
บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่สุพรรณบุรี
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ ชาวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน ทั่วประเทศที่ได้สนใจเข้าร่วม สัมมนาแบบมาราธอน 4 วันเต็มของผม ในหัวข้อ การลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, บูทิคอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน รวมไปถึ
อย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนไว ในช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในปัจจุบัน” ที่ผมได้จัดขึ้นร่วมกับทาง เนชั่นแชนแนล ก็เกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ขึ้นอีกครั้ง จนกลายเป็นเรื่องปกติครับ เพราะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นยิ่งจากแฟนๆ ทั่วประเทศ ทำให้ที่นั่งในการสัมมนาเต็มอย่างรวดเร็ว (ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการเข้าฟังการสัมมนาจะมีราคาค่อนข้างสูง ถึงท่านละ 12,000 บาท)
รวมเบ็ดเสร็จแล้วก็ 60 ท่านครับ ที่สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้ในหลากหลายแง่มุมที่จำเป็นต้องรู้ใน การลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, บูทิคอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน รวมไปถึงคอนโดมิเนียมไม่บาน ซึ่งผมก็ต้องขอโทษแฟนๆ อีกหลายต่อหลายท่านที่ไม่สามารถจองที่นั่งเข้าร่วมฟังการสัมมนาได้ทัน ก็ต้องรอกันรอบหน้าประมาณปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าครับ ผมถึงจะได้ จัดการสัมมนาแบบมาราธอนในลักษณะนี้ร่วมกับทางเนชั่นแชนแนล ขึ้นอีกครั้งหนึ่งครับ
ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน ที่กำลังจะก่อร่างสร้างขึ้นที่ สุพรรณบุรี หรือจะเรียกว่า “บรรหารบุรี” ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด จะว่าไปแล้วก็น่าอิจฉา คนสุพรรณ ครับที่สาธารณูปโภค สาธารณูปการก็ต่างถึงพร้อมด้วยบารมีของ ท่านบรรหาร จะว่าไปแล้วผมไม่ได้คุ้นเคยกับ ท่านบรรหาร เป็นการส่วนตัวครับ อีกทั้งยังไม่ใช่คนพูดสำเนียงออกเหน่อๆ อยู่ในดินแดน “ช้างต้น คนสุพรรณ” แต่ในใจลึกๆ อดชื่นชมท่านไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนสุพรรณประเภท “รักบ้านเกิด” โดยแท้จริง
แต่ผมคุ้นเคยกับ ท่านรัฐมนตรีชุมพล (น้อง ท่านบรรหาร) เพราะเคยร่วมงานกับท่าน ทำให้ผมรับรู้ว่า ท่านก็เป็นหนึ่งใน คนสุพรรณ ที่ทำงานจริง ทุ่มเทให้กับภารกิจที่ท่านได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลัง สติ ปัญญาความรู้ ความสามารถ ซึ่งภารกิจที่ท่านรับผิดชอบนั้นสำคัญมากทีเดียวครับ เพราะเกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ คือ การฟื้นฟูอุตสาหกรรม “การท่องเที่ยว” หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในกรุงเทพฯ ได้คลี่คลายลง ก็คงต้องส่งใจไปช่วยท่านครับ เพราะนับต่อแต่นี้ไปคนไทยที่รักบ้านในทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน “ฟื้นบ้าน ฟูเมือง” จะมามัวแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งสี แบ่งฝัก แบ่งฝ่าย คงไม่ได้แล้ว มิฉะนั้นเราจะแพ้กันทั้งหมด ใครจะแพ้ก็แพ้ไปครับ แต่ประเทศชาติอันเป็นบ้านหลังใหญ่ของชาวคนรักบ้านแพ้ไม่ได้ เพราะถ้าแพ้เราจะอยู่กันอย่างไรครับ
แต่ผมสารภาพตามตรงนะครับว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีอาการหดหู่ไม่ค่อยอยากทำอะไร อาจเป็นเพราะเห็นคนไทยด้วยกันรบราฆ่าฟันกันเอง อีกทั้งที่พำนักของผมอยู่ใน ย่านดินแดง เลยรับอานิสงส์แบบตรงๆ เต็มๆ สัปดาห์นี้ก็เลยอยากพาแฟนๆ เปลี่ยนบรรยากาศไปดู บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่สุพรรณบุรี ซึ่งอาคารหลังนี้มีจุดเริ่มต้นทางความคิดที่น่าสนใจและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งของหนุ่มสาวชาวคนรักบ้านคู่หนึ่งที่กำลังจะลงหลักปักฐานให้แก่ชีวิต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่อนาคต
