ไลฟ์สไตล์

'พระพุทธเจ้าตอกสาน'   
หนึ่งเดียวในไทย ที่เมืองปาน จ.ลำปาง

'พระพุทธเจ้าตอกสาน' หนึ่งเดียวในไทย ที่เมืองปาน จ.ลำปาง

20 มี.ค. 2552

“บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปได้สำเร็จด้วยดิน (ปูนปั้น) บุคคลนั้นเมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว จะได้เป็นเทพยดาผู้มีฤทธิ์

  บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยศิลา (หินแกะสลัก) บุคคลนั้นจักได้เป็นสมเด็จท้าวอมรินทราธิราช เป็นใหญ่ในดาวดึงส์

 บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปฉายเจ้า (เขียนเป็นรูปภาพ) เขียนด้วยพระบฎ บุคคลนั้นจักได้เป็นท้าวมหาพรหม

 บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยไม้โพธิ์ และแก่นจันทน์ บุคคลนั้นจักได้เป็นใหญ่ในประเทศราช ประกอบด้วยจตุรงคเสนาทั้ง ๔

 บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยทองเหลือง และสัมฤทธิ์ บุคคลผู้นั้นจักได้เป็นบรมกษัตริย์ มีสมบัติเป็นอันมาก

 บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยเงิน บุคคลนั้นจะได้เป็นพระมหาจักรพรรดิราช ประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ เป็นใหญ่ในแผ่นดินปฐพีทั้งหมด

 บุคคลใดได้ สร้าง พระพุทธรูปให้สำเร็จด้วยทองคำธรรมชาติปราศจากราคี บุคคลนั้นแม้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า ก็อาจสำเร็จตามความปรารถนา”

 นี่เป็นคติความเชื่อเรื่องอานิสงส์แห่งการ สร้าง พระพุทธรูปด้วยวัตถุต่างๆ กันของพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มที่มีการสร้างพระพุทธรูป จนถึงปัจจุบัน

 การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ อาศัยความศรัทธาอย่างเดียวไม่พอ หากต้องอาศัยความสามัคคีแห่งกัลยาณมิตรด้วย โดยเฉพาะการจัดสร้างด้วย วิธีการสานด้วย “ตอก” ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีให้พบเห็นมากนัก 

 ซึ่งล่าสุด มีการจัดสร้าง พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่สานด้วยตอกทั้งองค์ มีความยาวขององค์พระพุทธรูป ๑๒ เมตร ๒ เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ที่ สำนักสงฆ์พระธาตุจอมก้อย หมู่ ๘ ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง (การเดินทางจากตัวเมืองลำปาง ไปตามถนนสายลำปาง-เมืองปาน  ประมาณ ๔๕ กม.)

 พระพุทธรูปเจ้าตอกสาน หรือเรียกทางตำนานว่า “พระเจ้าอินทร์สาน” เป็นพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ ที่มีความงดงามและโดดเด่น และมีเพียงองค์เดียวในประเทศไทย ที่วัสดุการสร้างมีความแปลก และสวยงามแตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วๆ ไป เพราะใช้ เส้นตอกสาน ให้เป็นองค์พระพุทธรูป จนเป็นที่มา และเรียกกันว่า พระพุทธเจ้าตอกสาน

 สำหรับ ตอก ที่นำมา สาน เป็นองค์พระพุทธรูปนั้น สร้างด้วย ไม้ไร่มุง ที่เชื่อกันว่า มีลักษณะเหนียว และทนทานเป็นพิเศษ โดยไม้ไร่มุงแตกจะมีกิ่งก้านสาขาเลื้อยขึ้นมุงไม้ใหญ่ที่อยู่บริเวณรอบๆ คล้ายหวาย

 การอยู่ของไม้ไร่มุง จะอยู่ในที่เย็น นำมาจากเขตอนุรักษ์บ้านกล้วย อ.งาว  และมาจากป่าแม่แจ่ม เขตติดต่อระหว่างลำปาง-เชียงใหม่

 ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า ทำให้มีพระพุทธรูปเจ้าตอกสานเกิดขึ้น ณ สำนักสงฆ์พระธาตุจอมก้อยแห่งนี้ โดยก่อนหน้านี้ พระบรรจง ปุญญกาโม ได้ออกจาริกแสวงบุญ ร่วมกับพระสงฆ์อีกหลายรูป หนึ่งในนั้น คือ พระครูบาใต้อ๋อง วัดกู่ไก่แล้ว จ.พะเยา

 การจาริกครั้งนั้น มีจุดมุ่งหมายที่ถ้ำผาแรม เขตเมืองพม่า เมื่อถึงถ้ำผาแรม ได้พบกับพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ ที่ใช้ตอกสานเป็นองค์พระ มีความวิจิตรงดงามมาก ทำให้พระบรรจงเกิดศรัทธาและปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างพระพุทธรูปเจ้าตอกสานขึ้น จึงติดต่อคณะผู้สร้างองค์พระพุทธรูปเจ้าตอกสานองค์นี้ และทราบว่า ทั้งหมดเป็นลูกศิษย์ พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวร ซึ่งเป็นช่างฝีมือจากสิบสองปันนา 

