วย
ลุงแจ่ม



