ไลฟ์สไตล์

 ออกแบบปรับปรุงกรุงเทพฯและประเทศไทยกันใหม่ ให้น่าอยู่อย่างมีอารยะ

ออกแบบปรับปรุงกรุงเทพฯและประเทศไทยกันใหม่ ให้น่าอยู่อย่างมีอารยะ

22 พ.ค. 2553

เหตุการณ์บ้านเมืองที่หนักหนาสาหัส และร้าวลึกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสะท้อนความตกต่ำด้านวุฒิภาวะทางการเมืองของคนไทย สะท้อนความโง่เขลา และความตกต่ำสุดๆ ของคนบางกลุ่มที่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยผิดๆ จากการกรอกหูของแกนนำการชุมนุม และการก่

ประสบการณ์ครั้งนี้จะต้องปฏิรูปประเทศกันใหม่ ออกแบบประเทศกันใหม่หมด เพราะประเทศไทยหมักหมมปมปัญหาเอาไว้มากมายหลายเรื่อง ผู้นำประเทศในอนาคตจึงถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดโดยจะต้องแบกรับภาระความร้าวลึกของสังคมไทย ท่ามกลางความเข้าใจในระบบการเมืองของคนไทยที่น่าจะดีขึ้นไปกว่านี้จากประสบการณ์ครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดอุดมการณ์ โดยเกิดจากความบิดเบี้ยวของสังคมมานานแสนนาน โดยเฉพาะคนไทยในหลายๆ จังหวัดที่เข้ามาร่วมชุมนุม โดยมิได้มีอุดมการณ์จริงๆ ทางประชาธิปไตย โดนหลอก โดนโกหก โดนครอบงำง่ายๆ ใช้ความรุนแรง  เอาเด็กและผู้หญิงเป็นโล่กำบัง เห็นภาพแล้วหดหู่ใจเป็นที่สุดครับ “แม้สัตว์เดรัจฉานยังหวงลูก หวงเมียของมัน” 

 บทสรุปอยู่ที่รากเหง้าทางความคิด อันเกิดจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวมาโดยตลอด “คน” ที่ด้อยคุณภาพ จึงกลายเป็นปัญหาต่อประเทศมากที่สุดในตอนนี้

 ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือ และดูภาพยนตร์เรื่อง “ขงจื้อ” ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ากว่าจะเป็นชนชาติจีนที่แข็งแกร่งนั้น  หลักคิดและอุดมการณ์ในการดำรงชาติ เผ่าพันธุ์ และดำรงชีพ เกิดจากอุดมการณ์ของคนในชาติ ปรัชญาความเชื่อ และจริยธรรม เป็นรากฐานของชาติที่มีอารยะ เป็นชาติที่นำหลักคิดปรัชญาซึมซับสู่วิถีชีวิตของคนในชาติ ซึ่งต่างจากคนไทยหลายคนหนังสือไม่ค่อยจะอ่าน กลับบริโภคนิยมกันเสียส่วนใหญ่ ใครพูดอะไรจึงหูเบาไม่มีการวิเคราะห์ ไตร่ตรอง ชั่งน้ำหนัก ที่สำคัญ “ซื้อได้”

 ประเด็นการศึกษาที่ล้มเหลวของชาติในขณะนี้ปรากฏอยู่ในการศึกษาทุกระดับ และที่เรียนจบมาสูงๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้มีปัญญาช่วยชาติได้ บางคนทำร้ายชาติก็มีให้เห็น

 การศึกษาที่ไม่ได้ปลูกฝังจริยธรรมในชั้นเรียน หรือมีก็ถือว่าน้อยมาก ขยายหลักสูตรเน้นผลกำไร การเรียน การสอนที่ทำให้คนเอาเปรียบคู่ต่อสู้ได้มากที่สุด ให้เกิดความเห็นแก่ตัวตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เน้นการผลิตบัณฑิตได้มีงานทำเงินเดือนสูงๆ แต่ขาดสำนึกความเป็นคน คุณภาพของครูอาจารย์ก็เพี้ยนไปมาก โดยเริ่มผิดตั้งแต่นโยบายที่มุ่งเน้นการกรอกเอกสาร การประกันคุณภาพ การขอตำแหน่งวิชาการ การวิจัยโดยกฎเหล็กจาก สกอ. โดยมิได้บ่มให้เกิดความหลากหลายของวิชาความรู้  และพื้นฐานของการเป็นครูที่มีจิตวิญญาณ ตลอดจนฐานะของครูอาจารย์ที่ลำบากที่สุดสวนทางกับค่าครองชีพ เมื่อครูอาจารย์ไม่มีคุณภาพเข้ามาในระบบ เด็กจะมีคุณภาพได้อย่างไรครับ

 สิ่งที่ประเทศไทยขาดหายไปมากคือ ความกลมกล่อมในการดำรงชีวิตขาดอุดมการณ์ ขาดท่วงทำนองศิลปะในชีวิตประจำวัน  มองแต่เพียงแค่มุมกินดีอยู่ดี ลุ่มหลงการมีทรัพย์ในการะเป๋ามากกว่าทรัพย์ทางปัญญา  ถึงคราวจะต้องออกแบบปรับปรุงประเทศกันเสียใหม่แล้วครับ ไม่ใช่เพียงแค่เก็บกวาดบ้านหลังเคลียร์พื้นที่นะครับ แต่ถึงขนาดต้องวางรูปแบบใหม่ทุกเรื่องไปพร้อมกัน มีธีมหลักคือ นโยบายที่สะท้อนจากวิสัยทัศน์ระยะยาว เคารพความคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ แล้วออกแบบจากความคิดต่างเหล่านี้อย่างเป็นเอกภาพไปพร้อมกันทุกเรื่องแบบหน้ากระดาน ไม่ใช่เพียงแค่โรดแม็พเปลือกๆ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ควรกำหนดเป็นมาสเตอร์แปลนประเทศกันเสียใหม่ และผมอยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้าและมองเชิงบวก ผมมีความเชื่อว่าเลยความตกต่ำสุดๆ ตรงนี้ไปได้ประเทศไทยไปโลดแน่นอน

