
ศธ.จัดกิจกรรมให้นร.-นศ.หารายได้ระหว่างเรียนเยียวยา
รมว.ศธ. เผยมีแนวคิดจัดกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียนเพื่อเยียวยา นร. นศ.ที่ครอบครัวอาจจะได้รับผลกระทบจากการจลาจล หากพบว่ามีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก พร้อมกำชับทุกองค์กรเตรียมการรับมือ 6 เรื่องสำคัญที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเปิดเรียน เช่น การรับน้อง
(24พ.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของ ศธ. ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน สถานศึกษา และบุคลากร รวมถึงเน้นย้ำการดำเนินการในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกองค์กรเตรียมความพร้อม กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน มี 6 เรื่องสำคัญ ดังนี้
1. โครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ได้กำชับว่าทุกองค์กรหลักจะต้องรายงานความคืบหน้าต่อตนเป็นระยะ และเมื่อครบกำหนดในเดือนมิ.ย.ให้สรุปรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงยอดการสละสิทธิ์ในรายการว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เป็นจำนวนยอดงบประมาณเท่าไหร่เพื่อที่จะได้จัดสรรไปช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลน 2. ให้ติดตามการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2553 นี้ในทุกระดับตั้งแต่ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ตลอดจนระดับอุดมศึกษาว่ามีปัญหาหรือมีข้อติดขัดใดบ้างและรายงานต่อที่ประชุมองค์กรหลัก
3. ขอให้ติดตามและเตรียมการรับมือในกรณีเกิดปัญหาทะเลาะวิวาทเพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำในการเปิดภาคเรียน ซึ่งขอให้ทุกองค์กรกำชับสถานศึกษาดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่ประเทศเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราต้องร่วมกันฟื้นฟูจึงขอให้สถานศึกษาเน้นสร้างความเข้าใจ สร้างความสามัคคีปรองดอง 4.กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดูแลติดตามกิจกรรมการรับน้องใหม่ โดยให้ประสานงานกำชับมหาวิทยาลัย รวมถึงวิทยาลัยในกำกับให้จัดกิจกรรมให้แก่นักศึกษาเพื่อสร้างความสามัคคี โดยที่ผ่านมาในส่วนของมหาวิทยาลัยได้มีการจัดประชุมของฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องนี้ด้วย
5.ขอให้จัดเวลาจัดการปฐมนิเทศแก่นักเรียนใหม่ มีการแนะแนวการเรียนแก่นักเรียน ให้กำลังใจ ให้ครูและนักเรียนได้มีโอกาสทำความเข้าใจ ทำความรู้จักกันมากขึ้น ขณะเดียวกันให้ตระหนักถึงปัญหาการลงโทษนักเรียนของครูที่อาจจะรุนแรงเกินไป ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาลักษณะนี้อยากให้ทุกฝ่ายให้ความสนใจและไม่ต้องการให้เกิดการฟ้องร้องในลักษณะนี้ และ6.ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งตรวจสอบ และช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการจลาจลที่เกิดขึ้นว่ามีจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษาไปรับการลงทะเบียนเพื่อรับการช่วยเหลือจากทางรัฐบาลด้วย
“การช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีเหตุจลาจลหรือผู้ปกครองมีอาชีพอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น ได้ให้สถานศึกษาทำการสำรวจเป็นรายบุคคลว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเท่าไหร่หากจำนวนไม่มากเชื่อว่าทางสถานศึกษาจะมีระบบช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ได้ แต่หากมีจำนวนมากในระยะยาว ศธ.จะมีแนวทางจัดกิจกรรมสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษาได้มีรายได้เพิ่ม ซึ่งทั้งนี้จะต้องรอดูจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัดก่อนว่าจำนวยนมากน้อยเพียงไร”นายชินวรณ์ กล่าว



