
ยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์"ยึดคำสอนอยู่ร่วมอย่างสันติ
"ความแตกต่างในสังคมเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่เกี่ยวกับศาสนา แม้ว่าพิธีกรรม การปฏิบัติ หรือชื่อที่เรียกแตกต่างกัน ล้วนสอนให้คนเป็นคนดี เสียงสะท้อนของ"แป้ง" น.ส.น้ำค้างแปงมา
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 1 ที่เข้าร่วม"โครงการส่งเสริม ศาสนาสัมพันธ์ในสถานศึกษา รุ่นที่ 3" จัดโดยสภายุวมุสลิมโลกสำนักงานประเทศไทยอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และมหามกุฏราช ร่วมกับศูนย์คุณธรรม
แป้ง เล่าว่า เธอรู้จักโครงการนี้จากพระอาจารย์ที่นับถือ แนะนำว่าการเข้าค่ายนี้ทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเพื่อนๆ ศาสนาอื่น ทำให้เข้าใจแนวปฏิบัติของเพื่อนศาสนาอื่นอย่างแท้จริง ปัจจุบันศาสนาห่างไกลเด็กและเยาวชนมากแต่โครงการนี้ทำให้เข้าใจหลักคำสอน ที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะทำให้เข้าใจหลักปฏิบัติของเพื่อนๆ ในศาสนาอื่น แม้จะแตกต่างกันออกไป แต่ทุกศาสนาล้วนเป็นการสอนให้คนทุกคนเป็นคนดี และสามารถอยู่ร่วมกันเป็นเพื่อนกันได้"
เพราะทุกคนที่เข้าค่ายจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันที่ศูนย์ฝึกงานอภิบาล บ้านผู้หว่าน อ.สามพรานจ.นครปฐมละลายพฤติกรรม เรียนรู้หลักธรรมคำสอน แนวปฏิบัติในแต่ละศาสนา ออกเดินทางตามหาสัมผัสชีวิตตามหาแก่นธรรม สัมผัสแนวชีวิตของชุมชนบริเวณวัด โบสถ์ และมัสยิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และสรุปผลการดำเนินงาน "ฝากไว้ให้คิด" ล้วนทำให้แป้งและเพื่อนๆเข้าใจศาสนามากขึ้น
ขณะที่ "ยิ้ม" น.ส.ศิริพรรุ่งโรจน์นวกุล นักศึกษาชั้นปีที่1 วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ ยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 3 เข้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเพื่อนศาสนาอื่นเป็นครั้งแรกทำให้รู้จักแนวปฏิบัติของศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์อย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่ ก่อนเข้าโครงการจะเข้าวัด ฟังธรรม หรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธเฉพาะในวันสำคัญ ไม่ได้ทำเป็นกิจวัตร แต่เมื่อเห็นเพื่อนศาสนาอื่นที่ยึดแนวปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาอย่างเคร่งครัด ทำให้เกิดความสนใจในการนำหลักปฏิบัติ เช่น นั่งสมาธิ สวดมนต์ก่อนนอน และเมื่อได้ลองทำ ได้นั่งคิดมีสติ มีสมาธิ รู้สึกสมองปลอดโปร่ง คิดอะไรได้ง่ายขึ้น และจิตใจสงบมากขึ้น
หลักธรรมคำสอนแนวปฏิบัติ ในแต่ละศาสนา ยิ้ม บอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก หากจะทำเป็นกิจวัตรทุกๆ วัน แต่ต้องมีการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจศาสนา และเห็นว่าการปฏิบัติตามแนวหลักคำสอนเป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาทำได้ เป็นกระแสใหม่ ที่ไม่ใช่เรื่องเฉยๆ โดยอาจสอดแทรกในสื่อต่างๆ หรือกิจกรรมโครงการอย่างยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์
ด้าน"รุส" น.ส.รุซมา จิเตะ นักศึกษาชั้นปีที่3 วิทยาลัยเซนต์หลุยส์นับถือศาสนาอิสลาม เล่าว่า โลกตอนนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ความบันเทิง ความสนุกสนาน เด็กส่วนใหญ่นึกถึงประโยชน์ของตนเองมากกว่าส่วนร่วม โครงการยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์ จึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้ได้เข้าใจหลักคำสอนในทุกๆ ศาสนาได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และไม่ใช่เพียงหลักคำสอนเท่านั้น ยังทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนละแวกวัด โบสถ์ มัสยิดด้วย
"ในการทำกิจกรรมเช่น เข้ามัสยิด วัด หรือโบสถ์ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็สามารถเข้าศาสนสถานทั้งสามแห่งได้ เพราะทุกที่เป็นแหล่งคำสอน สถานที่อันสงบ ที่จะทำทุกคนมีจิตใจนิ่งสงบ และมีหลักคำสอนที่ทำให้ทุกคนเป็นคนดี การเข้าร่วมโครงการนี้ นอกจากทำให้เข้าใจหลักคำสอนในศาสนาอื่นแล้ว ยังทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละศาสนาแม้มีแนวปฏิบัติ แต่สามารถใช้ชีวิตอย่างผสมผสานกลมกลืนกันได้ จึงทำให้เห็นได้ว่า ศาสนาไม่มีการแบ่งแยก"
แม้แต่ละศาสนามีศาสดา มีแนวปฏิบัติแตกต่างกัน แต่สำหรับโครงการส่งเสริมศาสนสัมพันธ์ในสถานศึกษา เป็นการสร้างยุวทูตศาสนิกสัมพันธ์ สร้างอาสาสมัครอันนำไปสู่การสร้างสังคมสันติสุขสมานฉันท์ เป็นสังคมที่ยั่งยืนภายใต้หลักคำสอนในแต่ละศาสนา
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



