ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 16 พ.ค.53

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 16 พ.ค.53

16 พ.ค. 2553

*** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้...เป็นการบ้านที่ทำไว้ล่วงหน้า เนื่องจากผู้เขียนมีภารกิจส่วนตัวอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐ Massachusetts สหรัฐอเมริกา จนถึงปลายสัปดาห์นี้...หากพบเห็นอะไรดีๆ ที่เป็นประโยชน์ จะได้นำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป ช่วงนี้ท่านที่โทรศัพท์เข้าม

 ** ก่อนออกเดินทางจากเมืองไทย ต้องพิมพ์ต้นฉบับเอาไว้กว่า ๑๐ วัน ไม่ใช่เฉพาะวันเสาร์วันอาทิตย์ แต่วันธรรมดาก็ต้องเตรียมเรื่องไว้เช่นกัน...จะไปไหนมาไหนสักที ไม่ได้มีความสะดวกสบายเหมือนคนอื่นเลย ** พระองค์แรกที่นิมนต์มาให้ชมกันในวันนี้ คือ พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ กรุใหม่ ของ สันต์ วิวัฒนวาณิชย์ (เสือ) ร้านนาฬิกาเหรียญทอง จ.ชุมพร เซียนพระรุ่นเก่า ผู้สะสมพระหลักยอดนิยมเอาไว้เยอะมาก เพราะสมัยก่อนราคาพระยังไม่สูงมาก มีเงินไม่กี่หมื่นบาทก็หาซื้อพระสมเด็จสวยๆ ได้แล้ว ผิดกับสมัยนี้ พระสมเด็จสวยๆ ไม่ชำรุดอุดซ่อม ต้องมีเงินล้านถึงจะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ สำหรับ เสือ ชุมพร นอกจากพระสมเด็จซึ่งมีอยู่หลายองค์แล้ว ยังมีพระยอดนิยมติดรางวัลอีกมากมาย รวมทั้งพระท้องถิ่นก็ไม่ได้มองผ่าน

** พระสมเด็จ พิมพ์ฐานคู่ องค์นี้สวยแท้คมชัดและดูง่ายมาก เรียกว่า แท้ตาเปล่า ไม่ต้องส่องผ่านกล้องขยายแต่อย่างใด โดยเฉพาะขี้กรุด้านหลังหนาเตอะแบบนี้ สีแบบนี้ ทำให้ดูง่ายขึ้น หากเป็นขี้กรุปลอม จะไม่มีความเก่าขนาดนี้ การเกาะติดกับองค์พระก็ไม่แน่นหนา ขี้กรุแบบนี้ เคยพบเห็นพระสมเด็จของ ลุงแฉล้ม บัวเปลี่ยนสี ดาราอาวุโส มาแล้วหลายองค์ สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านมี พระสมเด็จ บางขุนพรหม มากเป็นพิเศษ นับร้อยองค์ก็ว่าได้ เพราะบ้านของท่านอยู่หลังวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) ท่านเป็นกรรมการคนหนึ่งในตอนเปิดกรุพระสมเด็จ เมื่อปี ๒๕๐๐ ตอนพระออกใหม่ๆ ช่วงนั้น มีเซียนพระบางคน สวด ว่าเป็นพระปลอมบ้าง เป็นพระยัดกรุบ้าง คนที่เช่าไปจากวัดก็ใจเสีย พากันเอาพระมาคืนวัด  แต่วัดไม่รับคืน เพราะได้บอกไว้ก่อนแล้วว่า เช่าไปแล้วไม่รับคืน แต่ ลุงแฉล้ม กล้าซื้อต่อ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นพระแท้แน่นอน สมัยนั้นพระสมเด็จกรุนี้ที่แพงสุดไม่กี่พันบาท ลุงแฉล้ม รับซื้อในราคาครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านมีพระสมเด็จกรุนี้เยอะมาก ตามเสาบ้านทุกต้น มีพระสมเด็จแขวนเต็มไปหมด คนที่ไม่รู้ก็คิดว่าเป็นพระใหม่ ที่เขียนมานี้กล้ายืนยัน เพราะผู้เขียนไปเห็นมากับตา

