
มะเร็งตับ
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคตับจำนวนมาก โดยมีสถิติการเสียชีวิตจากโรคตับเป็นอันดับต้นๆ มีข้อมูลต่างๆ ที่ชวนให้สังคมไทยตระหนักถึงภัยร้ายของโรคตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ติดง่ายกว่าไวรัสเอดส์เป็น 100 เท่า
เพราะเชื้อมีจำนวนมากกว่า โรคตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุของโรคตับอักเสบเรื้อรัง ทำให้เป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด
ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี และซี จะเสียชีวิตจากโรคตับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่แพทย์ตรวจพบว่า เป็นมะเร็งตับมักจะเป็นในระยะสุดท้ายและมักจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 3-6 เดือน
มะเร็งตับเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในผู้ชาย และเป็นอันดับ 3 ในผู้หญิง รองจากมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
ปัจจัยเสี่ยง
1.ไวรัสตับอักเสบบี และซี พบว่าหากเป็นเรื้อรังจะพบว่ามีอัตราการเกิดมะเร็งตับสูง
2.การได้รับสาร Aflatoxin ซึ่งเป็นสารเคมีที่ผลิตจากเชื้อราที่อยู่ในอาหารพวก ถั่ว แป้งสาลี ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าว
3.ตับแข็งจากสุรา ตับอักเสบ เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ
4.การได้รับสาร vinyl chloride
5.ยาคุมกำเนิดดังได้กล่าวข้างต้น
6.ยาฮอร์โมนเพศชาย ที่ใช้รักษาโรคโลหิตจาง หรือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ พบว่ามีการเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ
7.สารหนู หากได้รับติดต่อกันก็เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งตับ
8.สูบบุหรี่ บางรายงานกล่าวว่า การสูบบุหรี่ทำให้มะเร็งตับเพิ่ม
มะเร็งตับสามารถป้องกันได้
1.แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี แก่เด็กทุกราย รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนถึงวิธีการติดต่อของไวรัสตับอักเสบบี และซี
2.ลดสาร aflatoxin โดยการเน้นการเก็บอาหารให้แห้งเพื่อลดปริมาณ aflatoxin
3.โรคตับแข็ง โดยการลดการดื่มสุรา
4.พยาธิใบไม้ในตับ ให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารดิบๆ
5.สารเคมีต่างๆ ควรมีมาตรการป้องกันทั้งผู้บริโภค และคนงานมิให้ได้รับสารเคมีเหล่านี้
อาการของโรคมะเร็งตับ
ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับที่มีอาการโดยมากจะเป็นมาก อาการของโรคมะเร็งตับมีอาการเหมือนกับมะเร็งที่ระบบอื่น อาการต่างๆ ที่พบได้ คือ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้องตลอดเวลา ท้องบวมขึ้น หายใจลำบาก ตัวเหลือง ตาเหลือง คลำได้ก้อนที่บริเวณตับ อาการผู้ป่วยทรุดอย่างรวดเร็ว
มะเร็งในระยะเริ่มต้นหากวินิจฉัยได้ ย่อมทำให้โอกาสในการรักษาให้หายขาดมีความเป็นไปได้สูง โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่ให้การวินิจฉัยระยะเริ่มแรกได้ช้าเนื่องจากไม่ค่อยมีอาการ เมื่อมีอาการโรคก็เป็นมากแล้ว การเจาะเลือดหาสาร alfa-fetoprotein ซึ่งถ้าเป็นมะเร็งค่านี้ก็จะสูง ได้มีการเจาะหาค่านี้เพื่อตรวจหามะเร็งแรกเริ่ม ซึ่งหากนำมาหาในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเรื้อรัง ก็สามารถให้การวินิจฉัยมะเร็งในระยะแรกเริ่มได้ แต่ก็มีมะเร็งตับบางชนิดไม่สร้าง alfa-fetoprotein
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น



