ไลฟ์สไตล์

แม่โจ้ประดิษฐ์ถังรมแบบใหม่ 
ลดสารตกค้างในผล "ลำไยสด"

แม่โจ้ประดิษฐ์ถังรมแบบใหม่ ลดสารตกค้างในผล "ลำไยสด"

18 พ.ค. 2553

เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับผลลำไยสดคือ การรมด้วยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) แต่ในปัจจุบันการรมผลลำไยสดด้วยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มักมีปัญหาเกี่ยวกับการมีปริมาณสารตกค้างในผลลำไยสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทำให้ประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะส

     ปัญหาการตกค้างของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในผลลำไยสดที่สูงกว่าเกณฑ์นั้น อาจเนื่องมาจากผู้ประกอบการขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในเทคโนโลยีดังกล่าว หรือส่วนหนึ่งอาจเกิดจากตัวเทคโนโลยีเอง ทั้งนี้ เพราะการรมซัลเฟอร์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในปัจจุบันเป็นการเผาผงกำมะถันเพื่อให้ได้ก๊าซซัลเฟอร์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ออกมา ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่มักมีข้อเสียคือ เมื่อมีการเผาผงกำมะถันในปริมาณมากกว่า 1 กิโลกรัมภายในระยะเวลาที่จำกัด ผงกำมะถันมักจะเผาไหม้ไม่หมด ทำให้ความเข้มข้นของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ที่ได้ไม่ค่อยแม่นยำเท่าที่ควร และที่สำคัญคือยังต้องใช้ความเข้มข้นของสารดังกล่าวหลังจากสิ้นสุดการรมควันสูงถึง 15,000 ส่วนในล้านส่วน (ppm)

 จากปัญหาดังกล่าวทำให้ ผศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล ผศ.ดร.จาตุพงศ์ วาฤทธิ์ และอ.สมเกียรติ จตุรงค์ล้ำเลิศ จากคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการออกแบบและสร้างห้องรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) แบบใหม่ ทั้งที่ได้จากการเผาผงกำมะถันและจากถังอัดความดันโดยตรงกับผลลำไยสดด้วยระบบหมุนเวียนอากาศแบบบังคับแนวตั้ง

  ผศ.จักรพงษ์ หัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า จากการทดสอบระบบหมุนเวียนอากาศแบบบังคับแนวตั้งนั้น มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ในกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) กับผลลำไยสดคือ สามารถลดระดับความเข้มข้นของสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) หลังสิ้นสุดการรมให้เหลือเพียง 4,000 ppm หรือประมาณ 4-5 เท่า เมื่อเทียบกับระดับความเข้มข้นของซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) ตามที่ผู้ประกอบการใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ 15,000-20,000 ppm โดยยังคงป้องกันการเกิดโรคและการเกิดสีน้ำตาลที่เปลือกผลลำไยได้ไม่ต่ำกว่า 20 วัน หลังจากเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์     

  ที่สำคัญคือช่วยให้ผลลำไยมีปริมาณ SO2 ตกค้าง โดยเฉพาะในเนื้อผลหลังจากรมทันทีไม่เกิน 8 ppm ต่ำกว่าเกณฑ์สูงสุดที่ได้กำหนดไว้ (MRL, Maximum Residue Level) ทั้งของประเทศแคนาดาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำหนดไว้เท่ากับ 10 ppm และ 50 ppm ตามลำดับและไม่พบการตกค้างในเนื้อผลเกิดขึ้นหลังจากเก็บรักษา 5 วัน

 นักวิจัยคนเดิมยอมรับว่า จากการศึกษาเบื้องต้นร่วมกับผู้ประกอบการในการส่งผลลำไยสดที่ผ่านกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จากถังอัดความดันโดยตรงด้วยระบบหมุนเวียนอากาศแบบบังคับแนวตั้งไปยังฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วพบว่ายังคงรักษาคุณภาพและสามารถขายหรือวางจำหน่ายได้เช่นเดียวกับผลลำไยสดที่ผ่านกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) ตามกรรมวิธีโดยทั่วไปของสถานประกอบการ แต่สิ่งที่เป็นข้อแตกต่างก็คือ ผลลำไยที่ผ่านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จากถังอัดความดันโดยตรงมีความสดของผิวเปลือก โดยเฉพาะผิวเปลือกด้านในขาวและมองเห็นส่วนต่างๆ ของเซลล์ผิวได้ชัดเจนกว่าผลลำไยจากสถานประกอบการ ซึ่งมีสีน้ำตาลและเซลล์ผิวค่อนข้างแห้ง

 "สาเหตุนั้นอาจเป็นไปได้ว่า กระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ของสถานประกอบการเป็นการเผาผงกำมะถันเพื่อให้ได้ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ออกมา ซึ่งต้องใช้ความร้อนสูงถึง 25 องศาเซลเซียส จึงจะสามารถเผาไหม้ผงกำมะถันได้ ดังนั้นจึงทำให้ภายในห้องรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) มีความร้อนเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลลำไยดังกล่าวได้" ผศ.จักรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

  ผู้สนใจถังอัดความดันโดยตรงด้วยระบบหมุนเวียนอากาศแบบบังคับแนวตั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร   มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร.0-5387-8117 ในวันและเวลาราชการ

"