** องค์ที่ ๒ วันนี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ คือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี องค์นี้พิมพ์ทรงสามเหลี่ยมตัดปลาย ตรงตามพุทธลักษณะของพระผงสุพรรณโดยเฉพาะ ปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์พอสมควร ที่เห็นชัดคือ สายตามองเหลือบต่ำลง อันเป็นจุดเด่นของพระพิมพ์ นอกจากนี้ยังคราบกรุสีน้ำตาลจับอยู่บนผิวพระอย่างประปราย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และยังมีลายนิ้วมือของพระฤาษีมหาเถระปิยะทัสสะสี ศรีสาริบุตร ผู้เป็นประธานในการจัดสร้างพระผงสุพรรณ

** ปัจจุบัน พระผงสุพรรณ เป็นพระที่มีของแท้น้อย หายาก ราคาแพง เป็น ๑ ใน ๕ ของพระชุดเบญจภาคียอดนิยม อันประกอบด้วย พระสมเด็จ พระรอด พระซุ้มกอ พระนางพญา และ พระผงสุพรรณ ** องค์ที่ ๓ พระยอดขุนพล ชากังราว เนื้อชินเงิน จ.กำแพงเพชร เป็น ๑ ใน ๓ ของพระชุดยอดขุนพลที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสวยงามและมีประสบการณ์มากที่สุด (๓ พระยอดขุนพลที่ว่านี้ คือ พระยอดขุนพล ลพบุรี อยุธยา และกำแพงเพชร) **  พระยอดขุนพล ชากังราว องค์นี้มีความสวยงามคมชัดและอลังการมาก จนเห็นรายละเอียดต่างๆ บนพระพักตร์ และทุกส่วนขององค์พระ รวมทั้งซุ้มเสมาครอบแก้ว พระสวยระดับแชมป์เช่นนี้ หายากมาก แม้จะมีเงินมากก็ตาม ต้องมีบุญบารมีด้วย ถึงจะได้ของสวยแท้แน่นอน พระองค์นี้เป็นของ กมลชัย ศิริมณีวัชร นักธุรกิจของเด็กเล่น ขณะเดียวกันก็เป็นนักสะสมพระหลักยอดนิยมอีกด้วย โดยชอบพระสวยแท้ดูง่ายเท่านั้น

** เมืองลำพูน หรือ หริภุญชัย ในอดีตเป็นเมืองที่ พระนางเจ้าจามเทวี เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ ๑,๒๐๐ ปีก่อน พร้อมกับการสร้างพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ บรรจุเอาไว้ตามวัดแทบทุกวัดที่ทรงสร้างขึ้น มาจนถึงสมัยปัจจุบัน ได้ขุดพบพระเก่าเหล่านั้น ตามกรุพระในวัดหลายแห่ง พระที่ขุดพบมากที่สุด คือ พระคง ซึ่งเป็นพระเนื้อดินเผา ที่มีความสวยงามมาก และมีพระอีกพิมพ์หนึ่งที่มีพุทธลักษณ์คล้ายคลึงกัน คือ พระบาง ต่างกันที่ พระคง มีความหนาขององค์พระมากกว่า และการหักข้อศอกซ้ายจะเป็นมุมฉาก ส่วน พระบาง ข้อศอกซ้ายหักในลักษณะ ๔๕ องศา และองค์พระมีความหนาน้อยกว่า หรือบางกว่า พระทั้ง ๒ พิมพ์นี้มักจะขุดพบปะปนกันมา พระบางมีจำนวนน้อยกว่า ประมาณ ๑๐-๒๐% ของพระคงที่ขุดพบพร้อมกัน ฉะนั้นราคาเช่าหา พระบาง จึงแพงกว่า พระคง (ในองค์ที่สวยพอๆ กัน) เพราะมีจำนวนน้อยกว่านั่นเอง

** พระบาง องค์ในภาพนี้มีความสวยงามชมจัดมาก ใบโพธิ์ที่พลิ้วเหมือนธรรมชาติ มีจำนวนครบใบ และที่สำคัญสุด คือ พระบาง องค์นี้เป็นพระเนื้อดินเผาสีเขียว ซึ่งเป็นสีพระที่หายากมาก จึงไม่น่าสงสัยว่า ทำไมพระองค์นี้ถึงมีราคาเช่าหากว่า ๓ แสนบาท เป็นพระของ เลิศ สุพรรณ หนุ่มหล่อพ่อรวยแฟนสวย แถมยังมีเงินมากด้วย

 ** จ.นครสวรรค์ เป็นเมืองเก่ามาแต่โบราณกาล มีชื่อปรากฏมาก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี ในศิลาจารึกของสุโขทัย เรียกว่า เมืองพระบาง เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคญในการทำศึกสงครามสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมีชื่อเรียกว่า เมืองชอนตะวัน แล้วมาเปลี่ยนเป็น นครสวรรค์ จนทุกวันนี้ แต่ชาวบ้านนิยมเรียก เมืองปากน้ำโพ ในประวัติศาสตร์มีหลักฐานว่าที่นี่เคยเป็นเมืองเกษตรกรรมมาตั้งแต่ยุคต้นประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม และเป็นที่ตั้งของกลุ่มชนชาวจีนที่มาทำมาค้าขายระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า ปากน้ำโพ ก็เพราะเป็นบริเวณที่แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ไหลมาบรรจบกัน จึงเรียกว่า ปากน้ำโผล่  แล้วเพี้ยนมาเป็น ปากน้ำโพ โดยที่เมืองนี้อยู่ติดกับเมืองกำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี ซึ่งล้วนเป็นเมืองเก่า และมีกรุพระมากมาย ทำให้ นครสวรรค์ ก็มีพระกรุอยู่ด้วย แม้ว่าจะไม่มากเท่ากับเมืองอื่นๆ ก็ตาม พระกรุที่โด่งดังของเมืองนี้ คือ วัดหัวเมือง (ปัจจุบันคือวัดนครสวรรค์) พระที่ขุดพบ อาทิ พระซุ้มนครโกษา พระนางพญา พระร่วงยืนประทานพร (องค์ย่อมกว่าของเมืองลพบุรี) พระทุกพิมพ์เป็นเนื้อสนิมแดง ศิลปะสมัยลพบุรียุคปลาย เชื่อมต่อสมัยอยุธยา

 ** พระนางพญา กรุวัดหัวเมือง  เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง คลุมด้วยสนิมไขสวยงามมาก โดยทั่วไปองค์สวยๆ เช่าหากันที่หลักหมื่นกลางๆ ไปจนถึงแสน แต่องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บของ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ ** พระองค์ที่ ๖ ส่งมาจาก ธรรมรัต หวังหลี (จ๊ะ) ที่ปรึกษา รมต.เกษตรและสหกรณ์ องค์นี้เป็น พระชัยหุ้มก้น ปางสมาธิ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ทรงสร้างขึ้นในช่วงที่ดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี (ปี ๒๔๕๘-๒๔๖๐) เนื้อนวโลหะ ชนวนพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร ตรงใต้ฐานได้เจาะรูเพื่อบรรจุผงพุทธคุณสีดำ แล้วฐานทั้งหมดด้วยแผ่นทองแดงบางๆ เพื่อมิให้ผงพุทธคุณหลุดออกมา พร้อมกับลงอักขระขอมด้วยเหล็กจารบนแผ่นทองแดง อันเป็นพระนามคุณในแต่ละองค์ไม่ซ้ำกัน และมีหมายเลขตอกกำกับไว้ด้วย องค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือพระกริ่งของ บุญเหลือ ออประเสริฐ ผู้ชำนาญพระกริ่งวัดสุทัศนฯ

 ** พระชัยหุ้มก้น สมเด็จฯ (แพ) มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์สมาธิ สร้างจำนวน ๓๐๐ องค์ กับ พิมพ์มารวิชัย สร้างประมาณ ๕๐ องค์ พระพิมพ์มารวิชัยจึงมีราคาแพงกว่าพระพิมพ์สมาธิ เพราะมีน้อยกว่า ราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนปลายๆ ขึ้นไป ** พระปิดตา เนื้อแร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นพระชาวเขมร อพยพเข้าเมืองไทยในสมัย ร.๓ ประมาณ พ.ศ.๒๓๖๙  เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง มีความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุได้ยอดเยี่ยมมาก ท่านได้ค้นพบแร่เหล็กชนิดหนึ่งในคลองบางไผ่ และคลองบางคูลัด และได้ใช้เวทมนต์คาถาแร่มาเลี้ยงไว้ โดยใช้น้ำคาวปลา แล้วนำมาหลอมเป็นโลหะเหลว เททองในแม่พิมพ์สร้างเป็นองค์ พระปิดตามหาอุด (ปิดทวารทั้งเก้า) จากนั้นได้ปลุกเสกด้วยอาคมขลัง ทรงอานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งทางเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี จนเกิดประสบการณ์กับชาวบ้านบางบัวทองไปทั่วหน้า สร้างชื่อเสียงให้แก่ หลวงปู่จัน โด่งดังไปทั่วทุกบางอย่างกว้างไกลในนาม พระปิดตาแร่บางไผ่ หนึ่งเดียวในปฐพี ที่สร้างด้วยเนื้อแร่มหัศจรรย์ที่ทรงคุณวิเศษในตัว วัต ท่าพระจันทร์ เจ้าของพระองค์นี้บอกว่า ได้ค้นคว้าหาข้อมูลของพระปิดตาสำนักนี้ ในอีกมุมมองหนึ่ง แล้วจะนำมาลงเผยแพร่ในหน้าพระเครื่อง "คม ชัด ลึก" เร็วๆ นี้

** พระปรกโพธิ์เชียงแสน สนิมแดง เป็นพระเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของเมืองเชียงแสน (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่ จ.เชียงราย) โดยทั่วไปเป็นพระแผงขนาดใหญ่เกินแขวน ที่มีขนาดเล็กแขวนคอได้ มีน้อยพิมพ์ และเล่นหากันแพง วันนี้ได้ภาพ พระปรกโพธิ์เชียงแสน สนิมแดง พิมพ์จิ๋ว จาก สมฤทธิ์ พันธารัตน์ ชาวเชียงราย เลยนำภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทาน พระพิมพ์จิ๋ว ขนาดนี้ (ประมาณเท่ากับพระรอด กรุวัดมหาวัน) เป็นพระยอดนิยมไปแล้ว สภาพสวยๆ ราคากว่าแสนก็มีคนซื้อ เพราะขึ้นจากกรุน้อยมาก จำนวนหลักสิบองค์เท่านั้น เป็นของหายากมาก คนท้องที่ อ.เชียงแสน หวงกว่าพระพิมพ์สมาธิเล็กเสียอีก  องค์ที่เห็นนี้เป็นพระ ปางมารวิชัย เนื้อสนิมแดงจัด ไขขาวสวยเดิมๆ

** พระยอดขุนพล กรุนาน้อย ขึ้นจากกรุเจดีย์ วัดนาหลวง ซึ่งเป็นวัดโบราณ ตั้งอยู่ที่ ต.นาหลวง อ.นาน้อย ทางทิศใต้ของ จ.น่าน เป็นพระเนื้อชินเงิน สนิมตีนกา องค์พระนั่งขัดราบ ปางมารวิชัย เข่าใน บนบัลลังก์เหลี่ยม ใต้ฐานเป็นยันต์อุบากอง เท่าที่พบมี ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก และพิมพ์จิ๋ว บางองค์ลงรักปิดทองเดิมๆ จากกรุ พุทธคุณเด่นด้านคงกระพันชาตรี เป็นพระยอดนิยมอันดับ ๒ ของเมืองน่าน รองจาก พระนางพญา กรุบ่อสวก เป็นพระยอดนิยมของคนเมืองน่าน เช่าหากันหลายหมื่น องค์นี้สวยดูง่าย เป็นพระของ เฉลิมพล อานุภาพบรรเจิด รองนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ขอขอบพระคุณ ทุกน้ำใจไมตรีของท่านผู้อ่านที่มีมาโดยตลอด...นะมัสเต ***

 แล่ม จันท์พิศาโล