 อดทนกันอีกหน่อยนะครับ ให้กำลังใจทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ทั้งทหาร รัฐบาล หน่วยงาน ผมว่าเป็นโอกาสดีของนายกรัฐมนตรีนะครับที่ท่านได้เผชิญอุปสรรค์ใหญ่ขนาดนี้  ถ้าท่านทำได้สำเร็จและหลุดพ้นวิกฤตินี้ไปได้ ขอเป็นกำลังใจครับ 

 หลักคิดด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นตัวแปรสำคัญในการแสดงบทบาทความกล้าหาญที่กล้าเปลี่ยนแปลง เป็นงานยาก แต่ท้าทายครับ (มีประเทศอื่นทำกันไปมากแล้ว) จึงขอแนะนำวิธีการฟื้นฟูประเทศด้วยการออกแบบดังนี้

 1.ออกแบบผังเมืองกรุงเทพฯ แห่งอนาคตใหม่ แบ่งการพัฒนาเป็นเฟสตั้งแต่ 5 ปี 10 ปี 20 ปี 50 ปี และ 100 ปี โดยการบังคับออกเป็นพระราชบัญญัติที่มีผลให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถึงแม้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปก็ตาม โดยจัดให้เกิดประชาพิจารณ์

 ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนมองภาพให้เห็นเป็น 3 มิติ 360 องศา ทุกศาสตร์ร่วมกัน นำความแตกต่างและความคิดที่ไม่เหมือนกันมาร่วมกันจัดโซนและพื้นที่การแสดงออกของประชาชน ตำแหน่งการประท้วง ม็อบที่ชัดเจน โดยบังคับไม่ให้ปิดถนน ทำผิดกฎหมายให้คนอื่นเดือดร้อนอีกต่อไป โดยการแสดงออกต้องสร้างสรรค์ ห้ามใช้วาจา พฤติกรรม การละเมิดสิทธิผู้อื่น ดังประเทศที่มีอารยะอีกต่อไป มีพื้นที่การแสดงออกของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย แบ่งเป็นกิจกรรมด้วยการเสนอแนะไม่ใช่ขับไล่ เพราะหน้าที่การปลดถอดถอนอยู่ในระบบรัฐสภาอยู่แล้ว

 2.สร้างสรรค์บรรยากาศกรุงเทพฯ ใหม่ อย่าท้อถอย มองมุมบวก มองไปข้างหน้า จินตนาการภาพฝันเมืองกรุงเทพฯ ในอนาคต เอาไว้แล้วพยายามเอาวิกฤติครั้งนี้สร้างภาพฝันให้สำเร็จ บังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเราหละหลวมเรื่องนี้มามาก ทั้งการจราจร การก่อสร้างผิดแบบ ระบบการป้องกันอัคคีภัย ฯลฯ มีการแสดงภาพและเขียนแบบเมืองที่บูรณาการศาสตร์ทุกศาสตร์เข้าด้วยกัน เช่น ระบบโทรคมนาคม การขนส่ง ธรณีวิทยา และการเปลี่ยนแปลงดิน ฟ้า อากาศ วัฒนธรรม วิถีชีวิต การเปลี่ยนแปลงทางสังคม สาธารณสุข วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนสุนทรียศาสตร์และความงามอันเป็นเอกลักษณ์จะบอกได้ว่าทุกศาสตร์เลยก็ว่าได้

 3.ออกแบบรายละเอียดสำหรับเมืองที่มีอารยะ เช่น การลดพื้นที่เสื่อมโทรม พื้นที่อโคจร พื้นที่บาป การออกแบบรายละเอียดแห่งเมือง ทุกจุดจะต้องไปด้วยกันอย่างมีเอกภาพ เช่น ป้ายบอกทาง ป้ายจราจร ป้ายยาม ป้ายรถเมล์ ท่าเรือ พื้นที่สวนสตรีทเฟอร์นิเจอร์ สายไฟฟ้าให้ลงใต้ดิน ระบบการสื่อสาร กล้องวงจรปิด ที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย เป็นต้น

 วิกฤติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้เราออกแบบ และสร้างกรุงเทพ สร้างประเทศกันเสียใหม่ ได้เวลาล้างบ้านเสียที ให้อภัยซึ่งกันและกันได้แต่ไม่ควรนิรโทษกรรม ใครทำผิดก็ควรได้รับโทษตามกฎหมายและกติกา จะยุบพรรค จะติดคุกก็ต้องดำเนินการ ตรงนี้จะเป็นจริงหรือยากที่จะเกิดขึ้นได้ตามอุดมคตินี้ ก็ตามขอให้ได้แสดงความคิดดีกว่าอยู่เฉยๆ ปล่อยประเทศล่มสลาย ร่วมมือกันเพื่อในหลวงของเรานะครับ

อ. เอกพงษ์   ตรีตรง
www.ideal1group.com