
สมาธิลิง
การทำสมาธินั้น แปลว่าการทำจิตรวมเป็นหนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ให้วิธีการไว้ถึง ๔๖ วิธี เพราะฉะนั้นในการทำสมาธิในสมัยโบราณ เราต้องไปอยู่กับอาจารย์ ปรนนิบัติวัตรฐาก กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้าตักน้ำ หาผลไม้ในป่าเป็นเวลา ๒-๓ ปีก่อนที่อาจารย์จะได้เลือ
ในโลกปัจจุบันเราไม่มีเวลาที่เราจะไปอยู่กับอาจารย์ท่านใด ได้นานถึงขนาดนั้น ทั้งเรายังไม่แน่ใจว่าจะมีอาจารย์ท่านใดที่จะรอบรู้ถึง ๔๖ วิธี เราจึงเลือกการทำสมาธิด้วยแบบที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับสั่งว่าเป็นการทำสมาธิที่ง่ายที่ให้ผล ที่ไม่มีผลข้างเคียง นั่นก็คือการดูลมหายใจที่เรียกว่า อาณาปานสติ การกำหนดลมหายใจ การกำหนดลมหายใจนี้เราจะทึกทักว่าเราหายใจปกติอย่างนี้มานานนมเนแล้ว แต่การฝึกสมาธิจะเป็นวิธีการที่เรา ฝึกจิตของเราให้มีสติรู้อยู่กับลมหายใจ
จริงๆ แล้วฝึกสติรู้อยู่กับอะไรก็ได้ อยู่กับแก้วอยู่กับน้ำอยู่กับไฟได้ทั้งนั้น แต่ว่าที่ให้อยู่กับลมหายใจนี้เพราะคิดว่ามันเป็นเทคนิควิธีที่ลมหายใจมันอยู่กับตัวเราเอง ฝึกเมื่อไรก็ได้ พิจารณาลมหายใจเข้า รู้ว่าลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เราก็มีสติรู้ว่าลมหายใจออก ถ้าหากว่าเราเปรียบจิตเหมือนกับลิง จิตที่ไม่ได้ฝึกฝนก็เหมือนกับลิงป่าที่จับมาใหม่ๆ กระโดดโลดเต้น จำเป็นต้องใช้โซ่ผูกเอาไว้ ล่ามไว้กับต้นไม้ การที่เรากำหนดให้จิตของเราอยู่กับลมหายใจก็คือการที่เราผูกลิงเอาไว้กับหลัก แบบเดียวกัน
ลิงซึ่งดูเหมือนว่าจะยุกยิกอยู่ตลอดเวลา ธรรมชาติของลิงเป็นอย่างนั้น ยุกยิกตลอดเวลาก็เหมือนกับธรรมชาติของใจเหมือนกันที่มีอาการเคลื่อนไหวเร็วมาก ช่วงลัดนิ้วเดียวไปถึงเชียงใหม่แล้ว ช่วงลัดนิ้วมือเดียวไปถึงออสเตรเลียก็ได้ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวของจิตจึงเป็นการเคลื่อนไหวที่เร็วมาก
แต่ถ้าหากว่าเราฝึกลิง เราฝึกลิงจนกระทั่งลิงมันเชื่อฟัง เจ้านายออกคำสั่งอย่างไรลิงทำได้หมด ในท้ายที่สุดคุณประกิตก็เลี้ยงเจ้านาย คุณประกิตลิงนะคะก็สามารถเลี้ยงเจ้านายได้ ทำตามที่เจ้านายสั่งได้ จิตของเราเมื่อได้รับการฝึกฝนแล้ว เราก็จะเกิดวสี ความชำนาญในการที่จะใช้จิตควบคุมกาย จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ผู้ที่มีจิตที่ฝึกดีแล้วย่อมเป็นผู้ที่มีความทุกข์น้อย ฉันใดก็ฉันนั้น
"ธัมมนันทา"



