ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ฟ้าหลังฝน

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ฟ้าหลังฝน

25 พ.ค. 2553

สำหรับฉบับนี้ต้องบอกว่าเป็นฉบับฟ้าหลังฝน เพราะว่าเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเราก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี หลังจากที่เหตุการณ์ที่ต้องบอกว่าสุดแสนจะวิปโยค รวมทั้งการสูญเสียยากที่จะประเมินค่าออกมาได้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของคนไทยเราด้วยกัน ซึ่งเหตุทั้ง

 แต่ถ้าคิดในแง่ดีวันเวลาก็จะหมุนไปอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ปีหนึ่ง ปีหนึ่ง มันก็ช่างผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว อีกประเดี๋ยวเดียวบ้านเราก็จะกลับไปเป็นแดนสยามเมืองยิ้มอีกเหมือนเดิม รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองก็จะกลับคืนมาเหมือนที่เราเคยเป็น แต่ทั้งหมดนี้คือความคิดที่เรียกว่า การมองโลกในแง่ดี ซึ่งมันก็คงจะไม่มีอะไรที่มองแล้วให้ดีกว่านี้ หรืออีกมุมหนึ่งก็เป็นการมองแบบปลงตกนั่นเองแหละครับ

 คราวนี้ผมจะกลับมาเขียนเรื่องราวของดนตรีไทย ซึ่งฉบับนี้อาจจะพิเศษสักหน่อย เนื่องจากผมมาเขียนต้นฉบับไกลถึงหาดใหญ่ เกือบๆ จะสุดแคว้นแดนใต้ของไทยเรา ซึ่งความจริงแล้วผมได้มาแสดงคอนเสิร์ตที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และหลังจากแสดงเสร็จ ผมก็เลยถือโอกาสมานั่งเขียนต้นฉบับที่โรงแรมที่พักนั่นเอง

 สำหรับงานที่ผมมาแสดง ความจริงแล้วก็คืองานคล้ายวันเกิดของท่านอาจารย์ปราณีต ดิษยศริน ซึ่งท่านเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รวมถึงโรงเรียนระดับอาชีวะและมัธยมในหาดใหญ่อีกหลายแห่ง โดยท่านอาจารย์ปราณีต ท่านเป็นบุคคลที่ชาวหาดใหญ่จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากตระกูลของท่าน เป็นตระกูลที่เก่าแก่มากที่สุดในหาดใหญ่ตระกูลหนึ่ง และประกอบกับตัวท่านเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา จึงไม่แปลกที่คนในย่านหาดใหญ่จะให้ความเคารพนับถือ

 ท่านอาจารย์ปราณีต ดิษยศริน นอกจากท่านจะเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีแล้ว ท่านก็ยังเป็นคนที่มีความชื่นชอบดนตรีไทยรวมถึงความเป็นไทยต่างๆ ด้วย ซึ่งถ้าใครได้เข้าไปที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่แล้ว ก็จะได้สัมผัสสิ่งอะไรต่างๆ หลายอย่างในความเป็นไทย ซึ่งผมเองก็ไม่อยากจะบรรยายอะไรให้มากนัก และในขณะนี้ ผมทราบมาว่ามหาวิทยาลัยหาดใหญ่กำลังจะเปิดภาควิชาเอกดนตรี ซึ่งผมมองแล้วว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอน ในด้านดนตรีระดับอุดมศึกษา ที่ดีที่สุดของภาคใต้ในอนาคตก็เป็นไปได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ผมคาดคะเนจากความพร้อมต่างๆ หลายด้านของมหาวิทยาลัยนี้  

 จบจากเรื่องมหาวิทยาลัยหาดใหญ่แล้ว ผมก็จะกลับเข้าไปตอบคำถามที่ค้างคามาหลายฉบับ โดยฉบับนี้จะขอไปตอบที่ hi5 ของผมก่อน เพราะว่านานๆ จะมีคำถามเข้ามาทาง hi5 ของผม

 โดยคำถามข้อแรกจากคุณ GU GUN ถามว่า อาจารย์ครับรายการอัศจรรย์คันธรรพหายไปไหน ไม่มีแล้วหรือครับ ทำไมไม่ทำต่อครับ ผมอยากดู และผมอยากรู้จักพิธีกรภาคสนามที่ชื่ออภิธาร เขาเป็นใครมาจากไหน พูดเก่งมากครับ  

 สำหรับรายการอัศจรรย์คันธรรพ ตัวผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากเมื่อรายการได้รับรางวัลเมื่อต้นปี พ.ศ.2552 แล้ว ก็มีการเลี้ยงฉลอง ซึ่งในวันนั้นผมก็ได้รับคำชมเชยจากผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และก็ได้รับคำยืนยันว่า รายการนี้ต้องมีต่อ แต่ด้วยเหตุผลพลใดไม่ทราบ จนกระทั่งบัดนี้ ผมก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสถานีว่าจะให้ทำรายการนี้ต่อ ซึ่งก็หมายถึงว่า ผมก็ไม่รู้จะตอบคำถามคุณ GU GUN อย่างไร

 แต่อย่างไรก็ดี ผมก็ยังขอขอบคุณสถานีไทยพีบีเอส ที่ทำให้ผมได้แสดงให้เห็นว่า ดนตรีไทยทำอะไรได้มากมายกว่าที่คนอื่นคิด สำหรับพิธีกรภาคสนาม ท่านเป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ซึ่งท่านก็เป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยอยู่ที่นั่น ซึ่งในอดีตท่านเคยเป็นศิลปินลิเก จึงเป็นสาเหตุทำให้ท่านพูดเก่งนั่นเองแหละครับ

 คำถามต่อไป ซึ่งเข้ามาทาง www.khun-in.net <http://www.khun-in.net> ข้อแรกจากคุณพลอย ถามว่า วงบางกอกอคูสติค ยังรับงานแสดงอยู่รึป่าวคะ และจะมีผลงานอัลบั้มชุด 2 อีกหรือป่าว...

 สำหรับวงบางกอกอคูสติคของผมในตอนนี้ ไม่ได้รับงานแสดง เนื่องจากว่าคุณดวงพร พงษ์ผาสุก ไปเรียนต่อที่อเมริกา จึงไม่สามารถรับงานแสดงได้ ส่วนผลงานชุดที่ 2 ก็ต้องรอให้นักร้องประจำวงกลับมาก่อน แล้วค่อยตกลงกันว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งผมเองก็ยังบอกไม่ถูกว่าอนาคตของวงบางกอกอคูสติค จะออกมาในทิศทางใด

 ข้อต่อไปจากคุณวรกร ถามว่า เพลงลาวดวงเดือนที่มีท่อนร้องเป็นแร็พสลับกับเสียงระนาด อยู่ในอัลบั้มชุดไหนครับ และหาซื้อได้ที่ไหน

 สำหรับเพลงลาวดวงเดือนที่คุณวรกร ถามมา ความจริงแล้วอยู่ในอัลบั้ม ขุนอิน ออฟบีทสยาม และก็จะมีขายตามร้านขายซีดีชั้นนำ เช่น แมงป่องหรือร้านแกลม

 ฉบับนี้เนื้อที่หมดแล้ว ก็ต้องขอจบเอาไว้แค่นี้ก่อน สำหรับคำถามของคุณกบที่อยากทราบประวัติของครูแล ก็ต้องขอยกยอดเอาไว้ฉบับหน้าก็แล้วกันนะครับ สวัสดี

"ขุนอิน"