ไลฟ์สไตล์

ลมแดด "ฮีตสโตรก" มากับความร้อน

ลมแดด "ฮีตสโตรก" มากับความร้อน

20 พ.ค. 2553

ช่วงเดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ ประเทศไทยมีอุณหภูมิร้อนอบอ้าวถึงร้อนจัด และสูงกว่าปีที่ผ่านมา อากาศร้อนขนาดนี้ ร่างกายจะมีการสูญเสียเหงื่อ น้ำ และเกลือแร่ อย่างมหาศาล แม้แต่คนที่คิดว่า แข็งแรง ยังหนุ่มยังสาว การขาดน้ำ เกลือแร่

เมื่อถึงจุดหนึ่ง ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศา แทนที่ตัวจะมีเหงื่อ กลับตัวแห้ง ตัวร้อนจัด พูดสับสนไม่รู้เรื่อง ซึ่งถ้าเป็นถึงระดับนี้ หมายถึง อาการฮีตสโตรก หรือ อุณหฆาต ถึงตายได้    
อาการฮีตสโตรก (Heat stroke)
 คนไทยอาจจะคุ้นกันดีในชื่อ โรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะวิกฤติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ เนื่องจากอากาศร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง 5-10 องศาเซลเซียสในระยะเวลาสั้นๆ ภาวะนี้...จะทำให้สมองชินชากับความร้อนที่ได้รับ จนไม่รู้สึกกระหายน้ำ...ทั้งๆ ที่สมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายเสียหาย
 อันตรายที่เกี่ยวกับแดดและความร้อน แบ่งระดับความรุนแรงได้ 4 ระดับ...ระดับแรก แดดเผา ผิวบวม แดง ลอก ระดับที่สอง ตะคริวตามน่อง กล้ามท้อง ระดับที่สาม เพลียรุนแรง ใกล้จะช็อก ตัวเย็นชืดชื้น ชีพจรเร็วเบา เป็นลม อาเจียน แต่อุณหภูมิร่างกายยังปกติ ระดับที่สี่ ฮีตสโตรก (Heat stroke) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤติ อุณหภูมิร่างกายอาจสูงถึง 41 องศาเซลเซียส ผิวแห้ง ร้อน ชีพจรเร็ว แรงอาจหมดสติถึงขั้นเสียชีวิต
การช่วยเหลือ
 ผู้ที่มีอาการ เป็นลมแดด ว่า ให้นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ ตัว รักแร้ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลง และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ในรายที่อาการยังไม่มาก ควรให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ หากอาเจียนร่วมด้วย
 จำไว้ว่า...การดื่มน้ำจะทำให้เกิดอันตรายในระดับที่ 3 และถ้ามีอาการในระดับที่ 4 ห้ามให้ดื่มน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายรุนแรงได้

รศ.นพ.อดิศักดิ์  ผลิตผลการพิมพ์
โรงพยาบาลรามาธิบดี