เดิมคิดจะสร้างบ้านบนผืนดินอันเป็นมรดก แต่หลังจากที่ได้ติดตามบทความ ข้อคิด รวมทั้งรายการทางโทรทัศน์ “คนรักบ้านกับอาจารย์เชี่ยว” ของผม ที่ออกอากาศทุก วันอาทิตย์ช่วงเช้า เวลา 10.00-11.00 น. ทางเนชั่นแชนแนล ก็เลยตัดสินใจว่าจะทำให้บ้านพักอาศัยก่อให้เกิดรายได้ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ อีกทั้งยังสามารถปรับปรุง ดัดแปลงให้เป็นทั้ง บ้านไม่บานและอพาร์ตเมนต์ไม่บานแบบทูอินวัน ได้ ถือว่าเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวชาวสุพรรณคู่นี้ ที่มองเห็นการณ์ไกล เห็นความไม่มั่นคงแน่นอนที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เลือกที่จะเล่นเกมชีวิตที่ไม่เสี่ยง เป็นการก้าวไปข้างหน้าแบบช้าๆ แต่มั่นคง
หลายต่อหลายครั้งครับที่ผมเห็นคนหนุ่มสาวหมดเงินออมไปกับการซื้อบ้านและรถ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพง ซึ่งบรรดาสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้แต่ประการใด มิหนำซ้ำยังเป็นภาระหนี้สินที่ต้องแบกไปอีกนานนับสิบปี จะว่าไปแล้วก็มีหนุ่มสาวไฮเทคในยุค “ทุนนิยม” แบบ “แดกด่วน” ที่หลงใหลได้ปลื้มกับ “วัตถุนิยม” ไม่กี่คู่หรอกครับที่มีสติและคิดได้อย่างหนุ่มสาวคู่นี้ ทั้งที่อายุเพิ่งเลยวัยเบญจเพสเพียงไม่กี่ปี แต่ได้คิดที่จะลงหลักปักฐานแบบ “นกน้อยทำรังอย่างพอเพียงและพอตัว” อีกทั้งยังใช้ชีวิตแบบกินน้อย อยู่น้อย พร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาและไม่กลัวงานหนัก
ผลที่ได้ก็คงไม่สามารถบรรยายได้ด้วยคำพูดหรอกครับ แฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศก็ลองพิจารณาดูกันเอาเอง จาก บ้าน+อพาร์ตเมนต์ไม่บานที่สุพรรณบุรี อันเป็นทั้ง “ที่รักและที่พัก” หลังนี้ ทำให้ผมนึกถึงคำสอนของยายผมที่ฝากไว้ว่า “ไม่มีความยากจนในหมู่คนที่เฉลียวฉลาด อดทน และขยัน” ที่คำสอนของยายสามารถใช้ได้ดีกับหนุ่มสาวคู่นี้ เพราะการทำ อพาร์ตเมนต์ไม่บาน นั้นต้องใช้ความเฉลียวฉลาด อดทน และขยัน ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบ กว่าจะคืนทุนก็ต้องใช้เวลา 6-8 ปี ซึ่งผมถือว่าช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ที่สำคัญ ที่จะต้องทั้งประหยัด มัธยัสถ์และอดออม ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งมูลค่าและคุณค่าของทรัพย์ที่ได้มามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้จะใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นได้ลำบากมากขึ้น
ผมขอเอาใจช่วยหนุ่มสาวชาวสุพรรณคู่นี้ เพราะทั้งคู่ต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้ามิใช่น้อย แต่ถ้า หากมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดประกอบกับความเพียรอันบริสุทธิ์ไม่ท้อแท้และมีความมุ่งมั่น ไม่ช้าก็เร็วครับก็คงถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้ สำหรับแฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศที่สนใจแสวงหาความรู้เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ในเว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com ครับ
ก่อนจากกันไปในสัปดาห์นี้ อยากจะฝากถึงชาวคนรักบ้านทั่วประเทศว่าในท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ประเทศอันเป็นที่รักของเราชาวคนรักบ้านจะแพ้ไม่ได้ครับ บ้านเมืองของเราต้องยืนยงธำรงอยู่ จะมาสูญสิ้นในช่วงชีวิตของเราไม่ได้โดยเด็ดขาด ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ทางจริยธรรมของพวกเราชาวคนรักบ้านทุกท่านที่จะต้องช่วยกันทะนุบำรุงดูแลรักษาบ้านเมืองของเราเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เพื่อส่งต่อให้ ลูก หลาน เหลน โหลน ของพวกเราชาวคนรักบ้านได้ดูแลรักษาสืบไปในอนาคต แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ



