ไลฟ์สไตล์

เลิกปลูก"อ้อย-มัน"หันปลูกยูคาฯ
ทางเลือกใหม่"ประจักษ์ ทุยไธสง"

เลิกปลูก"อ้อย-มัน"หันปลูกยูคาฯ ทางเลือกใหม่"ประจักษ์ ทุยไธสง"

19 พ.ค. 2553

หลังยึดอาชีพปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังมาค่อนชีวิต แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น หนำซ้ำหนี้สินยังพอกพูนเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่ร่างก่ายก็โรยราลงทุกวัน ทำให้ "ประจักษ์ ทุยไธสง" เกษตรกรวัยใกล้ 60 ปี แห่งบ้านเทพอำนวย ต.โนนสมบูรณ์ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พยายามหาพืชเศร

 "ผมมีพื้นที่ทั้งหมด 79 ไร่ แบ่งให้เช่าทำนาครึ่งหนึ่ง ที่เหลือก็ทำเอง พืชที่ปลูกก็มี ข้าว 22 ไร่ มันสำปะหลัง 17 ไร่ ที่เหลือเป็นอ้อย แต่ที่ผ่านมายิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้ อย่างมันราคาเพิ่มดีปีนี้เอง ส่วนอ้อยขึ้นอยู่กับโรงงานรับซื้อกำหนด เราไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้จะไปทำอะไร พอดีมีเจ้าหน้าที่สยามฟอเรสทรีมาให้คำแนะนำการปลูกยูคาฯ ที่เหมาะกับพื้นที่แล้งอย่างบ้านเราก็เลยลองดู" ประจักษ์ย้อนอดีตการหันมาปลูกยูคาฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยหวังจะให้เป็นเงินออมมากกว่า

 ประจักษ์ยอมรับว่า ร่างกายเริ่มชราลงทุกวัน ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต้องตรากตรำทำงานหนักอย่างปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งใช้เวลาดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา ในขณะที่ยูคาฯ ไม่ต้องดูแลมาก แค่ใส่ปุ๋ย ดูแลวัชพืชในช่วงปีแรก จากนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว รอจนกว่าถึงกำหนดรอบตัดใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี ซึ่งยูคาฯ แต่ละต้นสามารถตัดได้ถึง 3 รอบ ถึงตอนนั้นก็มีแต่รายรับไม่มีรายจ่ายแล้ว

 "เริ่มปลูกยูคาฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้วในพื้นที่ 13 ไร่เศษ เฉลี่ย 178 ต้นต่อไร่ ปีหน้าก็จะเริ่มตัดได้แล้ว โดยบริษัทจะรับซื้อในราคาประกันที่ตันละ 1,000 บาท และจะทยอยเพิ่มพื้นที่ปลูกยูคาฯ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มพื้นที่ เพราะคิดว่ายูคาฯ น่าจะเป็นพืชที่ทำรายได้ดีกว่าพืชอื่นๆ เพราะลงทุนครั้งเดียวเก็บผลประโยชน์ได้หลายปี ที่สำคัญเหมาะกับสภาพพื้นที่แห้งแล้งอย่างบ้านเรา" ประจักษ์กล่าวย้ำ

"สุรัตน์ อัตตะ"