
ลดค่าวัคซีน "เอชพีวี" ช่วยหญิงไทยไกลมะเร็ง
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น และช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับลดราคาวัคซีนเอชพีวี (HPV) สี่สายพันธุ์ลง
หลังจากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (อย.) ให้ใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2550 โดยการปรับลดราคาดังกล่าว จะช่วยให้หญิงไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคและลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขที่เกิดจากโรคมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยได้มากขึ้น
นพ. สุชัย กิจศิริพรชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วัคซีนเอชพีวีสี่สายพันธุ์ เป็นวัคซีนพร้อมใช้แบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยใช้ฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย (อย.) ได้อนุมัติให้ใช้เมื่อสองปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส เอชพีวี (human papillomavirus) ชนิดที่ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 70 และเชื้อเอชพีวี ชนิดที่ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุร้อยละ 90 ของโรคหูดอวัยวะเพศ
"วัคซีนเอชพีวีสี่สายพันธุ์ได้รับการอนุมัติใช้ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตลอดจนได้เข้าเป็นวัคซีนในระบบพื้นฐานใน 25 ประเทศ ขณะเดียวกันประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นกลุ่มประเทศที่พบการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากเป็นลำดับต้นๆ จึงนับเป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้เพิ่มมากขึ้น เอ็มเอสดีจึงได้พิจารณาปรับราคาจำหน่ายวัคซีนลงมา 40% แม้ว่าในปัจจุบันนี้วัคซีนเอชพีวี จะยังไม่ได้เข้าเป็นวัคซีนพื้นฐานในประเทศไทยก็ตาม" นพ.สุชัย กล่าว
ขณะที่ นพ.วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล ประธานชมรมคอลโปสโคปีและพยาธิสภาพปากมดลูกแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ปัจจุบันวัคซีนเอชพีวี ที่ขึ้นทะเบียนในตลาดมีอยู่สองชนิด คือทั้งชนิดสี่สายพันธุ์ (ชนิด 16, 18, 6 และ 11) และสองสายพันธุ์ (ชนิด 16 และ 18) เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในสตรีไทย และยังเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ การป้องกันที่มากขึ้นอีกระดับด้วยการใช้วัคซีน HPV ร่วมกับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ เช่น ตรวจแปปสเมียร์ จะช่วยให้ผู้หญิงลดความเสี่ยงจากมะเร็งปากมดลูกได้มากยิ่งขึ้น ถ้าวัคซีนมีราคาถูก ก็จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์และมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนตัวนี้ได้มากขึ้น"