 ต่อมา กลุ่มช่างจากสิบสองปันนา ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ และได้เริ่มสร้าง (บวงสรวง) ในวันอังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

 ตลอดระยะเวลาในการสร้าง หรือสาน ได้มีพระสมณะ สาธุชน อุบาสก อุบาสิกา อันกอปรด้วยน้ำใจศรัทธาอันแรงกล้า เดินทางมาจากทิศทั้ง ๔ ทั้งใกล้และห่างไกล เพื่อปรารถนาที่จะให้องค์พระสำเร็จลง และอยากจะได้เห็นเป็นบุญตา

 ทุกวันที่ผ่านมา ทั้งกลางวันกลางคืน จะมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา ได้มาช่วยกันจักและเหลาดอก ที่มีเงินก็ถวายเงิน เพื่อจัดซื้อวัสดุและอุปกรณ์ในการสร้าง ที่มีแรงก็ออกแรงไป ทำอย่างบริสุทธิ์ใจ และความบริสุทธิ์อันประเสริฐแห่งพระพุทธศาสนา โดยผู้ปฏิบัติงานทุกคน ก่อนเหลาและสานองค์พระพุทธรูปเจ้าตอกสาน ต้องสมาทานเบญจศีลเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน

 ช่างที่ร่วมสานมีใจวิรัติงดบาปอกุศลยิ่งขึ้น โดยสมาทานอุโบสถศีลเพื่อปฏิบัติบูชาพระพระรัตนตรัยดวงแก้ว ๓ ประการ ละชั่ว ประพฤติดี ทำใจให้บริสุทธิ์ สะอาดผ่องใส ปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

 ส่วน พ่อสล่าศรีทน ซึ่งเป็นผู้นำในการสานองค์พระพุทธรูป ตลอดระยะเวลาที่สร้างองค์พระพุทธรูปเจ้าตอกสานนั้น จะรับประทานแต่อาหารเจเพียงมื้อเดียว เวลาประมาณ ๑๑.๐๐น เป็นอย่างนี้ทุกวัน ทั้งตื่นแต่เช้าเพื่อสร้างองค์พระ จนถึงเวลากลางคืน เวลาพักก็เพียงกิจส่วนตัวเล็กน้อย

 ท่านบอกว่า เพื่อบูชาพระรัตนตรัยดวงแก้ว ๓ ประการ และจะมอบกายและใจ เพื่อการบูชาครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ จนกระทั่งความสำเร็จครั้งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งใจใคร่จะเห็น ก็มาถึงได้สำเร็จเสร็จลงใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗  เวลาเที่ยงคืนตรง รวมระยะเวลาในการสร้าง ๑ เดือน ๒๒ วัน

เรื่องและภาพ "ประทีป นันทะผาบ" จ.ลำปาง


'หลวงพ่อสาน'  วัดจอมสวรรค์
 หลวงพ่อสาน เป็นพระพุทธรูปที่สร้างโดยใช้ไม้ไผ่สานเป็นองค์ แล้วลงรักปิดทอง ซึ่งเป็นศิลปะรูปแบบของพม่า อันงดงามและทรงคุณค่ายิ่ง ประดิษฐานอยู่ที่ วัดจอมสวรรค์ ต.ทุ่งกวาว อ.เมือง จ.แพร่ อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองแพร่ ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๑ กม. ถนนยันตรกิจโกศล ตรงข้ามกับวัดสวรรคนิเวศ มีพื้นที่ประมาณ ๙ ไร่ ๗๔ ตารางวา (ทางอาณาจักร ขึ้นต.ในเวียง เขตเทศบาลเมืองแพร่)

 วัดนี้จึงเป็นโบราณสถานของเมืองแพร่และชาติไทย ศิลปะอันล้ำค่าของพระพุทธศาสนา มีทั้งวัตถุโบราณที่มีคุณค่าหลากหลายอย่าง กรมศิลปากรได้เล็งเห็นความสำคัญของโบราณสถาน และโบราณวัตถุอันล้ำค่า จึงได้จดทะเบียนไว้เป็นสมบัติของชาติ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๓ เพื่อจะได้อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานศึกษาต่อไป ปัจจุบันจึงอยู่ในโครงการสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.แพร่ และองค์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 วัดจอมสวรรค์ มีความวิจิตรงดงามหลายอย่าง หากจะมองดูแต่ภายนอกจะเห็นรูปทรงของวัดพม่า จะแปลกอยู่ตรงที่สร้างด้วยไม้ล้วนๆ แต่หากเข้าไปดูรายละเอียดภายใน และผู้ที่มีใจรักด้านศิลปะด้วยแล้ว จะได้ประโยชน์หลายอย่าง เฉพาะลวดลายต่างๆ และรูปทรงของตัวอาคารตัวอาราม เป็นทั้งโบสถ์วิหาร และกุฏิไปในตัว

 หากได้เข้าไปเห็นความวิจิตรพิสดารภายใน อันมีพระประธาน ปางคันธราฐู (ปางขอฝน หรือปางประทานพร) ขนาดหน้าตักสองศอก จะมีความชื่นชมประทับใจยิ่งขึ้น