ไลฟ์สไตล์

แพทย์ฉุกเฉินรับจนท.ตายกระทบกำลังใจ

แพทย์ฉุกเฉินรับจนท.ตายกระทบกำลังใจ

15 พ.ค. 2553

“เลขาธิการ สพฉ.” ยอมรับ จนท.หน่วยฉุกเฉินตายคืนนี้ กระทบขวัญกำลังใจอย่างมาก พร้อมหารือวางมาตรการความปลอดภัยเพิ่ม พื้นที่รุนแรงห้ามเข้าช่วยเด็ดขาด ให้ญาติหรือผู้อยู่ในที่ชุมนุมลำเรียงออกมาแทน พร้อมรับสั่งซื้อเสื้อเกราะ 100 ตัว แต่คงไม่ทันแล้ว เผยที่ผ่านมาทำ

(15พ.ค.) นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉิน รพ.วชิระพยาบาลถูกยิงเสียชีวิตขณะออกปฏิบัติหน้าที่เมื่อวานนี้ว่า เรื่องนี้ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยหลายครั้งเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของเจ้าหน้าหน่วยฉุกเฉินที่ออกปฏิบัติหน้าในช่วงที่มีการปะทะและสถานการณ์รุนแรง โดยมีการกำหนดเป็นพื้นที่รุนแรงหรือฮอตโซลที่ห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ จนกว่าจะสถานการณ์จะคลี่คลายลง หรือไม่ให้ผู้ชุมนุม ญาติ ตำรวจหรือทหารเป็นผู้ลำเรียงผู้บาดเจ็บออกมาแทน โดยเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจะรอรับอยู่เขตรอบนอก เนื่องจากเราจำเป็นการดูแลความปลอดภัยเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ ทั้งนี้กรณีของเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินที่เสียชีวิตรายรายดังกล่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดครั้ง อย่างไรก็ตามยอมรับว่า เรื่องนี้กระทบต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมาก

 “เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เสียชีวิตเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุด้วยมอเตอร์ไซด์เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และถูกยิงที่คอ ส่วนจะเป็นพื้นที่ฮอตโซลที่ห้ามเข้าหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดอยู่ แต่ทั้งนี้การเข้าไปในพื้นที่รุนแรงนั้น ถือว่ามีความเสี่ยงมาก เพราะในขณะเกิดเหตุยิงนั้น คงไม่มีใครสนใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลหรือไม่” นพ.ชาตรี กล่าว และว่า สำหรับความช่วยเหลือนั้น นอกจากเงินค่าชดเชย 400,000 บาทของรัฐบาลที่มอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ทาง สพฉ.ก็จะมีการพิจาณาเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่อีก

 นพ.ชาตรี กล่าวว่า ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินหลังจากนี้นั้น คงต้องมีการพูดคุยเพื่อดูแลเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมาทาง สพฉ. ได้เสนอของบประมาณเพื่อซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน 100 ตัวเพื่อให้เจ้าหน้าที่สวมใส่ออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว แต่คงไม่ทันต่อเหตุการณ์ขณะนี้ แต่ทั้งนี้ที่ผ่านมาทาง สพฉ.ได้มีการทำประกันภัยให้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เนื่องจากเป็นการจ่ายร่วมระหว่างบริษัททิพยประกันภัย โดยทางบริษัทจะออกค่าเบี้ยให้ 100 บาท ขณะที่เจ้าหน้าที่เองต้องจ่ายเบี้ยประกัน 100 บาทต่อคนต่อปีเช่นกัน ซึ่งขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ร่วมทำประกันประมาณ 60,000 คน โดยจะได้รับเงินค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต 200,000 บาท แต่ในรายที่เสียชีวิตนี้ไม่ได้ทำประกันภัยส่วนนี้ ดังนั้นทาง สพฉ.จะพิจารณาหาช่วยเหลือแทน