ไลฟ์สไตล์

ร่วมอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์...ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ร่วมอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์...ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

19 พ.ค. 2553

ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา สื่อโสตทัศน์ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ครองใจชาวโลกมากที่สุด และมีบทบาทต่อโลกมากที่สุด แต่สื่อภาพยนตร์กลับถูกปล่อยปละละเลยให้สูญหายไปมากที่สุด...

 ในฐานะภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เยาวเรศ จุนวีระนงค์ จึงอยากให้เห็นถึงความสำคัญของฟิล์มภาพยนตร์ ที่หาไม่ได้อีกแล้วนี้ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าประวัติศาสตร์ของชาติอย่างจริงจัง บทความนี้คงทำให้เกิดความเข้าใจ และช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่เหลืออยู่ให้คงสภาพมากที่สุด
 
 กล่าวได้ว่ากว่าครึ่งหนึ่งของภาพยนตร์ที่ผลิตกันขึ้นทั่วโลกได้สูญหายไปหมดแล้ว เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่าภาพยนตร์มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของความบันเทิง ฉาบฉวย ไม่มีคุณค่าสำคัญ หรือเป็นงานศิลปะสูงส่ง จึงมักถูกทำลายทิ้งไปทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ประกอบกับฟิล์มภาพยนตร์เป็นวัสดุที่ละเอียดอ่อน และบอบบาง เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพได้ง่ายดาย หากไม่ได้รับการดูแลรักษาให้ถูกต้อง

 หอภาพยนตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2527 เป็นสำนักหนึ่งของกรมศิลปากร ทำหน้าที่ในการแสวงหา รวบรวมภาพยนตร์ต่างๆ ซึ่งเป็นผลผลิตของชาติและมีค่าควรได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ และเพื่อให้บริการแก่สาธารณชนได้ใช้ประโยชน์จากภาพยนตร์เหล่านั้นตลอดไป

 ในเดือนมิถุนายน 2552 หอภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ยกฐานะเป็น (องค์การมหาชน) นับแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน หอภาพยนตร์แห่งชาติสามารถแสวงหาฟิล์มภาพยนตร์เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติได้เป็นจำนวนกว่า 60,000 ม้วน แต่สามารถอนุรักษ์ไว้ได้แล้วประมาณ 15,000 ม้วน นั่นหมายความว่า ยังมีฟิล์มภาพยนตร์ที่กำลังรอการซ่อมสงวนรักษา เหมือนคนไข้คอยหมอ

 และขณะที่เรากำลังพูดถึงการอนุรักษ์ภาพยนตร์ จะมีฟิล์มภาพยนตร์เสื่อมสภาพเหมือนคนไข้ที่ตายไปก่อนได้รับการรักษาตลอดเวลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าจำนวนเจ้าหน้าที่และงบประมาณของหอภาพยนตร์ไม่สมดุลกับปริมาณภาพยนตร์ที่รอคอยการอนุรักษ์

 หอภาพยนตร์แห่งชาติมีภาพยนตร์อันทรงคุณค่าอย่างยิ่งและกำลังจะเสื่อมสภาพชุดหนึ่ง คือ ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพยนตร์ชุดดังกล่าวมีเนื้อหาครอบคลุมทั้งพระราชพิธี พระราชกรณียกิจ การเสด็จประพาสอย่างเป็นทางการและส่วนพระองค์ทั่วพระราชอาณาจักร และนานาประเทศ รวมทั้งภาพยนตร์ประเภทดำเนินเรื่อง จากหลักฐานพบว่าภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายทำมีจำนวนมากถึง 500 ม้วน เกือบทั้งหมดเป็นฟิล์มภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลิเมตร ขาว-ดำ มีความยาวม้วนละประมาณ 400 ฟุต ซึ่งกินเวลาฉายม้วนละประมาณ 15 นาที

 น่าเสียดายว่าฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ได้สูญหายไปจำนวนหนึ่ง หลังจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติและประทับในต่างประเทศ

 ภายหลัง หอภาพยนตร์แห่งชาติ สามารถรวบรวมฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ไว้ได้ประมาณ 300 ม้วน และคงเหลือฟิล์มอีกประมาณ 100 ม้วน ที่ยังคงสภาพพอที่จะซ่อมแซม สงวนรักษา และอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตร ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 รวมถึงประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสังคมร่วมสมัย

 เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพด้านภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่ออนุรักษ์ต้นฉบับฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยการทำสำเนาฟิล์มต้นฉบับขึ้นใหม่ทั้งหมด และจัดเก็บพร้อมกับต้นฉบับเดิมไว้ในห้องเย็นเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ของหอภาพยนตร์แห่งชาติ 

 รวมทั้งทำสำเนาเป็นสื่อสมัยใหม่ พร้อมการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ สำหรับให้บริการเพื่อการศึกษาค้นคว้าแก่สาธารณชน และต่อยอดไปผลิตเป็นสื่อวีดิทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป

 หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยโดม สุขวงศ์ และคณะ จึงทำหน้าที่ในการตรวจสภาพฟิล์มภาพยนตร์อย่างละเอียด ซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพฟิล์มภาพยนตร์ที่มีอาการเสื่อมสภาพ ตามหลักวิชาการที่เหมาะสม รวมทั้งพิมพ์ถ่ายทอดฟิล์มภาพยนตร์ต้นฉบับที่ยังมีสภาพดีเป็นฟิล์มสำเนาเนกาทีฟ 16 มม. และสำเนาโพสิทีฟ 16 มม. เพื่อทำสำเนาเป็นสื่อดิจิทัลเพื่อให้บริการศึกษาค้นคว้าแก่สาธารณชน

 ผู้สนใจชมภาพยนตร์ชุดดังกล่าวสามารถติดต่อขอชมได้ที่ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษา ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในรูปแบบดีวีดี ทั้งนี้ ฝ่ายวิชาการกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากภาพยนตร์และคัดเลือกเพื่อนำขึ้นฉาย ณ ห้องศาลาเฉลิมกรุงจำลอง (ห้องฉายภาพยนตร์ในพิพิธภัณฑ์ฯ) ต่อไป ในส่วนของภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ชุดที่ 2 นั้น มีกำหนดจะอนุรักษ์แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุดนี้สามารถใช้เป็นข้อมูล หรือหลักฐานอ้างอิง ในการศึกษาประวัติศาสตร์ในรัชสมัยได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้เผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการภาพยนตร์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่สำคัญฟิล์มภาพยนตร์ต้นฉบับจะได้รับการอนุรักษ์และเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากภาพยนตร์ชุดนี้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติที่สำคัญที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