
มติประมุขสงฆ์83ปท.เจริญจิตภาวนาให้ไทยพ้นวิกฤติ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯเปิดประชุมชาวพุทธนานาชาติวันวิสาขบูชาโลก สมเด็จพระสังฆราชประทานพรทรงให้ชาวพุทธยึดพระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์เป็นที่พึ่งชีวิตร่มเย็น ขณะที่ประมุขสงฆ์จาก 83 ประเทศทั่วโลกพร้อมใจร่วมงาน พร้อมมีมติร่วมเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญใหญ่ให้ประ
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2553 เวลา 09.00 น.ที่หอประชุมมวก.48 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดย มจร.ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น จัดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องใน วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. ภายใต้หัวข้อ “การฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลก ตามทัศนะชาวพุทธ” โดยมีผู้นำชาวพุทธจากนานาชาติเข้าร่วมงาน 83 ประเทศ จำนวน 1,700 รูป/คน
โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถาต้อนรับผู้นำชาวพุทธนานาชาติว่า การมีผู้เข้าร่วมประชุมมีตั้งแต่ระดับสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ มหาเถระ นักปราชญ์ ซึ่งเป็นที่นับถือของแต่ละประเทศ เป็นการแสดงให้เห็นว่า ชาวพุทธมีความสามัคคี ทั้งนี้ การที่มีระดับผู้นำชาวพุทธมาร่วมเป็นจำนวนมาก ถือเป็นมหาสมาคมจะส่งผลให้เกิดเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง
จากนั้นในเวลา 14.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา เปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องใน วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2553 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสใจความตอนหนึ่งว่า พระพุทธศาสนานั้นมีลักษณะพิเศษ ในประการที่อาศัยเหตุและผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองและหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน ท่านทั้งหลายผู้ตั้งใจอุทิศแรงกายแรงใจของตนเพื่อพระพุทธศาสนา จึงชอบที่จะเผยแพร่พุทธธรรมโดยยึดหลักของเหตุผลแนะนำส่งเสริมให้บุคคลใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาและสิ่งดีชั่วต่าง ๆ ให้รู้ให้เห็นตามทางและวิธีที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง
เมื่อบุคคลรู้จักเหตุรู้จักผล สามารถใช้ปัญญาพิจารณาเรื่องทั้งปวงได้ด้วยตนเอง ย่อมจะเกิดศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง มีความเข้าใจในพุทธธรรมอย่างกระจ่าง และปฏิบัติตามหลักธรรมได้โดยถูกถ้วน การบำเพ็ญกรณียกิจของท่าน ในการจรรโลงพระพุทธศาสนาและเผยแพร่สัมมาปฏิบัติตามหลักพุทธธรรม ก็จะยังผลอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ ความสุขความเจริญให้เกิดแก่บุคคลผู้ปฏิบัติตลอดจนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของโลก ตามความปรารถนาที่ตั้งไว้
ต่อมาพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมจร.กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้มีผู้นำชาวพุทธเข้าร่วม 83 ประเทศ ซึ่งจากเดิมที่แจ้งมา 80 ประเทศ โดยผู้นำชาวพุทธบางท่านไม่แน่ใจในสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย แต่ก็ตัดสินใจเดินทางมาร่วมการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ท่านเหล่านี้ได้มาให้ศีลให้พรให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมือง ผ่านพ้นความบอบช้ำหม่นหมองใจ ทั้งนี้จากการหารือกับสมเด็จพระสังฆราชและประมุขสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุม ตนได้เสนอว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยพบกับภาวะวิกฤติ ดังนั้น จึงอยากขอให้มีเจริญพระพุทธมนต์ร่วมกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศ ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบและมีมติร่วมกันว่า จะมีการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา เพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศไทยในวันที่ 25 พ.ค.เวลา 17.00 น ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม
“การสวดมนต์ครั้งนี้เปรียบได้กับเป็นการทำบุญใหญ่ให้แก่ประเทศไทย จากพระสงฆ์ทั่วโลก โดยจะมีการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา 3 รูปแบบ ได้แก่ การสวดมนต์แบบพระสงฆ์ไทย การสวดมนต์แบบพระสงฆ์ต่างประเทศ และการสวดมนต์แบบพระสงฆ์นิกายมหายาน อย่างไรก็ตามการเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้จะเสริมความเป็นสิริมงคลและอวยพรให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติบ้านเมืองไปได้”พระธรรมโกศาจารย์ กล่าว
วันเดียวกัน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทเนื่องในวันวิสาขบูชา 2553 ในความว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พระองค์ทรงเป็นพระบรมศาสดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยคุณอันประเสริฐ 3 ประการ คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ต่อทวยเทพ มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ เนื่องด้วยพระพุทธศาสนามีคุณูปการอันใหญ่หลวง ซึ่งอำนวยประโยชน์เกื้อกูลความเจริญรุ่งเรือง และความสงบร่มเย็นแก่อารยชนมาตลอดระยะเวลากว่า 2,500 ปี ฉะนั้น เมื่อวันวิสาขบูชา พ.ศ. 2553 มาถึง ควรที่เราทั้งหลายจะได้ทำการบูชาและน้อมรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระธรรมและพระอริยสงฆ์ เพื่อน้อมนำมาเป็นที่พึ่งของตน เป็นแนวทางในการปฏิบัติดำเนินชีวิต เพื่อความสวัสดีและความสงบร่มเย็นสืบไป



